ชี้ดีเอสไอตั้งใจล่อเป้า ไม่เปิดชื่อบุคคลโยงคดี "บิลลี่"

ชี้ดีเอสไอตั้งใจล่อเป้า ไม่เปิดชื่อบุคคลโยงคดี "บิลลี่"

ชี้ดีเอสไอตั้งใจล่อเป้า ไม่เปิดชื่อบุคคลโยงคดี "บิลลี่"

รูปข่าว : ชี้ดีเอสไอตั้งใจล่อเป้า ไม่เปิดชื่อบุคคลโยงคดี "บิลลี่"

ระบุดีเอสไอตั้งใจล่อเป้าหวังโยงคดีบิลลี่กับเจ้าหน้าที่อุทยานฯ แก่งกระจาน แม้แต่จุดพบศพ ก็อยู่ใกล้ที่ทำการฯ หวังให้ข้าราชการบางคนรับผิดชอบ

วันนี้ (4 ก.ย.2562) รายงานข่าวเปิดเผยว่า เมื่อ 5 ปีก่อน ในวันที่นายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ ถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ควบคุมตัวไป หลังรับแจ้งมีน้ำผึ้งอยู่ในครอบครอง 5 ขวด แต่เนื่องจากการตรวจขณะนั้น ไม่พบน้ำผึ้ง พบเพียงกระเป๋าเสื้อผ้า ประกอบกับช่วงนั้นฝนกำลังตกหนัก และเมื่อตรวจแล้วไม่พบอะไร ทำให้เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ขณะนั้น ปล่อยตัวนายพอละจี

ข่าวแจ้งว่า จุดสุดท้ายที่มีผู้พบนายพอละจี คือบริเวณแยกหนองมะค่า ริมถนนสาธารณะ โดยที่ไม่ได้ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไปที่ที่ทำการอุทยานฯ หรือสถานีตำรวจ แต่แหล่งข่าว ไม่แน่ใจว่าหลังการปล่อยตัวแล้ว นายพอละจีเดินทางต่อไปทางใด หรือมีใครติดตามนายพอจะลีหรือไม่

แหล่งข่าวตั้งข้อสังเกตว่า จุดที่ดีเอสไอแถลงว่า พบถังน้ำมัน ที่มีชิ้นส่วนของนายพอละจี อยู่ใกล้กับสำนักงานที่ทำการอุทยานฯ นั้น อาจเป็นการพุ่งเป้าไปที่ตัวข้าราชการบางคน ในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เพียงแต่ไม่ได้ชี้ชัดว่าเป็นใคร

และน่าสงสัยว่า การดำเนินการตามที่ดีเอสไอแถลงข่าวว่า พบลักษณะที่มีการฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยม และพบถังน้ำมัน กะโหลกศีรษะมนุษย์ ในจุดที่อยู่ในพื้นที่ความรับผิดชอบของข้าราชการบางคนนั้น อาจต้องดูหลักฐานว่าดีเอสไอ จะคลี่คลายประเด็นนี้อย่างไร

เป็นไปได้หรือไม่ ที่การฆาตกรรมเหตุใดต้องกระทำในจุดที่ใกล้กับที่ทำการ เรื่องนี้ตั้งข้อสังเกตว่า เป็นการล่อเป้าของดีเอสไอ โดยไม่ยอมแถลงชื่อบุคคล

อย่างไรก็ตาม การหายตัวไปของนายพอละจีนั้น นางพิณนภา พฤกษาพรรณ ภรรยาของนายพอละจี เคยยื่นร้องต่อศาลถึง 3 ศาล ทั้งศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา เมื่อ 5 ปีก่อน แต่ศาลยกคำร้องทุกชั้น และในคำร้องมีการระบุถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องในช่วงการหายตัวไปของนายพอละจีด้วย

กลับขึ้นด้านบน