รมว.คมนาคมสั่งการทล.-ทช. ฟื้นฟูถนนให้ใช้งานได้ภายใน 7 วัน

รมว.คมนาคมสั่งการทล.-ทช. ฟื้นฟูถนนให้ใช้งานได้ภายใน 7 วัน

รมว.คมนาคมสั่งการทล.-ทช. ฟื้นฟูถนนให้ใช้งานได้ภายใน 7 วัน

รูปข่าว : รมว.คมนาคมสั่งการทล.-ทช. ฟื้นฟูถนนให้ใช้งานได้ภายใน 7 วัน

"ศักดิ์สยาม" สั่งการหน่วยงานเร่งฟื้นฟูถนนที่เสียหายจากน้ำท่วมให้สัญจรได้ภายใน 7 วัน สำรวจความเสียหายภายใน 30 วัน และให้เตรียมพร้อมหากมีพายุในพื้นที่ภาคใต้

วันนี้ (4 ก.ย.2562) นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมผ่านวีดีโอ คอนเฟอร์เรนซ์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสังกัดกระทรวงคมนาคม ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม ความเสียหาย และการดำเนินการของหน่วยงานในพื้นที่ที่เกิดอุทกภัยว่า ได้สั่งการให้กรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท เร่งฟื้นฟูเส้นทางและสะพานที่ได้รับความเสียหาย ให้กลับมาให้ประชาชนสามารถสัญจรได้ตามปกติ ภายใน 7 วันหลังน้ำลด

 

พร้อมสั่งการให้เร่งสำรวจความเสียหายทั้งหมดให้เสร็จภายใน 30 วัน เบื้องต้นพบว่า กรมทางหลวงมีถนนที่ได้รับความเสียหาย คิดเป็นมูลค่ากว่า 1,800-1,900 ล้านบาท ส่วนกรมทางหลวงชนบท เสียหายรวมกว่า 400 ล้านบาท ซึ่งหากความเสียหายมีไม่มาก ก็ให้ใช้งบกลางหรืองบฉุกเฉินซ่อมแซมไปก่อน แต่หากเกิดความเสียหายหนัก ให้จัดทำแผนเพื่อซ่อมแซมกลับสภาพเดิมในปีงบประมาณ พร้อมประสานงานหน่วยงานอื่นๆ ในกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงกลาโหม รวมทั้งเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์พายุที่อาจเกิดขึ้นอีก

 

 

ด้านนายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ย้ำให้เฝ้าระวังพายุในพื้นที่ภาคใต้ที่อาจสร้างความเสียหายให้กับพื้นที่และภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะในจังหวัดที่มีความสำคัญด้านการท่องเที่ยว เช่น สุราษฏร์ธานี และ นครศรีธรรมราช ได้ให้เตรียมความพร้อมในการรับมือหากมีพายุ พร้อมสั่งเตรียมเรือฉุกเฉิน และเครื่องมือช่วยเหลือนักท่องเที่ยว หากต้องเผชิญกับพายุและน้ำท่วม และให้กรมท่าอากาศยานเตรียมความพร้อมป้องกันไม่ให้เกิดน้ำท่วมท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างคันทางป้องกันน้ำท่วม

 

อัพเดทเส้นทางกรมทางหลวง

กรมทางหลวงสรุปเหตุการณ์อุทกภัยจากพายุโพดุล โดยทางหลวงมีสภาวะน้ำท่วมพื้นที่ทั้งสิ้น 10 จังหวัด จำนวน 29 สายทาง (47 แห่ง) ผ่านไม่ได้ 9 แห่ง มีรายละเอียดดังนี้

จ.ยโสธร
- ทางหลวงหมายเลข 23 ตอน เสลภูมิ - ยโสธร ช่วงกม.ที่152 - 155 พื้นที่ อ.เสลภูมิ ระดับน้ำสูง 50 ซม. รถเล็กไม่สามารถผ่านได้ ทางเลี่ยง เลี้ยวขวาสามแยก ทช.รอ.2027 ถึง อ.อาจสามารถ เลี้ยวซ้าย ทล.2043 เลี้ยวซ้ายแยกโนนชัยศรีเข้า ทล.202 เพื่อไป จ.ยโสธร


- ทางหลวงหมายเลข 2043 ตอน ยางเฌอ ช่วงกม.ที่ 29-31 น้ำท่วมสูงระดับน้ำสูง 35 ซม. อยู่ระหว่างจัดทำทางเลี่ยง จัดเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์การจราจรในพื้นที่


- ทางหลวงหมายเลข 2043 ยางเฌอ ช่วงกม.ที่ 41-43 น้ำท่วมสูง ระดับน้ำสูง 65 ซม. ทางเลี่ยง อยู่ระหว่างจัดทำทางเลี่ยง จัดเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์การจราจรในพื้นที่

 


จ.อุบลราชธานี
- ทางหลวงหมายเลข 23 ตอน บ้านสวน – เขื่องใน ช่วงกม.ที่ 223 – 226 พื้นที่ อ.เขื่องใน น้ำท่วมสูง ระดับน้ำสูง 140 ซม. ทางเลี่ยงใช้ จาก ทล.23 ที่ กม.202 เลี้ยวขวา เข้า ทล.2083 ไป อ.มหาชนะชัย เลี้ยวซ้ายเข้า ทล.2351 ไป อ.ยางชุมน้อย เลี้ยวซ้ายเข้า ทล.2086 บรรจบ ทล.226 เข้าสู่ จ.อุบลราชธานี


- ทางหลวงหมายเลข 2049 ตอน ม่วงสามสิบ –พนา ช่วงกม. ที่ 14-16 น้ำท่วมสูง ระดับน้ำสูง 40 ซม. ทางเลี่ยง ทล.212 ไป จ.อำนาจเจริญแล้วใช้ ทล.2134 (ลืออำนาจ-พนา) แทน


- ทางหลวงหมายเลข 2050 ตอน อุบลราชธานี-ตระการพืชผล ช่วงกม.ที่ 31+575 คอสะพานโดนน้ำกัดเซาะ ทางเลี่ยง ไปตระการฯ ที่บริเวณแยกบ้านแต่ใหม่ ที่ กม.14+450(2050) ไปตามเส้นทางหลวงชนบทหมายเลข 4041 เพื่อที่จะออกไปพื้นที่ตำบลกุศกร ทางหลวงหมายเลข 2134 ตอน ตระการฯ – โขงเจียม

 


- ทางหลวงหมายเลข 2383 ตอน ม่วงสามสิบ – ดู่น้อย ช่วงกม.ที่ 14 – 15 ระดับน้ำสูง 80 ซม. ทางเลี่ยงทางหลวงหมายเลข 23 กม.246 เลี้ยวซ้ายเข้า ทางหลวงหมายเลข 2413 (บ้านแอ้ – บ้านขอน) เข้าทางหลวงหมายเลข 2383 กม.2 เพื่อไป อ.ม่วงสามสิบ


- ทางหลวงหมายเลข 2406 ตอน บ้านโคก – ธาตุกลาง ช่วงกม.ที่ 5 – 8 ระดับน้ำสูง 30 – 50 ซม. ใช้ทางเลี่ยงทางหลวงหมายเลข 23 ที่กม. 202 เลี้ยวขวาเข้า 2083 ไป อ.มหาชนะชัย เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2351 ไป อ.ยางชุมน้อย เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2086 บรรจบทางหลวงหมายเลข 226 เข้าสู่ จ.อุบลราชธานีต่อไป อ.เขื่องใน


- ทางหลวงหมายเลข 2210 ตอน ขมิ้น – น้ำปลีก ช่วงกม.ที่ 21 – 22 น้ำท่วมสูง ระดับน้ำสูง 120 ซม. ทางเลี่ยงจากแยกน้ำปลีก ใช้ ทล.202 ไปตัวเมืองอำเภออำนาจเจริญ เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 212 ลืออำนาจ ไปแยกบ้านหลักชัย เลี้ยวขวาเข้าหัวตะพาน ทล.2210

โดยกรมทางหลวง ได้ติดตั้งป้ายเตือนและอุปกรณ์ความปลอดภัย อุปกรณ์นำทาง ในบริเวณทางหลวงที่ถูกน้ำท่วม พร้อมเฝ้าระวังสถานการณ์จนกว่าจะคลี่คลาย และขอให้ประชาชนผู้ใช้ทางโปรดใช้ความระมัดระวังในการเดินทาง หากประชาชนต้องการสอบถามสภาพเส้นทาง สภาพการจราจร หรือ ต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อ ได้ที่สำนักงานทางหลวง แขวงทางหลวง และหมวดทางหลวงในพื้นที่ และ สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง)

 

เร่งซ่อมแซมถนนทางหลวงชนบท จ.พิจิตร

กรมทางหลวงชนบท ติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมนำเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง โดยแขวงทางหลวงชนบทพิจิตร ได้นำเจ้าหน้าที่เร่งเข้าดำเนินการปิดกั้นเส้นทางการจราจรถนนทางหลวงชนบทสาย พจ.2013 แยก ทล.11 - บ.ตลาดสามแยก อ.สากเหล็ก จ.พิจิตร ตลอดสายทางไม่ให้รถผ่าน เนื่องจากน้ำท่วมกัดเซาะชั้นทางเป็นโพรง บริเวณ ช่วง กม.ที่ 9+000 โดยต้องรอจนกว่าปริมาณน้ำจะลดลง ขณะนี้ได้เร่งดำเนินการประสานงานซ่อมคืนผิวจราจรให้กลับมาปกติสมบูรณ์ต่อไป เบื้องต้นได้ติดตั้งเสาปักเขตแนวเตือนภัยข้างทาง ป้ายจราจรเตือน และราวแผงเหล็กกั้นเขตอันตรายตลอดแนวที่ผิวจราจรชำรุด

 

 

รวมถึง ถนนทางหลวงชนบทสาย พจ.2040 แยก ทล.11-บ.วังทรายพูน อ.วังทรายพูน จ.พิจิตร ซึ่งถูกน้ำกัดเซาะ ช่วงกม.ที่ 11 ซึ่งแขวงทางหลวงชนบทพิจิตร ได้นำหินใหญ่ไปเรียงถมบริเวณไหล่ทางดังกล่าว พร้อมวางราวเหล็กกั้น และป้ายเตือนน้ำท่วมเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้ประชาชนได้ใช้สัญจรได้อย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนโปรดระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนนเป็นพิเศษโดยเฉพาะพื้นที่ที่ประสบกับอุทกภัย และโปรดสังเกตป้ายจราจรเตือนระดับน้ำหรือป้ายหลีกเลี่ยงเส้นทาง โดยสามารถแจ้งเหตุอุทกภัยได้ที่สายด่วนกรมทางหลวงชนบท 1146 ตลอด 24 ชั่วโมง

 

 

ด้านสำนักบำรุงทาง กรมทางหลวงชนบท รายงานว่า ขณะนี้มีถนนทางหลวงชนบทที่ประสบอุทกภัย จำนวน 21 จังหวัด ซึ่งได้รับผลกระทบ จำนวน 134 สายทาง สามารถสัญจรผ่านได้ 99 สายทาง และไม่สามารถสัญจรผ่านได้ 35 สายทาง โดยขณะนี้หน่วยงานในพื้นที่ได้ติดตั้งป้ายเตือน ป้ายแนะนำเส้นทางเลี่ยง พร้อมนำเครื่องจักรเข้าดำเนินการจัดการสิ่งกีดขวางบนถนนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเพื่ออำนวยความสะดวกเรียบร้อยแล้ว และในกรณีถนนขาดเมื่อน้ำลดจะรีบดำเนินการเชื่อมทางทันที เพื่อให้ประชาชนสัญจรได้โดยเร็วที่สุดต่อไป

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน