รพ.ลำปาง เปิดให้บริการ “คลินิกกัญชาทางการแพทย์”

รพ.ลำปาง เปิดให้บริการ “คลินิกกัญชาทางการแพทย์”

รพ.ลำปาง เปิดให้บริการ “คลินิกกัญชาทางการแพทย์”

รูปข่าว : รพ.ลำปาง เปิดให้บริการ “คลินิกกัญชาทางการแพทย์”

รพ.ลำปาง เปิด “คลินิกกัญชาทางการแพทย์” วันแรก ผู้ป่วยเข้าคิวรับการรักษาพอสมควร แพทย์ระบุผู้ป่วย ที่ต้องรักษาด้วยกัญชา จะต้องรับการรักษาตามมาตรฐานทางการแพทย์มาก่อน หากไม่ทุเลา จึงจะรักษาด้วยกัญชา โดยจะเปิดรักษาเฉพาะวันพุทธ ตามเวลาราชการเท่านั้น

วันนี้(28 ส.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.ธวัช ปานทอง รอง ผอ.ฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลลำปาง พร้อมด้วยแพทย์ พยาบาลร่วมกัน เปิดคลินิกกัญชาทางการแพทย์ โรงพยาบาลลำปาง บริเวณชั้น 3 อาคารผู้ป่วยนอก ครั้งแรกซึ่งเป็น 1 ใน 12 โรงพยาบาล นำร่องในการเปิดให้บริการ คลินิกกัญชาทางการแพทย์

 
นพ.ธวัช กล่าวว่า ตามที่ทางภาครัฐมีนโยบายเรื่องการนำกัญชามารักษาทางการแพทย์ ซึ่งมั่นใจว่ากัญชามีประโยชน์ในการรักษาผู้ป่วย กระทรวงสาธารณสุข จึงได้มีนโยบายนำกัญชามาใช้ในการรักษาทางการแพทย์ โดยได้มีการเปิดคลินิกกัญชาทางการแพทย์ในโรงพยาบาล 12 แห่ง เพื่อสร้างโอกาสการรักษา ประชาชนเข้าถึงการรักษาด้วยยากัญชาอย่างปลอดภัย ซึ่ง รพ.ลำปาง เป็น 1 ใน 12 รพ.นำร่องที่เปิด คลินิกกัญชาเพื่อรักษาทางการแพทย์

 

โดยในเบื้องต้นการให้บริการสารสกัดน้ำมันกัญชาทางการแพทย์นั้น ผู้ป่วยที่มารับริการต้องผ่านการรักษาทางการแพทย์ปัจจุบันตามมาตรฐานมาก่อน แต่เมื่อยังไม่ทุเราหรือดีขึ้น ก็จะต้องมีการส่งตัวเข้ามาตรวจสุขภาพร่างกายกับแพทย์ผู้เชียวชาญด้านกัญชา ซึ่งโรงพยาบาลลำปาง ขณะนี้มีอยู่ 2 ท่าน ที่ให้บริการ เมื่อตรวจสอบโดยแพทย์แล้ว ก็จะสามารถรับน้ำมันกัญชาได้

 


สำหรับโรงพยาบาลลำปาง ได้รับน้ำมันกัญชาสูตร 1 ที่ใช้หยอดสำหรับผู้ป่วย อาทิ กล้ามเนื้อหดเกร็งในผู้ป่วยโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง, โรคลมชักที่ดื้อต่อยาแผนปัจจุบัน คลื่นไส้ อาเจียนจากยาเคมีบำบัด ภาวะปวดประสาทที่ใช้การรักษาอื่นๆ แล้วไม่ได้ผลให้บรรเทาลง แต่ยังไม่สามารถรักษาผู้ป่วยทั่วไปหรือผู้ป่วยที่ยังไม่ได้รับการตรวจมาก่อนได้ทันที ดังนั้น ผู้ที่จะมาใช้บริการต้องผ่านการตรวจรักษาตามมาตรฐาน เสร็จแล้วส่งตัวมาที่คลีนิกกัญชาทางการแพทย์ โรงพยาบาลลำปาง ให้แพทย์ตรวจอีกครั้งถึงจะได้รับการรักษาด้วยน้ำมันสกัดจากกัญชา

 

ทั้งนี้ โรงพยาบาลลำปาง เปิดบริการคลินิกกัญชาทางการแพทย์เฉพาะวันพุทธ ตามเวลาราชการเท่านั้น นอกจากนี้ ยังจะได้มีการอบรมแพทย์ผู้เชียวชาญด้านกัญชาทางการแพทย์เพิ่มขึ้นอีก เพื่อที่จะให้เพียงพอและรองรับสำหรับผู้ป่วยที่ต้องการรักษาด้วยกัญชาทางการแพทย์

 

กลับขึ้นด้านบน