บทเรียนเป็ดยาง 32 ตัวในท้อง “เจ้าเดเวล” สุนัขพันธุ์อเมริกันบูลลี่

บทเรียนเป็ดยาง 32 ตัวในท้อง “เจ้าเดเวล” สุนัขพันธุ์อเมริกันบูลลี่

บทเรียนเป็ดยาง 32 ตัวในท้อง “เจ้าเดเวล” สุนัขพันธุ์อเมริกันบูลลี่

รูปข่าว : บทเรียนเป็ดยาง 32 ตัวในท้อง “เจ้าเดเวล” สุนัขพันธุ์อเมริกันบูลลี่

เป็ดยาง 32 ตัวในท้อง “เจ้าเดเวล” สุนัขพันธุ์อเมริกันบูลลี่ กลายเป็นประเด็นที่ทำให้เจ้าของสุนัขหันมาใส่ใจกับการเลือกซื้อของเล่น โดยสัตวแพทย์ แนะนำเจ้าของควรเลือกของเล่นที่ปลอดภัย ขนาดใหญ่กว่าน้องหมา ไม่เลือกของเล่นที่สามารถกลืนลงไปได้ เพราะอันตรายถึงตายได้

แฮชแท็ก #เลิกซื้อเป็ดให้น้องหมาเล่นกันเถอะ ที่เพจเฟซบุ๊ก “หมอมุย พัทยา บ้านหมอรักษ์สัตว์” โพสต์ หลังผ่าตัดน้องหมาพันธุ์อเมริกันบูลลี่ เป็นบทเรียนกับวงการคนรักสัตว์ เพราะข้อมูลจากสัตวแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พบว่า “ของเล่นน้องหมา หรือ Dog toys” หากเลือกไม่ถูกวิธีอาจมีส่วนทำให้พวกเขาบาดเจ็บ ไม่สบาย หรือเสียชีวิตได้

นสพ.ดร.นริศ เต็งชัยศรี อาจารย์ภาควิชาเวชศาสตร์คลีนิกสัตว์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระบุว่า น้องหมาบางสายพันธุ์จะมีพฤติกรรมชอบเล่นของแปลก หรือ “Habit” มักจะแยกไม่ออกว่าอะไรกินได้ หรือ ไม่ได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับสัญชาติญาณ การเรียนรู้ และความแสนซนด้วย

กรณี “เจ้าเดเวล” สุนัขพันธุ์อเมริกันบูลลี่นั้นอาจเข้าใจผิดว่า เป็ดยางตัวเล็กๆ 32 ตัวเป็นเป็ดจริง จึงกลืนเข้าไปในท้อง หรือเห็นเป็นของแปลกจึงกินเข้าไป เมื่อเป็ดยางอยู่ในท้อง ทำให้น้ำย่อยไม่สามารถทำหน้าที่เป็นเครื่องบดหรือปั่นให้ละเอียด เล็กลงได้ เป็ดยางจึงไม่ย่อย ทำให้หูรูดกระเพาะอาหารทำงานไม่ได้ เพราะดูจากรูปเป็ดยางน่าจะมีขนาด 5 เซนติเมตร แต่หูรูดกระเพาะอาหารในท้องน้องหมา กว้างประมาณ 1 เซนติเมตรเท่านั้น ซึ่งเล็กกว่าถึง 4 เท่า หมายความว่า เมื่อน้ำย่อย ย่อยไม่ได้ เป็ดยางก็ไม่สามารถเดินทางไปขับถ่ายออกมาเหมือนอาหารชนิดอื่นๆได้

เลือก Dog toys ของเล่นน้องหมาอย่างไรให้ถูกวิธี

นสพ.ดร.นริศ ระบุว่า  “Dog toys” ของเล่นน้องหมา มีประโยชน์กับน้องหมาอย่างมาก แค่เลือกให้ถูกวิธี เพราะ จะช่วยฝึกวินัย ฝึกสมอง และผสานความสัมพันธ์กับเจ้าของให้รักกัน รวมถึงทำให้น้องรู้จักวิธีการดม วิ่ง ไล่ล่าเป็น และทำความสะอาดฟันได้ แต่ต้องเลือกให้ถูกวิธีเพราะหากเลือกผิดชีวิตน้องหมาเปลี่ยน โดยเฉพาะหากเจอวัตถุที่เป็นอันตราย อาจจะไปทำให้สุขภาพร่างกายเปลี่ยนไป เสี่ยงเสียชีวิตได้

  • ห้ามเลือกของเล่นที่เป็นพลาสติก หรือ ของแข็ง เพราะเมื่อน้องหมาเล่น เคี้ยว แตก จะกลายเป็นของแหลมทิ่มแทงลำคอ หลอดลม กระเพาอาหาร และที่สำคัญอาจมีสารพิษเข้าไปสู่ร่างกายน้องด้วย

  • ห้ามเลือกของเล่นแบบยางกัดที่เป็นแบบอ่อนหรือนิ่ม เพราะ เมื่อน้องหมากลืนเข้าไปยางกลุ่มนี้จะไปพองตัวในกระเพาะอาหาร ทำให้น้ำย่อยไม่สามารถทำหน้าที่ปั่นหรือบดให้ละเอียดได้

  • ห้ามเลือกของเล่นที่เล็กกว่าตัวน้องหมามากเกินไป เพราะ จะเกิดกรณีแบบ “เจ้าเดเวล” ที่กลืนเป็ดเข้าไป 32 ตัวในท้อง ง่ายๆ เลือกขนาดของเล่นที่ใหญ่กว่าปากของน้องหมานั่นเอง

  • ห้ามเลือกของเล่นที่มี “กระดิ่ง” หรือ “ของแข็ง” ที่ทำให้เกิดเสียง เพราะ อาจทำให้น้องหมากลืนเข้าไปได้ หรือ ถ้าต้องการให้เกิดเสียงเรียกความสนใจ เจ้าของต้องหมั่นตรวจสอบว่ากระดิ่งยังอยู่ดีหรือเปล่า

  • ห้ามเลือกของเล่นที่วัตถุเป็น “เส้น” เช่น เทป ด้าย เชือก เพราะ หากหลุดเข้าไปในท้อง เจ้าเส้นๆ อาจเข้าไปพันลำไส้ของน้องหมาได้

  • ควรเลือกของเล่นจากวัตถุดิบที่ย่อยได้ หรือ กินได้ ประเมินความเสี่ยง ความปลอดภัยก่อนซื้อทุกครั้ง

  • ควรเลือกของเล่นที่ทำจาก “ยางแบบตัน” แต่!! ขนาดเหมาะกับตัวน้องหมาไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป ยางชนิดนี้เมื่อหลุดเข้าไปในท้องจะไม่พองตัวในกระเพาะ

  • ควรเลือกของเล่นที่ทำจาก “หนังสัตว์ ผ้า สิ่งถักทอ” เช่น ลูกบอล ตุ๊กตา อันนี้จะฝึกทักษะ การเรียนรู้ทางสมอง หากใช้ถูกวิธี คือ เล่นซ่อนแอบ ปาให้ไปเก็บแล้วนำมาคืน

  • ควรเลือกของเล่นที่ทำจากวัตถุกินได้ อัดขึ้นเป็นรูป มีกลิ่น เช่น กระดูก Snack แท่งๆที่ขายในคลีนิกรักษาสัตว์ จะดีต่อใจน้องหมา ช่วงฟันกำลังขึ้น หรือ ช่วงฝึกไม่ให้กัดสิ่งของในบ้าน

ทั้งนี้ นสพ.ดร.นริศ แนะนำว่า ของเล่นที่ซื้อมาให้น้องหมาเล่น เจ้าของควรซื้อในร้าน Pets Shop หรือ คลีนิกรักษาสัตว์ เพราะจะมีคุณหมอช่วยดูว่าของเล่นเหมาะสมกับน้องหมาสายพันธุ์ที่เลี้ยงหรือไม่ รวมถึงของจะมีมาตรฐานรองรับ เหมือนของเล่นเด็กในห้าง ที่การันตีความปลอดภัย แต่ถ้าต้องการซื้อของข้างนอกมาเล่น ควรซื้อที่มี ฉลาก หรือ label ว่าเหมาะกับเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี เพราะจะไม่มีสารตะกั่ว สารพิษ ทำจากวัตถุที่ปลอดภัย แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ ก็หมั่นดูสิ่งผิดปกติที่เกิดกับตัวน้องหมา หรือ ของเล่นที่ซื้อมา

 

กลับขึ้นด้านบน