"นิชิโนะ" เน้นทำทีมชาติไทยตามรอยความสำเร็จทีมชาติญี่ปุ่นในฟุตบอลโลก

"นิชิโนะ" เน้นทำทีมชาติไทยตามรอยความสำเร็จทีมชาติญี่ปุ่นในฟุตบอลโลก

"นิชิโนะ" เน้นทำทีมชาติไทยตามรอยความสำเร็จทีมชาติญี่ปุ่นในฟุตบอลโลก

การเลือกศูนย์หน้าเพียงแค่ 2 คน ในชุดฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก สะท้อนปัญหาฟอร์มการเล่นของศูนย์หน้าที่ยังไม่ดีพอ แต่ในมุมกลับไทยมีโอกาสพัฒการเล่นระบบกองกลางที่แข็งแกร่งเหมือนที่ อากิระ นิชิโนะ ทำทีมญี่ปุ่นโดยใช้ศูนย์หน้าเพียงคนเดียวในฟุตบอลโลก 2018 ที่ผ่านมา

รูปข่าว : "นิชิโนะ" เน้นทำทีมชาติไทยตามรอยความสำเร็จทีมชาติญี่ปุ่นในฟุตบอลโลก

กลายเป็นประเด็นที่ถูกแฟนบอลวิพากษ์วิจารณ์ สำหรับการประกาศรายชื่อ 33 ผู้เล่นทีมชาติไทย ชุดสู้ศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย นัดแรกกลุ่มจีที่จะเปิดบ้านพบเวียดนาม ในวันที่ 5 ก.ย.นี้ โดยเฉพาะตำแหน่งกองหน้า เมื่อ อากิระ นิชิโนะ ตัดสินใจใส่ชื่อ ศุภชัย ใจเด็ด กองหน้าบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ ชนานันท์ ป้อมบุบผา จากแบงค็อก ยูไนเต็ด ที่ยิงรวมกันในฤดูกาลนี้ ได้แค่ 3 ประตู แทนที่จะเป็น อภิวัฒน์ เพ็งประโคน กองหน้าจากพีทีที ระยอง ที่ยิงไป 7 ประตู

ปัญหากองหน้าที่ขาดแคลน รวมถึง ธีรศิลป์ แดงดา ยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บแผ่นหลัง ทำให้ นิชิโนะ ต้องปรับสไตล์การทำทีมใหม่ ด้วยการเลือกผู้เล่นแดนกลางที่มีจุดเด่น ในเรื่องการสอดแทรกขึ้นมาทำประตูได้ดีติดทีม นำโดย ชนาธิป สรงกระสินธ์ ที่ยิงให้ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ในเจลีก ปีนี้ไป 4 ประตู, เอกนิษฐ์ ปัญญา ที่ยิงให้เชียงราย 8 ประตู รวมถึง สุภโชค สารชาติ, บดินทร์ ผาลา, พิชา อุทรา ที่ยิงให้ต้นสังกัดในปีนี้ไปคนละ 6 ประตู มาเป็นตัวสำคัญในการจบสกอร์

สันติ ทรงเต๊ะ อดีตผู้ช่วยผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ชุดเยาวชน มองว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ นิชิโนะ เลือกกองหน้าแค่ 2 คน สะท้อนให้เห็นว่าทีมชาติไทย ขาดแคลนกองหน้า สังเกตได้จากตารางดาวซัลโวในไทยลีก ที่จะเป็นนักเตะต่างชาติส่วนใหญ่ และด้วยการพิจารณาอย่างรอบคอบ นิชิโนะ จึงตัดสินใจเลือกผู้เล่นที่มีความสามารถในเรื่องการเก็บบอล พักบอล ได้ดีเป็นอันดับแรก แม้จะไม่โดดเด่นในเรื่องทำประตู นั้นแสดงให้เห็นว่า ศุภชัย กับ ชนานันท์ เป็นผู้เล่นที่สอดคล้องกับระบบที่ นิชิโนะ จะใช้ในการทำทีม

ตลอดการคุมทีม นิชิโนะ จะใช้แท็คติก 4-2-3-1 โดยเน้นเพรสซิ่งคู่ต่อสู้ตั้งแต่แดนบน ซึ่งระบบนี้ถูกนำมาใช้กับญี่ปุ่น ในศึกฟุตบอลโลก 2018 จนสามารถผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้ โดย 6 ประตูที่ทำได้ ครึ่งนึงมาจากตำแหน่งกองกลาง ซึ่งตรงกับลักษณะการทำทีมชาติไทยชุดนี้ ที่ต้องเน้นการเข้าทำเกมรุกจากแดนกลาง ที่มีผู้เล่นความสามารถเฉพาะตัวสูงหลายคน

ขณะที่ตำแหน่งอื่น แม้หลายคนจะไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่ดีในลีก ทั้ง สารัช อยู่เย็น กับ อดิศร พรหมรักษ์ จากเมืองทอง รวมถึง ทริสตอง โด จากแบงค็อก แต่ในการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก จำเป็นต้องมีผู้เล่นที่มีประสบการณ์สูง มีสภาพจิตใจที่แข็งแกร่ง รวมถึงเป็นผู้นำในแต่ละตำแหน่งเป็นจุดศูนย์กลางของทีม เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่กดดันและประคองรุ่นน้อง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการออกไปเล่นเกมเยือน ที่จะต้องพบกับแฟนบอลหลายหมื่นคนของ เวียดนาม มาเลเซีย และ อินโดนีเซีย

ส่วนการเรียกผู้รักษาประตูอย่าง กรพัฒน์ นารีจันทร์ ในไทยลีก 2 เนื่องจาก กรพัฒน์ เป็น 1 ในนักเตะที่มีโอกาสติดทีมลุยศึกฟุตบอลซีเกมส์ ที่ฟิลิปปินส์ ในช่วงปลายปีนี้ และชิงแชมป์เอเชีย ที่ไทย เป็นเจ้าภาพ ในช่วงต้นปีหน้า การเอามาเก็บตัวฝึกซ้อมเพื่อดูผลงาน รวมถึงเก็บเกี่ยวประสบการณ์กับรุ่นพี่อย่าง กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์, ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน และ ฉัตรชัย บุตรพรม จึงเป็นแนวทางที่ดี อีกทั้งเจ้าตัวก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมให้กับขอนแก่นในการเล่นไทยลีก 2

 

กลับขึ้นด้านบน