เมืองสุรินทร์น้ำไม่พอใช้ ชาวบ้าน-โรงพยาบาลเดือดร้อน

เมืองสุรินทร์น้ำไม่พอใช้ ชาวบ้าน-โรงพยาบาลเดือดร้อน

เมืองสุรินทร์น้ำไม่พอใช้ ชาวบ้าน-โรงพยาบาลเดือดร้อน

รูปข่าว : เมืองสุรินทร์น้ำไม่พอใช้ ชาวบ้าน-โรงพยาบาลเดือดร้อน

หลายภาคส่วนระดมกำลังช่วยเหลือโรงพยาบาลสุรินทร์ หลังประกาศขอความช่วยเหลือเรื่องน้ำสำรองไม่เพียงพอสำหรับบริการผู้ป่วย ขณะที่การประปาส่วนภูมิภาคเร่งสูบน้ำจากเหมืองหินเก่าเติมในอ่างเก็บน้ำห้วยเสนง เพื่อผลิตประปาให้ประชาชน

วันนี้ (9 ส.ค.2562) สถานการณ์ภัยแล้งใน จ.สุรินทร์ ยังวิกฤตต่อเนื่อง อ่างเก็บน้ำห้วยเสนง ต.เฉนียง อ.เมืองสุรินทร์ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่ใช้ผลิตน้ำประปาแห้งขอด ส่งผลให้น้ำมีไม่เพียงพอสำหรับผลิตน้ำประปาให้กับประชาชนนานนับเดือน ขณะที่ประชาชนบางส่วนต้องซื้อน้ำเพื่ออุปโภค-บริโภค บรรเทาความเดือดร้อน

 

นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบกับโรงพยาบาลสุรินทร์ ที่เผชิญวิกฤตน้ำประปาไม่เพียงพอและน้ำสำรองถูกนำไปใช้หมด จนต้องประกาศเปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉิน Emergency Operation Center (EOC) เพื่อติดตามสถานการณ์ภัยแล้งและผลกระทบต่อการจัดบริการสุขภาพประชาชน

ข้อมูลบางส่วนในประกาศของโรงพยาบาลสุรินทร์ ระบุว่า โรงพยาบาลสุรินทร์ มีความต้องการใช้น้ำประมาณ 800,000 - 1,000,000 ลิตรต่อวัน มีระบบน้ำสำรองรวมทั้งสิ้น 1,430,000 ลิตร ซึ่งขณะนี้น้ำสำรองได้ถูกนำไปใช้หมดแล้ว โรงพยาบาลสุรินทร์ขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ ในการนำน้ำเข้ามาสนับสนุนการบริการของโรงพยาบาล โดยสามารถสนับสนุนได้วันละประมาณ 80,000 ลิตร (คิดเป็น 10% ของความต้องการใช้น้ำต่อวัน)

 

ขณะที่กองกำลังสุรนารี และแขวงทางหลวงชนบทจังหวัดสุรินทร์ นำรถบรรทุกน้ำไปเติมเข้าระบบโรงพยาบาลจังหวัดสุรินทร์ หลังโรงพยาบาลขอความช่วยเหลือ และประชาชนจำนวนมากนำน้ำดื่มมาบริจาคให้กับโรงพยาบาล

ส่วนทหารและเจ้าหน้าที่การประปาส่วนภูมิภาค สาขาสุรินทร์ ได้ต่อท่อระยะทางกว่า 12 กิโลเมตร สูบน้ำจากเหมืองหินเก่าในพื้นที่วนอุทยานพนมสวาย เข้าระบบผลิตประปาที่อ่างเก็บน้ำห้วยเสนง เพื่อมาผลิตประปาให้บริการประชาชนในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์

 

นายไมตรี เขตตะ ผู้จัดการประปาส่วนภูมิภาค สาขาสุรินทร์ เปิดเผยว่า เมื่อปริมาณน้ำมีพียงพอผลิตประปาก็พร้อมที่จะสูบผลิตทันที ขณะเดียวกันต้องประเมินสถานการณ์วันต่อวัน แต่เหมืองหินเก่า 3 แห่งมีปริมาณน้ำประมาณ 3 ล้านลูกบาศก์เมตร หากสูบมาได้ทั้งหมดก็จะเพียงพอผลิตประปาไปอีก 3 เดือน

ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ระบุว่า โรงพยาบาลสุรินทร์อยู่ในพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้ง และจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข แต่ยังให้บริการประชาชนได้ตามปกติ ส่วนกระแสข่าวที่บอกว่าขาดแคลนน้ำอาจมาจากการสื่อสารที่ไม่ตรงกัน เบื้องต้นสั่งการให้รายงานสถานการณ์วันต่อวัน เพื่อให้ได้รับการแก้ไขตามแผนที่วางไว้ไม่ให้กระทบกับผู้ป่วยที่มาใช้บริการ

 

กลับขึ้นด้านบน