ชะลอลงทุนไทยหนีบาทแข็ง-เทรดวอร์

ชะลอลงทุนไทยหนีบาทแข็ง-เทรดวอร์

ชะลอลงทุนไทยหนีบาทแข็ง-เทรดวอร์

รูปข่าว : ชะลอลงทุนไทยหนีบาทแข็ง-เทรดวอร์

นักธุรกิจ หยุดลงทุนไทยหนีบาทแข็ง-เทรดวอร์ แนะรัฐดูแลค่าเงินบาทให้อ่อนค่า จับตาสินค้าจีนทะลักไทย

ผลกระทบสงครามการค้าและเศรษฐกิจไทยยังไม่ฟื้นตัว ทำผู้ประกอบการไทยต้องปรับตัว ชะลอการขยายการลงทุนไทย เน้นไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อลดผลกระทบเงินบาทที่แข็งค่า  แนะรัฐจับตาสินค้าจีนไม่ได้มาตรฐานทะลักไทย


ผู้ผลิตตลาดสินค้าเมลานีน นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการ บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ยังไม่มั่นใจว่าสงครามการค้าสหรัฐฯและจีนจะยุติได้เมื่อไหร ปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัว อัตราแลกเปลี่ยนผันผวน รวมถึงค่าเงินบาทที่แข็งค่าผิดปกติและแข็งค่ากว่าประเทศคู่แข่ง สวนทางกับค่าเงินหยวนที่อ่อนค่าลงเป็นประวัติการณ์ ทำให้สินค้าไทยมีราคาสูงขึ้น กระทบต่อสินค้าส่งออกหลายชนิด เช่น ผลไม้ สินค้าเกษตร 

ศรีไทย หยุดการลงทุนในไทยมาตั้งแต่ปีที่แล้ว และไปลงทุนในเวียดนามแทน เพราะเห็นกำลังซื้อที่เติบโตในกลุ่มของประเทศอาเซียนและมีค่าแรงที่ถูกกว่าไทย และลดผลกระทบเงินบาทแข็งค่า ทำให้คาดการณ์ว่าปีนี้จะมียอดขายไม่เติบโต จากเดิมที่ร้อยละ 3

ภาคธุรกิจ ต้องการให้รัฐดูแลค่าเงินบาทอ่อนค่าให้อยู่ในระดับ 32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ และระวังสินค้าจากจีนที่จะทะลักเข้ามาในไทยและอาเซียน จะกลายเป็นการทุ่มตลาดสินค้าไทย และบางสินค้าไม่ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะสินค้าที่ผลิตจากเมลานีน เช่น จาน ชาม

 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ธนวรรธน์ พลวิชัย และผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มองว่า ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงเป็นผลจากการประกาศสงครามการค้ารอบใหม่ ทำให้เกิดภาวะ Inverted yield curve นักลงทุนชะลอการลงทุนในตลาดหุ้น และหันมาลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล เป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงแนวโน้มเศรษฐกิจโลกกำลังเข้าสู่ภาวะถดถอยอีกครั้ง

และเชื่อว่า การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนในช่วงเดือนตุลาคม หากเจรจากันไม่ได้ข้อยุติผลกระทบต่อเศรษฐกิจปีนี้คงจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากที่เคยประเมินไว้ เพราะยังมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลวงเงิน 3 แสนล้านบาทที่จะช่วยทำให้เศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังขยายตัวได้ร้อยละ 3-4

แม้ว่าการส่งออกจะติดลบร้อยละ 1 ถึงลบร้อยละ 2 ประเมินว่าค่าเงินบาทจะแข็งค่าเฉลี่ย 30.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ 

แต่เศรษฐกิจไทยในปีหน้ายอมรับว่า จะต้องเผชิญความเสี่ยงมากขึ้นจากสงครามการค้าที่ยืดเยื้อ ดังนั้น รัฐบาลจะต้องเร่งขับเคลื่อนการลงทุนในประเทศ กระตุ้นใช้จ่าย เพื่อผลักดันให้เศรษฐกิจไทยปี2563 ขยายตัวได้อย่างน้อยร้อยละ3

นายธนวรรธน์ ยังระบุว่า ได้เตรียมพร้อมให้นักธุรกิจจีน เข้าใจเศรษฐกิจจีน โดย มหาวิทยาลัยภาษาและวัฒนธรรมปักกิ่งได้เข้ามาร่วมกับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านองค์ความรู้และความร่วมมือทางธุรกิจจีน หรือ TEPCIAN เพื่อให้นักธุรกิจไทยทุกกลุ่มได้เรียนรู้เศรษฐกิจจีนและวัฒนธรรม ภาษาจีน เพราะปัจจุบันทุนจากประเทศจีนได้เข้ามาลงทุนในไทยเพิ่นขึ้น นักธุรกิจไทยจึงจำเป็นต้องเรียนรู้และหาโอกาสจับคู่ธุรกิจเพื่อส่งเสริมทางด้านการค้าและรองรับความผันผวนกับเศรษฐกิจโลกด้วย

กลับขึ้นด้านบน