นายกฯ ตุ้ย แจง “แพลงก์ตอนบลูม” เริ่มลดลง คาด 1-2 วัน ปกติ

นายกฯ ตุ้ย แจง “แพลงก์ตอนบลูม” เริ่มลดลง คาด 1-2 วัน ปกติ

นายกฯ ตุ้ย แจง “แพลงก์ตอนบลูม” เริ่มลดลง คาด 1-2 วัน ปกติ

รูปข่าว : นายกฯ ตุ้ย แจง “แพลงก์ตอนบลูม” เริ่มลดลง คาด 1-2 วัน ปกติ

นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองแสนสุข จ.ชลบุรี ระบุขณะนี้แพลงก์ตอนพืชเริ่มลดลง คาดว่า ภายใน 1- 2 วัน ทะเลมืองแสนสุขจะกลับสู่สถานการณ์ปกติ

วันนี้ (25 ส.ค.2562) นายณรงค์ชัย คุณปลื้ม นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองแสนสุข จ.ชลบุรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ณรงค์ชัย (ตุ้ย) คุณปลื้ม โดยระบุถึงปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสี ดังนี้

ภาพ : เฟซบุ๊ก ณรงค์ชัย (ตุ้ย) คุณปลื้ม

ภาพ : เฟซบุ๊ก ณรงค์ชัย (ตุ้ย) คุณปลื้ม

จากเหตุการณ์ที่พบน้ำทะเล บริเวณชายหาดบางแสนมีสีเขียวเข้ม และมีกลิ่นค่อนข้างแรง ในช่วงตั้งแต่วันจันทร์ที่ 19 ส.ค. 62 ที่ผ่านมา ปรากฏการณ์ดังกล่าว เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เรียกว่า “ปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสี หรือ แพลงก์ตอนบลูม (red tide) 

เกิดจากสาหร่ายเซลล์เดียวหรือแพลงก์ตอนพืชเพิ่มจำนวนมากขึ้น จนทำให้สีของน้ำทะเลเปลี่ยนไปจากสีปกติ ซึ่งในครั้งนี้เปลี่ยนไปเป็นสีเขียวเข้ม เนื่องจากสีของสารสี (คลอโรฟิลล์เหมือนในพืช) ที่อยู่ในเซลล์นั่นเอง และอาจพบสีอื่นๆ ได้ เช่น สีแดง สีน้ำตาล และสีเหลืองเป็นต้น

ในอดีตชาวประมงที่พบเห็นจะเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “ขี้ปลาวาฬ” ปรากฏการณ์ครั้งนี้ เกิดจากแพลงก์ตอนพืช สกุล Noctiluca มีลักษณะทรงกลมภายในเซลล์มีสีเขียว ขนาดประมาณ 0.5 - 0.7 มิลลิเมตร สามารถมองเห็นเป็นเม็ดกลมๆ สีเขียวด้วยตาเปล่า ในบริเวณผิวหน้าน้ำ แพลงก์ตอนพืชสกุลนี้ไม่เป็นอันตรายเนื่องจากไม่สร้างสารพิษ แต่การที่น้ำทะเลมีกลิ่นค่อนข้างแรงเนื่องจากภายในเซลล์มีสารแอมโมเนียค่อนข้างมาก เมื่อเซลล์แตกจากคลื่นหรือเซลล์ตายลง จะมีการปลดปล่อยแอมโมเนียออกสู่บรรยากาศและส่งกลิ่นเหม็นนั่นเอง และการที่พบสัตว์น้ำขนาดเล็กตายและพบซากบริเวณชายหาดในช่วงที่เกิดปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสี เนื่องจากพอแพลงก์ตอนพืชตายลง ซากจะถูกแบคทีเรียใช้ออกซิเจนในน้ำในการย่อยสลายซาก จึงทำให้ออกซิเจนในน้ำลดลง ส่งผลให้สัตว์น้ำขนาดเล็กขาดออกซิเจนและตายลง

ภาพ : เฟซบุ๊ก ณรงค์ชัย (ตุ้ย) คุณปลื้ม

ภาพ : เฟซบุ๊ก ณรงค์ชัย (ตุ้ย) คุณปลื้ม

ปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสี ปกติจะเกิดขึ้นทุกปีในระยะ 3 - 5 ปี ที่ผ่านสามารถพบเห็นได้ประจำ ปีละประมาณ 2-3 ครั้ง ระยะเวลาในการเกิดจากพบเห็นต่อเนื่อง 3 - 5 วัน โดยมักพบในช่วงหลังฝนตก เนื่องจากมีการชะล้างสารอาหารลงสู่น้ำทะเลชายฝั่ง และมีอุณหภูมิ ความเค็ม และความเข้มแสงที่เหมาะสม จึงทำให้แพลงก์ตอนพืชเพิ่มจำนวน (เติบโตอย่างรวดเร็ว) และเมื่อสารอาหารลดลงก็จะพบเซลล์ลดลงและปรากฏการณ์นี้จะหายไป

นอกจากนี้การขึ้นลงของน้ำทะเลและกระแสลม ในช่วงลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรงพัดลมทิศทางเข้าสู่ฝั่ง เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลให้มวลของแพลงก์ตอนพืช ถูกพัดเข้าสู่ฝั่งในบริเวณชายฝั่งบางแสนในปี 2562 ที่ผ่านมาบริเวณชายหาดบางแสน พบการเกิดน้ำทะเลเปลี่ยนสีมาแล้วประมาณ 4 ครั้ง คือ เดือนกุมภาพันธ์ มีนาคม กรกฏาคม และสิงหาคม (ครั้งนี้) จากการติดตามและตรวจสอบของหน่วยงานต่างๆ สามารถคาดการณ์ได้ว่าปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสีครั้งนี้ที่เกิดขึ้นอยู่ในช่วงปลายของการบลูมแล้ว จำนวนเซลล์เริ่มลดลง คาดว่าอีก 1 - 2 วัน สถานการณ์จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

มาถี่ขึ้น ! "บางแสน-แหลมแท่น" น้ำทะเลเปลี่ยนสี

 

 

กลับขึ้นด้านบน