ธนาคารทยอยปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้

ธนาคารทยอยปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้

ธนาคารทยอยปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้

รูปข่าว : ธนาคารทยอยปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้

ธ.กรุงไทย ลดดอกเบี้ย ตาม ธ.กสิกรไทย ที่ประกาศลดดอกเบี้ยเงินกู้ MOR และ MRR ลงร้อยละ 0.25 ต่อปีไปก่อนเพียงไม่กี่ชั่วโมง

วันนี้( 14 ส.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติลดดอกเบี้ยนโยบายลงร้อยละ 0.25 มาอยู่ที่ระดับ ร้อยละ 1.50 ต่อปี ไปเมื่อวันที่ 9 ส.ค.ที่ผ่านมา ต่อมา ธนาคารกสิกรไทยได้ปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ลงร้อยละ 0.25 ต่อปี เป็นรายแรกและตามมาด้วยธนาคารกรุงไทย

นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย

นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย

 

นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ธนาคารได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อประเภทลูกค้ารายใหญชั้นดี (MOR) และสินเชื่อลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR) ลงร้อยละ 0.25 ต่อปี เพื่อช่วยเหลือและแบ่งเบาภาระให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี รวมทั้งลูกค้ารายย่อยให้ประคองตัวและฟื้นตัวจากผลกระทบของสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 15 ส.ค.2562 เป็นต้นไป ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ย MOR และ MRR ของธนาคารเหลือร้อยละ 6.87 ต่อปี

ในฐานะธนาคารพาณิชย์ของรัฐ ธนาคารตระหนักถึงความสำคัญของธุรกิจ SME ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะในช่วงที่กำลังเผชิญกับภาวะความผันผวนของค่าเงินและสงครามการค้า พร้อมทั้งตอบสนองทิศทางดอกเบี้ยนโยบาย 

ก่อนหน้านี้ไม่กี่ชั่วโมง  นายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารได้ปรับอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อประเภทลูกค้ารายใหญชั้นดี (MOR) และลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR) ลดลงร้อยละ 0.25 จากปัจจุบันอยู่ที่ระดับ ร้อยละ 7.12 ต่อปี เพื่อแบ่งเบาภาระต้นทุนการเงินของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และสนับสนุนทิศทางดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อเป็นกลไกในการสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจโดยมีผลตั้งแต่วันที่ 15 ส.ค.2562 เป็นต้นไป

นายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย

นายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย

 

วันเดียวกันธนาคารกรุงเทพ ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เอ็มโออาร์ และ เอ็มอาร์อาร์ลง ร้อยละ 0.25 โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2562 เช่นกัน 

นายสุวรรณ แทนสถิตย์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อเอ็มโออาร์ (MOR) หรืออัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (Minimum Overdraft Rate) และปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อเอ็มอาร์อาร์ (MRR) หรืออัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายย่อยชั้นดี (Minimum Retail Rate) ลง ร้อยละ 0.25 โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2562

โดยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยทั้งสองประเภทในครั้งนี้ นับเป็นการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการโดยเฉพาะอย่างยิ่งเอสเอ็มอี ในเรื่องการลดต้นทุนด้านอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ

ขณะที่ นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ธนาคารไม่จำเป็นต้องเป็นผู้นำตลาดปรับอัตราดอกเบี้ยแต่ก็พิจารณาอัตราดอกเบี้ยอยู่ตลอดเวลา ซึ่งต้องรอดูสถานการณ์อื่น ๆ ด้วย

ด้านธนาคารพาณิชย์ของรัฐและสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ยังไม่ตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงตาม กนง.โดยนายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เตรียมประชุมบอร์ดธนาคาร วันที่ 20 ส.ค.นี้ เพื่อพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยหรือไม่พร้อมระบุว่า แม้ธนาคารมีสภาพคล่องสูงแต่ธนาคารได้ตัดสินใจปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินฝาก ตามมติ กนง.คราวก่อน แต่คงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อพยุงเศรษฐกิจ ส่งผลให้ธนาคารมีต้นทุนเงินฝากในระดับสูงที่ร้อยละ 1.9 ต่อปี จึงจำเป็นต้องพิจารณาต้นทุนเงินฝากและเงินกู้ที่มีอยู่ควบคู่กับทิศทางดอกเบี้ย และคู่แข่งในตลาดด้วย

ขณะที่นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือ ธอส. เปิดเผยว่า ขณะนี้ แบงก์รัฐอยู่ระหว่างประชุมหารือถึงทิศทางการปรับลดอัตราดอกเบี้ย หลังคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง ร้อยละ 0.25 ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในสัปดาห์หน้า หรือเร็วที่สุด คือ วันที่ 21 สิงหาคมนี้

สำหรับปัจจัยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธอส. นั้น จะประเมินจากอัตราดอกเบี้ยของกลุ่มลูกค้าที่อยู่อาศัยในตลาด และลดภาระให้กับลูกค้า เนื่องจากปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยที่อยู่อาศัยของธอส. ต่ำสุดในตลาดอยู่แล้ว ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะปรับลดลงประมาณ 2 สตางค์ อยู่ที่ ร้อยละ 0.125 หรือ 0.25

 

กลับขึ้นด้านบน