พีมูฟจัดเต็ม ขอใช้กลไกสภาฯตั้ง กมธ.นโยบายภาค ปชช.

พีมูฟจัดเต็ม ขอใช้กลไกสภาฯตั้ง กมธ.นโยบายภาค ปชช.

พีมูฟจัดเต็ม ขอใช้กลไกสภาฯตั้ง กมธ.นโยบายภาค ปชช.

รูปข่าว : พีมูฟจัดเต็ม ขอใช้กลไกสภาฯตั้ง กมธ.นโยบายภาค ปชช.

สภาฯ คึกคัก "พีมูฟ" จัดขบวนยื่นหนังสือ 17 ฉบับ ครบทั้งรัฐบาล - ฝ่ายค้าน ขอตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาข้อเสนอเชิงนโยบายภาคประชาชน 9 ข้อ ชูแก้ปัญหาที่ดิน-กระจายอำนาจ-ความเหลื่อมล้ำ พร้อมเสนอจัดรัฐสวัสดิการถ้วนหน้าด้วยการปฏิรูปโครงสร้างภาษีทั้งระบบ


วันนี้ (22 ส.ค.2562) ที่สัปปายะสภาสถาน รัฐสภา เกียกกาย ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) หรือ พีมูฟ เดินทางยื่นหนังสือถึงประธานรัฐสภาและสภาผู้แทนราษฎร, คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปฝ่ายรัฐบาล), คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) รวมถึงพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านรวม 14 พรรค เนื้อหาสำคัญระบุ ขอให้แต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาข้อเสนอเชิงนโยบายของภาคประชาชน ซึ่งเป็นการใช้สิทธิของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตยและบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ของเครือข่ายประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาของรัฐ ในนามกลุ่มพีมูฟ โดยแนบข้อเสนอเชิงนโยบายประชาชน 9 ประการ

  1. สิทธิ เสรีภาพ และประชาธิปไตย เช่น ยกเลิกคำสั่ง คสช.และคำสั่งคณะปฏิวัติทุกฉบับที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิ เสรีภาพของประชาชน, แก้ไขปรับปรุง พ.ร.บ.ว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 
  2. การกระจายอำนาจ ด้วยการปฏิรูปการปกครองส่วนท้องถิ่นโดยกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และสิทธิชุมชนในการจัดการทรัพยากรธรรมและสิ่งแวดล้อม
  3. นโยบายการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม เช่น ให้มีการตั้งกลไกในกระบวนการยุติธรรมที่ประชาชนมีส่วนร่วม เพื่อพิจารณากลั่นกรองคดีที่เข้าข่ายว่าจะเป็นการปิดปากหรือกลั่นแกล้งประชาชน, ขอใช้ระบบไต่สวนและลูกขุนในการพิจารณาคดีแทนระบบกล่าวหา ในคดีที่เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนและคดีที่เกี่ยวกับทรัพยากรที่ดิน ป่า ไม้และสิ่งแวดล้อม 
  4. นโยบายที่ดินและการคุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรม เช่น พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างอัตราก้าวหน้า, พ.ร.บ.โฉนดชุมชน, พ.ร.บ.ธนาคารที่ดิน
  5. นโยบายการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ เช่น ยุติ หรือ ยกเลิกนโยบายและกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน
  6. นโยบายภัยพิบัติ เช่น ส่งเสริมระบบการจัดการภัยพิบัติโดยชุมชน, จัดตั้งกองทุนและคณะกรรมการบริหารกองทุนจัดการภัยพิบัติระดับท้องถิ่น 
  7. นโยบายการคุ้มครองชาติพันธุ์และสิทธิความเป็นมนุษย์ เช่น พ.ร.บ.ส่งเสริมและคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งบรรจุอยู่ในยุทธศาสตร์ชาติและดำเนินการตามรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ.2562 มาตรา 70, เร่งแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อให้สัญชาติ และสิทธิสถานะแก่กลุ่มชาติพันธุ์ เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ตามมติคณะรัฐมนตรี 2 มิถุนายน และ 3 สิงหาคม 2553
  8. นโยบายสิทธิของคนไร้สถานะ เช่น แก้ปัญหาด้านสถานะและสิทธิบุคคล ของคนไร้รัฐ ไร้สัญชาติ กลุ่มชาติพันธุ์
  9. นโยบายรัฐสวัสดิการ เช่น การศึกษา, สุขภาพ, ที่อยู่อาศัยและที่ดิน รวมถึงการปฏิรูประบบภาษี ด้วยภาษีอัตราก้าวหน้า, ภาษีมรดก, ปรับลดระบบบำนาญข้าราชการ และทุกคนต้องยื่นภาษีเพื่อรับสิทธิสวัสดิการ แม้รายได้ไม่ถึงตามหลักเกณฑ์ เพื่อนำงบประมาณราว 1.4 ล้านล้านบาท จัดทำรัฐสวัสดิการถ้วนหน้าครบวงจร

 

 

 

สำหรับข้อเสนอเชิงนโยบายภาคประชาชนทั้ง 9 เรื่อง ถูกรวบรวมจากการสัมมนาพีมูฟ เมื่อวันที่ 22 - 23 เมษายนที่ผ่านมา เพื่อจัดทำเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายและนำเสนอต่อพรรคการเมืองในวันนี้ โดยตัวแทนพีมูฟระบุว่า เป็นการนำเสนอปัญหาและนโยบายเชิงโครงสร้าง สาเหตุของความยากจน และความเหลื่อมล้ำทางสังคม ซึ่งเป็นการขอให้ใช้กลไกของระบบรัฐสภา ด้วยการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาข้อเสนอเชิงนโยบาย โดยขอให้มีสัดส่วนของพีมูฟเป็นกรรมาธิการร่วมพิจารณาด้วย เพื่อให้การทำหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎร ยึดโยงกับประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย

นายประยงค์ ดอกลำใย ที่ปรึกษาพีมูฟ ระบุว่า นอกจากการยื่นข้อเสนอเชิงนโยบายทั้ง 9 ข้อในวันนี้ ยังคาดหวังว่าจะเกิดความร่วมมือระหว่างภาคประชาชนและผู้แทนฯ ผ่านกลไกรัฐสภา ในการแก้ปัญหาสำคัญ 3 ประการในอนาคต คือ การแก้รัฐธรรมนูญ, การแก้กฎหมายที่ผ่านการพิจารณาในรัฐบาล คสช. ที่ยังเป็นปัญหา เช่น พ.ร.บ.อุทยาน และ พ.ร.บ.ป่าชุมชน รวมถึงแนวทางในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งอันเป็นผลจากการใช้กฎหมาย ด้วยการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแยกเป็นรายกรณี

 

หวังว่าการยื่นหนังสือครั้งนี้ จะนำไปสู่ความร่วมมือในอนาคต เพื่อผลักดันเป้าหมายใหญ่ ซึ่งภาคประชาชนจะเคลื่อนไหวผ่านกลไกรัฐสภา เช่น การแก้รัฐธรรมนูญ ที่ภาคประชาชนจะมีการขับเคลื่อนใหญ่หลังจากนี้

 

การยื่นหนังสือทั้ง 17 ฉบับวันนี้ มีนายชวน หลีกภัย ในฐานะประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้รับหนังสือด้วยตัวเอง ขณะที่นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย เป็นตัวแทนรับหนังสือในนามพรรคประชาธิปัตย์

ด้านพรรคร่วมฝ่ายค้านอย่างพรรคอนาคตใหม่ มีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ นายอภิชาติ ศิริสุนทร นายรังสิมันต์ โรม และ พล.ท.พงศกร รอดชมภู ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรค เป็นผู้รับหนังสือดังกล่าว

 

 

 

สำหรับพรรคการเมือง 14 พรรค ที่พีมูฟยื่นหนังสือถึงในวันนี้ คือ พรรคพลังประชารัฐ ประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย ชาติไทยพัฒนา รวมพลังประชาชาติไทย ชาติพัฒนา และพลังท้องถิ่นไทย

ขณะที่พรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้แก่ พรรคเพื่อไทย อนาคตใหม่ ประชาชาติ เสรีรวมไทย เพื่อชาติ เศรษฐกิจใหม่ และพลังปวงชนไทย

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

"พีมูฟ" ยื่นหนังสือ ทส.ถามความคืบหน้าแก้ปัญหาป่าไม้-ที่ดิน

"พีมูฟ" ชุมนุมร้องรัฐบาลใหม่เดินหน้านโยบาย 9 ด้าน

"พิธา" เสนอติดกระดุม 5 เม็ด นโยบายแก้ปัญหาเกษตรกร

 

 

กลับขึ้นด้านบน