สอบเข้มผู้ต้องหาประกอบระเบิดป่วนเมือง

สอบเข้มผู้ต้องหาประกอบระเบิดป่วนเมือง

สอบเข้มผู้ต้องหาประกอบระเบิดป่วนเมือง

รูปข่าว : สอบเข้มผู้ต้องหาประกอบระเบิดป่วนเมือง

ตำรวจกองปราบปราม คุมตัวผู้ต้องหาประกอบระเบิดในคดีลอบวางระเบิด 18 จุดในพื้นที่กรุงเทพฯ และนนทบุรี เมื่อต้นเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา มาสอบปากคำเพิ่มเติม พร้อมให้พยานชี้ตัว ก่อนส่งฝากขัง

วันนี้ (3 ก.ย.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา คณะพนักงานสอบสวนในคดีระเบิด ทยอยเดินทางเข้ากองปราบปราม เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม นายมูฮัมมัดอัลฮิม สะอิ หรือ แบลี ผู้ต้องหาในคดีลอบวางระเบิด 18 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ และนนทบุรี เมื่อต้นเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา หลังจากตำรวจควบคุมตัวมาจาก จ.นราธิวาส ขณะเดียวกัน ได้นำพยานเข้าชี้ตัวผู้ต้องหา ก่อนจะแจ้งข้อกล่าวหาฐานเป็นอั้งยี่ซ่องโจร มีวัตถุระเบิดไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ใช้วัตถุระเบิดโดยไม่ได้รับอนุญาต พยายามฆ่าผู้อื่น และทำให้เสียทรัพย์ ซึ่งเป็นข้อหาตามที่ถูกออกหมายจับ

ทั้งนี้่ หลังกระบวนนี้เสร็จสิ้น จะคุมตัวไปขออำนาจศาลพิจารณา รับฝากขังชั่วคราว โดยพนักงานสอบสวนจะแนบท้ายคำร้องขอคัดค้านการประกันตัวเอาไว้ด้วย หากขั้นตอนต่างๆ เสร็จสมบูรณ์ ในวันนี้ อาจจะคุมตัวฝากขังในช่วงบ่ายวันนี้ แต่หากยังไม่ครบถ้วนก็จะส่งฝากขังในวันพรุ่งนี้

ตำรวจเปิดเผยว่า จากการสอบปากคำตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา นายมูฮัมมัดอัลฮิม ยืนยันให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่ข้อมูลจากตำรวจระบุความเชื่อมโยงของนายมูฮัมมัดอัลฮิมกับเหตุระเบิดในพื้นที่กรุงเทพฯ และนนทบุรี พบว่ามีประวัติเคยเรียนจบการศึกษาที่มหาวิทยาลัยย่านรังสิต และรู้จักกับพยานที่เป็นนักศึกษารุ่นน้อง และเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ ที่นายมูฮัมมัดอัลฮิมยืมสำรวจพื้นที่ในศูนย์ราชการ ในช่วงวัน ก่อนหน้าจะเกิดเหตุการณ์ระเบิดขึ้น

ขณะเดียวกัน ยังพบหลักฐานการสั่งซื้ออุปกรณ์ที่นำไปใช้ในการประกอบระเบิด ที่นำไปผลิตเป็นระเบิดแสวงเครื่อง 9 ลูก ที่เช่าที่พักไว้ในซอยรามคำแหง 53 เขตหัวหมาก ก่อนส่งมอบให้มือระเบิดแต่ละชุดนำไปก่อเหตุ และผลการเปรียบเทียบลายพิมพ์นิ้วมือ ยังตรงกับระเบิดที่เจ้าหน้าที่ EOD กู้ได้จากที่หน้ากองบัญชาการกองทัพไทย เมื่อวันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมาด้วย

นอกจากนี้ ข้อมูลประวัติของนายมูฮัมมัดอัลฮิม ระบุว่า เกี่ยวข้องกับคดีโจมตีฐานนาวิกโยธินใน จ.นราธิวาส เมื่อปี 2556 ซึ่งขณะนั้นฝ่ายความมั่นคง พบเสื้อผ้าคล้ายชุดที่กลุ่มผู้ก่อเหตุลงมือ อยู่ในรถยนต์คันหนึ่ง ซึ่งได้เรียกตัวมาทำประวัติและปล่อยตัวไป

สำหรับผู้ต้องหากลุ่มนี้ ตำรวจยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาตามฐานความก่อการร้าย เพราะยังต้องรอผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานต่างๆ ในที่เกิดเหตุ ทั้งที่ภาคใต้ กรุงเทพฯ และนนทบุรี เพื่อยืนยันว่ามีความเชื่อมโยงกันเป็นขบวนการจริงหรือไม่ ก่อนจะพิจารณาแจ้งข้อหานี้กับนายมูฮัมมัดอัลฮิม รวมถึงผู้ต้องหามือวางระเบิดอีก 2 คน ที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้

สำหรับคดีนี้ มีการออกหมายจับไปแล้ว 26 หมายจับ มีผู้ต้องหา 14 คน จับแล้ว 3 คน ส่วนอีก 11 คน ตำรวจฝ่ายสืบสวนยังอยู่ระหว่างการเฝ้าระวัง และเฝ้าติดตามเบาะแส โดยตัวการสำคัญ มีข้อมูลว่าได้หลบหนีไปกบดานในต่างประเทศ ซึ่งเรื่องนี้คณะคลี่คลายคดีระเบิดฯ ได้หารือร่วมกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติแล้ว และอยู่ระหว่างการพิจารณาประสานขอความร่วมมือให้ทางการประเทศเพื่อนบ้าน ในการช่วยติดตามส่งตัวผู้ต้องหารายสำคัญมาดำเนินคดีตามกฎหมายในไทย

กลับขึ้นด้านบน