ปิดศูนย์ปราบปรามการค้างาช้าง หลัง "ไซเตส" ปลดไทยพ้นบัญชีดำ

ปิดศูนย์ปราบปรามการค้างาช้าง หลัง "ไซเตส" ปลดไทยพ้นบัญชีดำ

ปิดศูนย์ปราบปรามการค้างาช้าง หลัง "ไซเตส" ปลดไทยพ้นบัญชีดำ

รูปข่าว : ปิดศูนย์ปราบปรามการค้างาช้าง หลัง "ไซเตส" ปลดไทยพ้นบัญชีดำ

ศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจการค้างาช้าง แถลงความสำเร็จ และปิดศูนย์การปราบปรามการค้างาช้างผิดกฎหมาย หลังไซเตสปลดไทยจากบัญชีประเทศน่ากังวลค้างาช้าง

วันนี้ (29 ส.ค.22562) พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจการค้างาช้าง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วม แถลงผลปฏิบัติการปราบปรามงาช้างแห่งประเทศไทยเพื่อเสนอต่อสำนักงานเลขาธิการอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES)


สำหรับศูนย์ปฏิบัติการนี้ ตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบัน ตลอด 6 ปี สามารถจับกุมผู้กระทำผิดและตรวจยึดของกลางเป็นงาช้างแอฟริกา ได้กว่า 2,000 รายการ น้ำหนักกว่า 9,900 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 990 ล้านบาท พร้อมใช้มาตรการยึดทรัพย์ตามพระราชบัญญัติการฟอกเงิน มาใช้กับผู้กระทำความผิด ทำให้ CITES ปลดบัญชีประเทศไทย จากประเทศน่ากังวลในการค้างาช้าง เมื่อวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งมองว่า ปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จ คือ การออกกฎหมาย และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด จริงจัง

ทั้งนี้ ศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจการค้างาช้าง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะยุติการดำเนินงาน ตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย.2562 หลังบรรลุวัตถุประสงค์ในการดำเนินการปราบปรามการค้างาช้างผิดกฎหมาย จนประสบความสำเร็จ พร้อมกับการเกษียญอายุราชการของ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติด้วย


หลังจากนี้ เป็นอำนาจของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ว่าจะมีคำสั่งให้ดำเนินการของศูนย์ฯนี้ต่อหรือไม่ แต่หน้าที่ของตำรวจ ยังคงเน้นการปราบปรามการค้ามนุษย์อย่างต่อเนื่อง โดย พล.ต.ท.ศักดา ชื่นภักดี และ พล.ต.ท.มนู เมฆหมอก ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะรับหน้าที่ดำเนินการปราบปรามการค้างาช้างอย่างต่อเนื่อง

 

แท็ก

กลับขึ้นด้านบน