ด่วน! พบหลักฐานสำคัญโยง “บิลลี่” ตาย

ด่วน! พบหลักฐานสำคัญโยง “บิลลี่” ตาย

ด่วน! พบหลักฐานสำคัญโยง “บิลลี่” ตาย

รูปข่าว : ด่วน! พบหลักฐานสำคัญโยง “บิลลี่” ตาย

กรมสอบสวนคดีพิเศษ พบหลักฐานสำคัญโยง ”บิลลี่” แกนนำกะเหรี่ยงแก่งกระจาน เสียชีวิตหลังหายตัวไป 5 ปี โดยพบถังน้ำมัน 200 ลิตรภายในมีโครงกระดูกมนุษย์ ใกล้สะพานแขวนในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

วันนี้ (2 ก.ย.2562) มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เตรียมแถลงข่าวด่วนที่เชื่อว่า “บิลลี่” นายพอละจี รักจงเจริญ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เสียชีวิตแล้ว หลังหายตัวนาน 5 ปี

แหล่งข่าวจากดีเอสไอ ยืนยันว่า จากการสอบสวนเรื่องนี้แบบเกาะติด ตั้งแต่ปี 2557 และล่าสุดเมื่อช่วงเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา พบหลักฐานสำคัญจนนำไปสู่การค้นหาหลักฐานบริเวณใกล้สะพานแขวน ซึ่งเป็นจุดท่องเที่ยวชื่อดังในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน 

พบถังน้ำมันภายในมีชิ้นส่วนกระดูกมนุษย์

หลักฐานที่พบประกอบด้วย ถังน้ำมันขนาด 200 ลิตร โดยในถังมีขิ้นส่วนกระดูกมนุษย์ รวมถึงหลักฐานอื่นๆในถังที่ถูกนำไปทิ้งไว้ในน้ำใกล้กับสะพานแขวน ซึ่งเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนของดีเอสไอ คาดว่าจะเป็นของบิลลี่ 

ทั้งนี้จากการตรวจ เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับนายบิลลี่ และชิ้นส่วนทั้งหมดอยู่ระหว่างตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างละเอียดเพื่อยืนยันเรื่องเอกลักษณ์บุคคลอีกครั้ง คาดว่าดีเอสไอเตรียมจะมีการแถลงข่าวการค้นพบในช่วงบ่าย วันพรุ่งนี้ (3 ก.ย.)

สำหรับคดีนายบิลลี่ หายตัวไปเมื่อวันที่ 17 เม.ย.2557 ทำให้นางพิณนภา พฤกษาพรรณ หรือ “มีนอ” ภรรยาของบิลลี่ ร่วมกับเครือข่ายองค์กรด้านสิทธิมนุษยชน ร้องต่อศาลจังหวัดเพชรบุรี ขอให้มีการไต่สวนการหายตัวไปของบิลลี่ แต่ต่อมาศาลยกคำร้อง โดยระบุว่าหลักฐานไม่เพียงพอ จากนั้นในเดือนเม.ย. 2561 ทางดีเอสไอ ได้มีมติรับคดีการหายตัวของบิลลี่ไว้เป็นคดีพิเศษ และมีการสอบสวนทางลับมาอย่างต่อเนื่อง

 

ดีเอสไอเกาะติด-หลังบิลลี่หาย 5 ปี 

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา ในวงเสวนาที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับแอมเนสตี้ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน และสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชน จัดงานเสวนา “คนก็หายกฎหมายก็ไม่มี” เนื่องในวันผู้สูญหายสากล 30 ส.ค.ของทุกปี และมีการพูดถึงประเด็นการหายตัวของบิลลี่

พ.ต.ท.เชน กาญจนาปัจจ์ ผอ.กองอำนวยการปฎิบัติการพิเศษภาค ในฐานะผู้ดูแลคดีการหายตัวไปบิลลี่ กล่าวว่า อยากให้ทุกท่านค่อยๆ นึกตามแล้ว จะเข้าใจกับสิ่งที่ดีเอสไอทำ และกำลังจะมีผลใกล้ๆนี้ อย่างแรกคือเป้าหมายสุดท้ายของเคสบิลลี่

เชื่อว่าทุกคนอยากรู้ว่า บิลลี่ไปไหน อยากให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาอย่างแรกถ้าไม่ได้ตัวบิลลี่ว่าหายไปไหน การดำเนินคดีกับผู้ต้องหาคือรับสารภาพว่าได้จับตัวบิลลี่ และปล่อยไปโทษ 1-10 ปี ถ้ารับสารภาพโทษ 1 ปี ลดลงครึ่งหนึ่งรอลงอาญา 6 เดือน

พ.ต.ท.เชน กล่าวว่า ซึ่งคงไม่อยากให้เป็นแบบนี้ ดีเอสไอ จึงต้องกลับมาหาว่าบิลลี่หายไปไหน ซึ่งตอนนี้มีพยานหลักฐานแล้วว่าบิลลี่ไปไหน ข้อหาก็จะแตกต่าง ถ้ารู้ว่าเขาไปไหน  อาจเป็นการฆาตกรรมโดยวางแผน โทษคือประหารชีวิต 

ต้องรอให้ผู้บังคับบัญชาแถลงข่าว หรือการดำเนินการใดๆ แต่ไม่ต้องห่วงผล ออกมาทางบวก ให้ทุกท่านสบายใจได้ เรื่องนี้จบ

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ครบรอบ 1 ปี "บิลลี่" ถูกบังคับสูญหาย

"ผู้หญิงนักสิทธิ" เป้าโจมตีจากแรงผลักดันที่เจ็บปวด

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน