กรมท่าอากาศยาน จัดตั้งศูนย์ติดตามผลกระทบ "พายุคาจิกิ"

กรมท่าอากาศยาน จัดตั้งศูนย์ติดตามผลกระทบ "พายุคาจิกิ"

กรมท่าอากาศยาน จัดตั้งศูนย์ติดตามผลกระทบ "พายุคาจิกิ"

รูปข่าว : กรมท่าอากาศยาน จัดตั้งศูนย์ติดตามผลกระทบ "พายุคาจิกิ"

กรมท่าอากาศยาน จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการกลาง กรมท่าอากาศยาน เพื่อติดตามสถานการณ์ผลกระทบจากพายุคาจิกิ

วันนี้ (4 ก.ย.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางอัมพวัน วรรณโก อธิบดีกรมท่าอากาศยาน ได้สั่งการให้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการกลาง ณ กรมท่าอากาศยาน เพื่อติดตามสถานการณ์ผลกระทบพายุคาจิกิ ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยา เตือน 29 จังหวัด ให้เตรียมรับมืออิทธิพลพายุ “คาจิกิ” ที่เคลื่อนตัวเข้าสู่ทะเลจีนใต้ตอนบน ทำให้เกิดฝนตกหนักและอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่เสี่ยงภัยในประเทศไทย

 

 

เบื้องต้น ได้มีการประชุมทางไกล กับท่าอากาศยานในเขตพื้นที่เสี่ยงภัยที่อาจได้รับผลกระทบโดยตรง ได้แก่ ท่าอากาศยานอุบลราชธานี พร้อมทั้งกำชับให้ท่าอากาศยานทุกแห่ง เตรียมความพร้อมเพื่อป้องกันโครงสร้างพื้นฐานและมาตรการอื่นๆ เพื่อให้การบริการเป็นไปอย่างต่อเนื่อง เช่น การเตรียมระบบไฟฟ้าสำรองในกรณีเกิดไฟฟ้าดับ การตรวจสอบเครื่องมืออุปกรณ์ที่อยู่ในเขตพื้นที่การบินไม่ให้เกิดความเสียหายและมีความปลอดภัย ตรวจสอบระบบระบายน้ำของท่าอากาศยานและได้ประสานกับจังหวัด และหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อเตรียมการในการช่วยเหลือกรณีที่อาจเกิดน้ำท่วมรันเวย์

 

 

ซึ่งขณะนี้ น้ำได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง จากที่มีฝนตกหนักตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ทำให้ท่าอากาศยานอุบลราชธานี มีน้ำท่วมขังบริเวณรอบนอกรันเวย์ การให้บริการขึ้นลงของเที่ยวบิน ยังสามารถให้บริการได้ตามปกติ

ส่วนท่าอากาศยานอื่นๆ มีฝนตกเพียงเล็กน้อย เหตุการณ์โดยรวมยังปกติ ทั้งนี้ กรมท่าอากาศยานจะเฝ้าระวังติดตามความคืบหน้าสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยจะรายงานให้ทราบเป็นระยะ

 

เร่งแก้ปัญหาคอสะพานขาด อ.จังหาร จ.ร้อยเอ็ด

ขณะที่แขวงทางหลวงชนบทร้อยเอ็ด นำเจ้าหน้าที่เร่งเข้าดำเนินการติดตั้งป้ายเตือนและปิดกั้นเส้นทางการจราจรถนนทางหลวงชนบทสาย รอ. 3044 แยก ทล.214 – บ.ดินดำ ช่วง กม.ที่ 8+595-8+630 (บ.ท่างาม ต.ยางใหญ่ - บ.ดินดำ ต.ดินดำ อ.จังหาร จ.ร้อยเอ็ด) ไม่ให้รถผ่าน เนื่องจากน้ำกัดเซาะคอสะพานขาดทั้ง 2 ข้าง

 

 

ขณะนี้กำลังดำเนินการซ่อมแซม เพื่อให้ประชาชนสามารถสัญจรผ่านได้โดยเร็ว


ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนโปรดระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนนเป็นพิเศษโดยเฉพาะพื้นที่ที่ประสบกับอุทกภัย และโปรดสังเกตป้ายจราจรเตือนระดับน้ำหรือป้ายหลีกเลี่ยงเส้นทาง โดยสามารถแจ้งเหตุอุทกภัยได้ที่สายด่วนกรมทางหลวงชนบท 1146 ตลอด 24 ชั่วโมง

 

 

กลับขึ้นด้านบน