"เครือข่ายที่ดินอีสาน - อนาคตใหม่" จี้รัฐใช้นโยบายแก้ปัญหาที่ดิน

"เครือข่ายที่ดินอีสาน - อนาคตใหม่" จี้รัฐใช้นโยบายแก้ปัญหาที่ดิน

"เครือข่ายที่ดินอีสาน - อนาคตใหม่" จี้รัฐใช้นโยบายแก้ปัญหาที่ดิน

รูปข่าว : "เครือข่ายที่ดินอีสาน - อนาคตใหม่" จี้รัฐใช้นโยบายแก้ปัญหาที่ดิน

"องค์กรประชาชนฯ อีสาน" จี้รัฐแก้ปัญหาข้อพิพาทจากผลกระทบนโยบายทวงคืนผืนป่าอย่างเร่งด่วน ระบุ ควรเปิดเวทีรับฟังความเห็นประชาชน แก้กฎหมายอุทยานฯ - ป่าชุมชน - คุ้มครองสัตว์ป่า ด้าน "พิธา" และ ส.ส.อนาคตใหม่อีสาน เตรียมลงพื้นที่ อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ ดูปัญหาที่ดิน


วันนี้ (14 ส.ค.2562) เครือข่ายองค์กรประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากนโยบายทวงคืนผืนป่า เปิดเวทีเสวนา "แย่งยึดที่ดินทำกิน จากนโยบายทวงคืนผืนป่า" ณ ห้องประชุมคณะนิติศาสตร์ ม.ขอนแก่น โดยมีการรายงานสถานการณ์ปัญหาการแย่งยึดที่ดินทำกิน จากนโยบายทวงคืนผืนป่า จากหลายองค์กรภาคประชาชน เช่น ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือ พีมูฟ, เครือข่ายไทบ้านผู้ไร้สิทธิ จ.สกลนคร, กลุ่มอนุรักษ์น้ำซับคำป่าหลาย จ.มุกดาหาร และเครือข่ายปัญหาที่ดิน จ.หนองบัวลำภู 

นอกจากนี้ ยังมีการอภิปรายนโยบายทวงคืนผืนป่าจากตัวแทนเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน, คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน หรือ กป.อพช., โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ ไอลอว์ รวมถึงตัวแทนสมัชชาคนจน โดยมีการวิพากษ์ผลกระทบจากนโยบายทวงคืนผืนป่า และนโยบายภายใต้การดำเนินการของ คทช. (คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ) พร้อมยกตัวอย่างผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนหลายพื้นที่ โดยเฉพาะกรณีล่าสุด สวนป่าคอนสาร จ.ชัยภูมิ ที่ชาวบ้านเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่งจัดทำแผนจัดการที่ดินและทรัพยากรที่ยั่งยืน พร้อมยกเลิกหมายบังคับคดีที่เจ้าพนักงานบังคับคดีมาปิดหมาย ให้ชาวบ้านออกจากพื้นที่สวนป่าคอนสาร เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

 

 

เครือข่ายองค์กรประชาชนฯ ยังได้อ่านแถลงการณ์ "หยุดนโยบายทวงคืนผืนป่า หยุดแย่งที่ดินชุมชน" สาระสำคัญแถลงการณ์ระบุ แผนแม่บทแก้ไขปัญหาการทำลายทรัพยากรป่าไม้ การบุกรุกที่ดินของรัฐ และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่ยั่งยืน หรือ นโยบายทวงคืนผืนป่า แม้เป็นนโยบายที่มุ่งบังคับใช้กับเอกชนหรือนายทุน แต่ในระดับปฏิบัติ กลับส่งผลกระทบต่อเกษตรกรรายย่อย จนเกิดเป็นข้อพิพาทกับรัฐในหลายกรณี เช่น ชุมชนเก้าบาตร อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์, ชุมชนโคกยาวและชุมชนบ่อแก้ว อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ, บ้านจัดระเบียบ อ.ภูพาน จ.สกลนคร, กรณีอุทยานแห่งชาติไทรทอง อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ, บ้านคำป่าหลาย อ.เมืองมุกดาหาร โดยเฉพาะกรณีล่าสุด คือ ชุมชนบ้านบ่อแก้ว อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ ที่ถูกปิดหมายบังคับคดี และมีกำหนดรื้อถอนในวันที่ 27 สิงหาคม นี้ แม้จะมีข้อยุติในกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วว่า สวนป่าคอนสารทับที่ทำกินและที่อยู่อาศัยของราษฎร และให้มีการจัดสรรที่ดินทำกินให้ผู้เดือดร้อนทั้ง 277 ราย ตั้งแต่ปี 2548 

เครือข่ายองค์กรประชาชนฯ จึงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้า โดยทบทวนมติคณะรัฐมนตรี 26 พฤศจิกายน 2562 และแก้ไข พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562, พ.ร.บ.ป่าชุมชน พ.ศ.2562, พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 รวมถึงแก้ไขคู่มือปฏิบัติการแนวทางแก้ไขปัญหาที่ดินฯ ของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช โดยเปิดให้มีการรับฟังความเห็นของประชาชน พร้อมให้รัฐบาลหามาตรการคุ้มครองนักปกป้องสิทธิในที่ดินทำกิน

 

 

 

 

"พิธา" จี้รัฐใช้มาตรการทางนโยบายแก้ปัญหาที่ดิน

ที่อาคารรัฐสภา นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ พร้อมด้วย ส.ส.ภาคอีสานของพรรค ร่วมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน กรณีพิพาทสวนป่าคอนสารทับที่ทำกินราษฎร ใน ต.ทุ่งพระ อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ โดยระบุ ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าวเป็นที่ยุติแล้ว ว่าราษฎรถือครองทำประโยชน์มาก่อนสวนป่าคอนสาร แต่ยังไม่มีการพิจารณาตัดสินใจทางนโยบาย และไม่มีการดำเนินการใดๆ ในทางปฏิบัติ นำมาสู่การฟ้องร้องดำเนินคดีขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ เมื่อปี 2552 ซึ่งปัจจุบัน อยู่ในชั้นการบังคับคดี

 

 

นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายกรณี ที่รัฐบาลต้องเร่งพิจารณาแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เช่น กรณีอุทยานแห่งชาติไทรทอง อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ ชาวบ้านถูกฟ้องดำเนินคดีทั้งสิ้น 14 ราย 19 คดี เพียงเพราะความล่าช้าในการตัดสินใจทางนโยบาย

รวมถึงกรณีชาวบ้านคำป่าหลาย จ.มุกดาหาร, อุทยานแห่งชาติภูเก้า ภูพานคำ จ.หนองบัวลำภู, และอุทยานแห่งชาติผาแต้ม จ.อุบลราชธานี ที่ถูกคุกคามสิทธิ์ โดยไม่พิจารณาข้อเท็จจริงการถือครองทำประโยชน์มาก่อนของประชาชน

โดยพรรคอนาคตใหม่ มีความเห็นว่า การใช้มาตรการทางกฎหมายเพียงอย่างเดียว แต่ไม่ใช้มาตรการทางนโยบายควบคู่ จะทำให้เกิดปัญหาไม่สิ้นสุด และละเมิดสิทธิทำกินประชาชน จึงนำเสนอแนวทางการแก้ปัญหา 3 ข้อ

  1. กรณีชุมชนบ่อแก้ว รัฐบาลไม่ควรใช้มาตรการทางกฎหมายกับชาวบ้าน ควรใช้มาตรการทางนโยบายในการแก้ไขปัญหาเป็นหลัก
  2. ให้คณะรัฐมนตรีสั่งการเพื่อชะลอบังคับคดีการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง และหาแนวทางการแก้ไขปัญหาให้กับชุมชน
  3. ให้คณะรัฐมนตรีเร่งพิจารณาเห็นชอบแผนการจัดการที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติที่ยั่งยืนโดยชุมชน

โดยหลังจากนี้ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ในพื้นที่ภาคอีสาน จะติดตามการแก้ปัญหากรณีดังกล่าวอย่างใกล้ชิด ทั้งกระบวนการในและนอกสภาฯ โดยวันที่ 17 สิงหาคม นี้ นายปิยบุตร แสงกนกกุล และนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พร้อมด้วย ส.ส.ภาคอีสานของพรรคอนาคตใหม่ จะลงพื้นที่ชุมชนบ่อแก้ว เพื่อรับฟังและติดตามปัญหา

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศาลให้ประกันตัวแกนนำที่ดินบ้านซับหวาย คดีทวงคืนผืนป่า จ.ชัยภูมิ

อดีต คปร. - ไบโอไทย ช่วยติดกระดุม 5 เม็ด แนะรัฐแก้ปัญหาที่ดิน

"พิธา" เสนอติดกระดุม 5 เม็ด นโยบายแก้ปัญหาเกษตรกร

"วราวุธ" แจงนโยบายที่ดิน "พีมูฟ" ซัด ถอยหลังกว่ารัฐบาลก่อนๆ

 

 

แท็ก

กลับขึ้นด้านบน