บุกจับ "บอย AF3" โยงแก๊งปลอมบัตรเครดิต

บุกจับ "บอย AF3" โยงแก๊งปลอมบัตรเครดิต

บุกจับ "บอย AF3" โยงแก๊งปลอมบัตรเครดิต

รูปข่าว : บุกจับ "บอย AF3" โยงแก๊งปลอมบัตรเครดิต

ตำรวจ ปอศ. บุกจับนายสิทธิชัย ผาบชมพู (บอย AF3) ที่วัดดัง จ.นครราชสีมา ตามหมายจับข้อหาร่วมกันฉ้อโกง ปลอมบัตรเครดิต รูดเงินกว่า 13 ล้านบาท เบื้องต้นเจ้าตัวให้การปฏิเสธและยื่นขอประกันตัว

วันที่ 1 ก.ย.2562 ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ปอศ. สั่งการให้ พ.ต.อ.ภาดล จันทร์ดอน ผกก.5 บก.ปอศ. พ.ต.ท.เกียรติพันธ์ เจริญชนิกานต์ สว.กก.5 บก.ปอศ นำกำลังจับกุมนายสิทธิชัย ผาบชมพู (บอย AF3) อายุ 33 ปี ตามหมายจับศาลอาญาที่ 846/2562 ลงวันที่ 12 มิ.ย.2562 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกง, ร่วมกันทำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมขึ้นทั้งฉบับหรือแต่ส่วนหนึ่งส่วนใด เติมหรือตัดทอนข้อความ หรือแก้ไขด้วยประการใด ๆ ในบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่แท้จริง โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ถ้าได้กระทำเพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่าบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่แท้จริงหรือเพื่อใช้ประโยชน์อย่างหนึ่งอย่างใด, ร่วมกันใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอม อันได้มาโดยรู้ว่าเป็นของที่ทำปลอมหรือแปลงขึ้น, ร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายให้แก่ผู้อื่นหรือประชาชน, ร่วมกันมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ โดยจับกุมได้ที่บริเวณวัดถ้ำเขาวง หมู่ 3 ต.หนองน้ำแดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

 

 

สืบเนื่องจากพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง ว่ามีการใช้บัตรเครดิตปลอมซื้อสินค้าและบริการที่โรงแรมในพื้นที่ จ.อุดรธานี โดยทำรายการช่วงเดือนธันวาคม 2561 ถึงเดือนมกราคม 2562 ทำรายการผ่านเครื่องรูดบัตรเครดิตในระบบคีย์อิน คือกดรหัสบัตร 16 หลัก วันหมดอายุ และรหัส ccv ที่เครื่องโดยไม่ต้องรูดบัตร เป็นจำนวน 144 รายการ เป็นเงิน 13,276,107 บาท

ต่อมาชุดสืบสวนได้ทำการขยายผลจนพบว่ามีการทำเป็นขบวนการ ซึ่งในคดีนี้มีผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด 11 คน หนึ่งในนั้นคือนายสิทธิชัย และมีผู้ร่วมขบวนการถูกจับกุมไปแล้วบางส่วน กระทั่งวานนี้ (1 ก.ย.) ชุดสืบสวนได้สืบทราบว่าหลังเกิดเหตุนายบอยได้หลบหนีไปบวชที่วัดดังกล่าว จึงนำกำลังจับกุม

จากการสอบสวนนายสิทธิชัย ให้การปฎิเสธตลอดข้อกล่าวหา อ้างว่ามีผู้ติดต่อให้ตนไปหาโรงแรมที่รับรูดบัตรเครดิต โดยเข้าใจว่าบัตรเครดิตดังกล่าวเป็นบัตรที่ได้มาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ซึ่งล่าสุดได้ประสานทนายความเพื่อยื่นขอประกันตัวเรียบร้อยแล้ว

 

 

จากแนวทางการสืบสวนพบว่าขบวนการนี้ทั้งหมด 11 คน ได้แบ่งหน้าที่กันทำ เริ่มจากมีผู้จัดหาบัตรเครดิตปลอมให้กับทางโรงแรมรูดบัตรระบบคีย์อินจำนวนเงินหลักหมื่นถึงแสนบาทต่อครั้ง อ้างว่าเป็นค่าจองกรุ๊ปทัวร์ล่วงหน้าจากต่างประเทศ มีผู้จัดเตรียมสำเนาหน้าบัตรเครดิต สำเนาหน้าพาสปอร์ต แบบฟอร์มการจองห้องพัก เอกสารทั้งหมดมีชื่อตรงกัน ซึ่งชื่อนั้นถูกแอบอ้างว่าเป็นลูกค้ากรุ๊ปทัวร์ เพื่อเป็นหลักฐานให้กับโรงแรมเมื่อธนาคารขอดูเอกสารประกอบการจ่ายเงิน โดยผู้ร่วมขบวนการทั้งหมดจะได้รับส่วนแบ่งเป็นเงินจากเงินที่ธนาคารโอนให้กับทางโรงแรม โดยในคดีนี้ได้แจ้งข้อกล่าวหาผู้ร่วมกระทำผิดในส่วนผู้บริหารและพนักงานโรงแรมไปแล้ว 3 คน และขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการคนอื่นทั้งที่เป็นผู้จัดหาบัตรเครดิตปลอม ผู้จัดเตรียมเอกสารอีก 8 คน ในจำนวนนี้มีชาวจีน 2 คน ที่อยู่ในส่วนจัดหาบัตรเครดิตปลอมได้ถูกจับกุมไปก่อนแล้วในคดีอื่น ปัจจุบันอยู่ในเรือนจำ

 

กลับขึ้นด้านบน