ไขข้อข้องใจ! ฟังมุม "หมอโรคไต" เตือนก่อนคิดดื่มปัสสาวะ

ไขข้อข้องใจ! ฟังมุม "หมอโรคไต" เตือนก่อนคิดดื่มปัสสาวะ

ไขข้อข้องใจ! ฟังมุม "หมอโรคไต" เตือนก่อนคิดดื่มปัสสาวะ

รูปข่าว : ไขข้อข้องใจ! ฟังมุม "หมอโรคไต" เตือนก่อนคิดดื่มปัสสาวะ

หมอโรคไต เตือนก่อนดื่ม หรือใช้น้ำปัสสาวะทาหน้า หยอดตา ซึ่งอาจเกิดผลเสียโดยเฉพาะอาจเกิดการติดเชื้อที่ปนเปื้อนมากับปัสสาวะ รวมถึงผู้ที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว ขณะที่กลุ่มแพทย์วิถีธรรม เทียบปัสสาวะคล้ายวัคซีนที่ช่วยขับพิษออกจากร่างกาย

วันนี้ (26 ส.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมากระแสโซเชียลเรื่องการใช้ปัสสาวะ เพื่อเป็นทางเลือกในการรักษาโรค ทั้งการดื่ม ทาหน้า ทาแผล และใช้ล้างตา ทำให้มีทั้งเสียงสนับสนุน และการเตือนเรื่องอาจจะมีเชื้อโรคจากปัสสาวะได้ เช่น กรณี ทนพ.ภาคภูมิ เดชหัสดิน นักเทคนิคการแพทย์ชื่อดัง เจ้าของเพจหมอแล็บแพนด้า ก็ออกมาระบุว่าการดื่มน้ำปัสสาวะมีประโยชน์น้อยกว่าการกินข้าวหนึ่งคำ

ล่าสุด พล.อ.ท.อนุตตร จิตตินันทน์ อายุรแพทย์โรคไตโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก Anutra Chittinandana โดยระบุว่า หยุดดื่มและแนะนำคนอื่นให้ดื่มน้ำปัสสาวะเถอะ ใครคิดจะดื่มหรือเอาปัสสาวะไปล้างหน้าหรือหยอดตา อ่านความเห็นของหมอโรคไตคนนี้ก่อนนะครับ

ตอนนี้มีกระแสไวรัสโซเชียลการดื่มปัสสาวะตนเอง หรือเอาไปล้างหน้า หยอดตาเพื่อสุขภาพและรักษาโรคมาแรงจริงๆ ขนาดออกทางสื่อโทรทัศน์บ้านเรา คนที่เห็นด้วยกับเรื่องนี้อาจปรามาสผู้เขียนว่าไม่เคยมีประสบการณ์แล้วจะรู้ว่าดีหรือไม่ดีได้อย่างไร ผมยอมรับว่าไม่มีประสบการณ์การดื่มปัสสาวะ และไม่ขอลองเด็ดขาด แค่คิดก็จะอ๊วกแล้ว 

 

ก่อนจะนำปัสสาวะมาดื่ม มาทา มาหยอดกัน ในฐานะหมอโรคไต อยากให้รู้จักปัสสาวะกันก่อน ปัสสาวะผลิดจากไต โดยไตจะกรองของเสียที่ร่างกายไม่ต้องการแล้ว รวมทั้งเกลือแร่ส่วนเกิน แล้วส่งผ่านท่อไตมาเก็บไว้ที่กระเพาะปัสสาวะ รอจนปริมาณปัสสาวะมากพอเราจะรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำเพื่อปัสสาวะออกมา

ปัสสาวะส่วนใหญ่จึงประกอบด้วยน้ำกว่า 95% นอกจากนั้นเป็นของเสียที่เกิดจากการเผาผลาญอาหารของเรา เช่นยูเรีย คีโตน แอมโมเนีย และมีเกลือแร่ต่างๆ เล็กน้อย ถ้าดูจากส่วนประกอบแล้วก็เหมือนเรากินน้ำแร่นั่นเอง แต่ปริมาณแร่ธาตุก็มีอยู่น้อยมาก รวมทั้งแทบไม่มีสารอะไรที่มีปริมาณเพียงพอที่จะเป็นประโยชน์กับร่างกายเลย

พบเชื้อแบคทีเรียในปัสสาวะเสี่ยงติดเชื้อ

ที่สำคัญปัสสาวะจะถูกเก็บไว้ที่กระเพาะปัสสาวะก่อนที่เราจะปัสสาวะออกมาผ่านทางท่อปัสสาวะ ตรงนี้แหละครับที่ปัสสาวะมีโอกาสปนเปื้อนเชื้อโรคต่างๆได้ เพราะปลายท่อปัสสาวะจะอยู่ใกล้กับทวารหนักของเรา จึงมีโอกาสที่ปัสสาวะจะมีการปนเปื้อนเชื้อโรคได้ง่าย

จากการศึกษาเพาะเชื้อโรคในปัสสาวะพบว่า ถึงแม้ในคนปกติที่ไม่ได้เป็นโรคทางเดินปัสสาวะอักเสบ แต่ก็มีโอกาสตรวจพบเชื้อเบคทีเรียในปัสสาวะที่อาจเป็นสาเหตุของการติดเชื้อได้หากดื่มในปริมาณมาก หรือเอาไปทาผิวหนังที่มีแผล โดยเฉพาะเอาไปหยอดตานี่ยิ่งมีโอกาสติดเชื้อได้

นอกจากนั้นยังไม่มีการศึกษาวิจัยผลดี ผลเสียของการใช้ปัสสาวะมาป้องกันหรือรักษาโรคเลย การให้ข้อมูลจากประสบการณ์ที่ว่าดื่มน้ำปัสสาวะแล้วทำให้แข็งแรง หายจากโรค จึงไม่อาจบอกว่าน้ำปัสสาวะมีประโยชน์ เพราะแค่คนเราดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน ก็มีส่วนช่วยให้สุขภาพเราดีกว่าดื่มน้ำน้อย ผิวพรรณก็จะดีกว่าคนดื่มน้ำน้อย

ผลดีไม่มีข้อพิสูจน์ แต่อาจเกิดผลเสียโดยเฉพาะอาจเกิดการติดเชื้อที่ปนเปื้อนมากับปัสสาวะ รวมถึงผู้ที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว ถ้าใครจะยังเอาปัสสาวะไปใช้ดื่ม ใช้ทาหน้า ใช้หยอดตาอยู่ก็ตัวใครตัวมันนะครับ

มองอีกมุมชี้ปัสสาวะทำหน้าที่คล้ายวัคซีนขับพิษ 

อีกด้านต้องยอมรับว่า การกินปัสสาวะมีคนปฏิบัติมานาน เฉพาะในไทยที่ผ่านการอบรมกับแพทย์วิถีธรรม ทั้งนี้ นายใจเพชร กล้าจน หรือหมอเขียว กล่าวว่าที่ผ่านมามีเป็นแสนคนที่อบรมแล้ว และมี 20,000  กว่าคนที่ร่วมให้ข้อมูลเพื่อเก็บเป็นบทความงานวิจัยว่า ดื่มน้ำปัสสาวะเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย  

ทั้งนี้ปเวลาที่สอนที่อบรมคนที่สนใจเรื่องการดื่มน้ำปัสสาวะ ก็สอนกลไกว่า น้ำปัสสาวะเกิดจากน้ำและอาหารที่เรากินเข้าไป มันจะมีธาตุที่เป็นประโยชน์อยู่ส่วนหนึ่ง และธาตุส่วนเกินก็ออกมาด้วย พอเราเติมกลับเข้าไป ธาตุไหนที่ร่างกายต้องการอยู่ กลไกทางร่างกายมันฉลาด ก็จะดึงธาตุเหล่านั้นกลับไปใช้ประโยชน์ และอีกส่วนที่น่าสนใจ คือหมอเขียวบอกว่า การดื่มน้ำปัสสาวะเติมกลับไปมันทำหน้าที่เหมือนวัคซีน

 

กินกลับไปจะได้ธาตุที่เป็นประโยชน์ เพราะปัสสาวะมีธาตุ สารพลังงานของโรคหรือพิษของเราแบบอ่อนๆ ก็เหมือนวัคซีน เพราะวัคซีนก็คือการนำพิษอ่อนเข้าไปในร่างกาย แล้วไปกระตุ้นให้ร่างกายผลิตเมล็ดเลือดขาวมาขับพิษออกมาจากร่างกายของเรา

ด้านนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย กล่าวว่า ก่อนหน้านี้สำนักแพทย์ทางเลือก เข้าไปรับรองการแพทย์วิถีธรรมของหมอเขียวนานหลายปีแล้ว และกลุ่มที่ใช้วิธีนี้บำบัดโรคที่เห็นชัดก็คือ ชาวสันติอโศก เพราะคนส่วนใหญ่ที่ใช้วิธีนี้ไม่ค่อยเปิดเผยตัวตน เวลานี้ยังบอกไม่ได้ว่าปัสสาวะเป็นยาเพราะยังไม่มีการวิจัยทางคลินิก แต่ที่แน่ๆ คือบอกได้ว่ามีคนใช้ปัสสาวะแล้วได้ประโยชน์จริงๆ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

มีเชื้อโรค! เตือนกินฉี่-ใช้ทาหน้าไร้ประโยชน์ น้อยกว่ากินข้าวหนึ่งคำ

 

 

กลับขึ้นด้านบน