"กรมฝนหลวง-ทอ.-ทบ." เปิดปฏิบัติการสู้ภัยแล้ง พรุ่งนี้

"กรมฝนหลวง-ทอ.-ทบ." เปิดปฏิบัติการสู้ภัยแล้ง พรุ่งนี้

"กรมฝนหลวง-ทอ.-ทบ." เปิดปฏิบัติการสู้ภัยแล้ง พรุ่งนี้

รูปข่าว : "กรมฝนหลวง-ทอ.-ทบ." เปิดปฏิบัติการสู้ภัยแล้ง พรุ่งนี้

กรมฝนหลวง-ทอ.-ทบ. ร่วมระดมทำฝนหลวงแก้ภัยแล้งทั่วประเทศ รัฐบาลไฟเขียวงบกลาง 30 ล้านบาท พร้อมส่งกำลังพลจำนวนมากช่วยบดสาร-ลำเลียงสารฝนหลวง เริ่มพรุ่งนี้ (16 ส.ค.2562)

วันนี้ (15 ส.ค.2562) นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า วันพรุ่งนี้ (16 ส.ค.2562) เครื่องบินจากกองทัพอากาศ (ทอ.) จำนวน 5 ลำ และกองทัพบ (ทบ.) จำนวน 1 ลำ จะขึ้นปฏิบัติการฝนหลวงร่วมกับกรมฝนหลวงฯ จากที่กรมฝนหลวงฯ มีเครื่องบินอยู่จำนวน 23 ลำ เป็นของกรมฝนหลวงฯ จำนวน 21 ลำและ ทอ.จำนวน 2 ลำ โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อนุมัติงบกลาง 30 ล้านบาท

 

 

ทั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ประสานเหล่าทัพต่าง ๆ ได้เพิ่มมาเป็นทั้งหมด 29 ลำ พร้อมส่งกำลังพล มาช่วยลำเลียงสารและบดสารมาจำนวนมากไปประจำการแต่ละหน่วย โดยช่วงแรกชุดมาเสริมปฏิบัติถึงสิ้นเดือน ก.ย.ซึ่งเป็นระยะเวลาสิ้นสุดของงบกลาง

นอกจากนี้ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ยังได้สั่งการให้พิจารณาชุดเสริมระดมช่วยพื้นที่ภาคอีสานโดยเครื่องบินของทอ.จำนวน 4 ลำ ไปปฏิบัติติภารกิจที่หน่วยฝนหลวงโคราช จ.นครราชสีมา และอีกจำนวน 1 ลำ ไปปฏิบัติติภารกิจที่หน่วยฝนหลวง จ.เชียงใหม่ สำหรับเครื่อง ทบ.ไปปฏิบัติติภารกิจที่หน่วยฝนหลวง จ.ลพบุรี เพราะในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ต้องเร่งเติมน้ำในเขื่อนช่วยพื้นที่เกษตรประสบภัยแล้ง ขาดแคลนทั้งน้ำอุปโภค-บริโภค

นายสุรสีห์ ระบุว่า ปัญหาภัยแล้งในบางพื้นที่คลี่คลายลงได้บ้างเนื่องจากมีฝนตกจากอิทธิพลลมมรสุมและการปฏิบัติการฝนหลวง ทั้งนี้น่าเป็นห่วงเขื่อนมีน้ำน้อยมากถึงเกือบ 200 แห่ง เป็นเขื่อนใหญ่ 19 แห่ง เขื่อนขนาดกลาง 170 แห่ง โดยตั้งหน่วยฝนหลวง 11 หน่วยปฏิบัติการทั่วประเทศ เพื่อช่วงชิงสภาพอากาศทำฝนเติมน้ำเขื่อนให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพราะในเรื่องฤดูฝนมีโอกาสอีกไม่มากนักจะหมดฝน ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์ว่า ฤดูฝนจะหมดในช่วงกลางเดือน ต.ค.นี้เท่านั้น จึงเร่งเติมน้ำเขื่อนเพื่อให้ใช้ถึงฤดูแล้งหน้า อย่างไรก็ตามโอกาสขาดแคลนน้ำก็มีความเสี่ยงอยู่

 

 

สำหรับผลการปฏิบัติการฝนหลวงล่าสุด อธิบดีกรมฝนหลวงฯ กล่าวว่า เมื่อวานนี้ (14 ส.ค.2562)ได้ขึ้นทำฝนหลวง 9 หน่วย โดยหน่วย จ.พิษณุโลก ขึ้นบินทำฝนตกเล็กน้อยได้มีความชื้นบรรเทาช่วยเหลือพื้นที่เกษตรประสบภัยแล้ง ใน จ.กำแพงเพชร เพชรบูรณ์

หน่วย จ.ตาก ขึ้นทำฝนเติมน้ำเขื่อนภูมิพล จ.ตาก ทำให้มีฝนตกเล็กน้อย ส่วนหน่วย จ.ลพบุรี สามารถขึ้นปฏิบัติการช่วงชิงสภาพอากาศได้เป็นผลสำเร็จ มีฝนตกจำนวนมากเฉลี่ย 5 - 22 มม.ฝนตกบริเวณพื้นที่กว้างขวางของ จ.นครสวรรค์,จ.อุทัยธานี,จ.ชัยนาท,จ.กำแพงเพชร และ จ.เพชรบูรณ์ เติมน้ำเขื่อนป่าสักฯ เขื่อนทับเสลา เขื่อนห้วยใหญ่ บึงบอระเพ็ด หน่วย จ.กาญจนบุรี เติมน้ำเขื่อนกระเสียว เขื่อนห้วยท่าเดื่อ ช่วยพื้นที่เกษตร จ.สุพรรณบุรี,จ.อุทัยธานี,จ.ชัยนาท

สำหรับหน่วยฝนหลวง จ.ขอนแก่น ขึ้นปฏิบัติการช่วยพื้นที่เกษตร จ.ชัยภูมิ, จ.กาฬสินธุ์ เขื่อนลำปาว หน่วย จ.อุบลราชธานี ขึ้นบินปฏิบัติการช่วยพื้นที่เกษตร อ.วารินชำราบ อ.สำโรง มีฝนตก และหน่วย จ.สุรินทร์, จ.บุรีรัมย์ เร่งช่วยเติมน้ำบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำเกษตร น้ำอุปโภค-บริโภค อ่างเก็บน้ำห้วยเสนง ขาดแคลนน้ำดิบผลิตประปาให้กับตัวเมือง และ รพ.สุรินทร์ หน่วยฝนหลวงภาคตะวันออก จ.สระแก้ว ทำฝนตก จ.ฉะเชิงเทรา เพิ่มน้ำลุ่มรับน้ำเขื่อนห้วยโสมง และภาคใต้ ปฏิบัติการฝนหลวงช่วยพื้นที่ป่าพรุ จ.สงขลา ที่ยังมีไฟไหม้อยู่ พบว่า มีฝนตกไปในปริมาณเล็กน้อย สามารถช่วยดับไฟป่าได้ระดับหนึ่ง

นอกจากนี้ กรมฝนหลวงฯได้เร่งปฏิบัติการช่วยพื้นที่ประสบภัยแล้ง โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประกาศภัยแล้งเพิ่ม 10 จังหวัด 38 อำเภอ 270 ตำบล 2,353 หมู่บ้าน ซึ่งศูนย์ป้องกันวิกฤติน้ำ กรมทรัพยากรน้ำ ได้ติดตามสภาพฝนสะสมพบว่าภาคกลาง เริ่มมีความชื้นในดินมากขึ้น ประกอบกับแผนที่ปริมาณฝนตกของกรมกรมฝนหลวง เป็นฝนสะสม 1 สัปดาห์ พื้นที่มีความชื้นในดินมากขึ้นตอนกลางของประเทศ ได้ฝนมากพอสมควร การทำฝนหลวงประสบความสำเร็จ

กลับขึ้นด้านบน