บุกเดี่ยวใช้ปืนขู่พนักงาน ชิงทองคำ 179 บาท มูลค่า 4 ล้านบาท

บุกเดี่ยวใช้ปืนขู่พนักงาน ชิงทองคำ 179 บาท มูลค่า 4 ล้านบาท

บุกเดี่ยวใช้ปืนขู่พนักงาน ชิงทองคำ 179 บาท มูลค่า 4 ล้านบาท

รูปข่าว : บุกเดี่ยวใช้ปืนขู่พนักงาน ชิงทองคำ 179 บาท มูลค่า 4 ล้านบาท

เกิดเหตุชิงทรัพย์ร้านทองย่านบางพลัด ผู้ก่อเหตุได้ทองคำไป 179 บาท มูลค่ากว่า 4 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดี

วันนี้ (6 ก.ย.2562) ที่สน.บางพลัด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเวลาประมาณ 20.00 น. ของวันที่ 5 ก.ย.62 มีผู้ก่อเหตุเป็นผู้ชายใช้ปืนข่มขู่พนักงานภายในร้านทองออโรร่า ที่ตั้งอยู่ชั้น 1 สาขาตั้งฮั่วเส็ง ธนบุรี เขตบางพลัด กทม. แล้วชิงทรัพย์เป็นทองคำรูปพรรณน้ำหนักรวม 179 บาท และเงินสดอีก 40,000 บาท หลบหนีไป

จังหวะที่ผู้ก่อเหตุใช้ปืนข่มขู่พนักงานในร้าน

จังหวะที่ผู้ก่อเหตุใช้ปืนข่มขู่พนักงานในร้าน

กล้องวงจรปิดภายในร้านสามารถบันทึกภาพชายที่ก่อเหตุไว้ได้ ซึ่งขณะเกิดเหตุมีพนักงานขายผู้หญิงอยู่ในร้านเพียง 2 คน พนักงานจึงรีบนำทองคำขนาดต่างๆ ใส่ในถุงผ้าที่ผู้ก่อเหตุเตรียมนำมาใส่ทอง และสั่งให้หมอบลงที่เคาท์เตอร์ก่อนที่จะหลบหนีไป

กลางดึกที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน สน.บางพลัด เชิญพนักงานขายทั้ง 2 คน มาให้ปากคำถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยทั้งสองเปิดเผยว่า ผู้ก่อเหตุเป็นชายไทย พูดสำเนียงคนภาคกลาง ผิวดำ อายุประมาณ 50 ปี สูงประมาณ 160 เซนติเมตร สวมเสื้อเชิ้ตสีขาว นุ่งกางเกงยีนส์ และสวมหมวกแก๊ปสีขาว

และจำได้ว่าช่วงวันที่ 1 หรือ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา ผู้ชายคนนี้มาที่ร้านแล้วครั้งหนึ่งโดยอ้างว่ามีเงินอยู่ประมาณ 5 แสนบาท เพราะถูกลอตเตอรี่ ต้องการจะมาซื้อทองเก็บไว้ และบอกด้วยว่าจะมาเล่นมายากลให้ดู จากนั้นก็มาก่อเหตุช่วงค่ำเมื่อวานนี้ ผู้ก่อเหตุใช้ปืนข่มขู่แล้วบอกว่า “อยู่นิ่งๆ อย่าขยับ ไปหยิบทองมาใส่กระเป๋า” พร้อมกับข่มขู่ให้รีบนำทองมาใส่กระเป๋า หากช้าจะสาดน้ำกรดใส่และให้หมอบลงจนกว่าจะหลบหนีออกไปจากร้าน

พนักงานในร้านทองให้ปากคำพนักงานสอบสวน สน.บางพลัด

พนักงานในร้านทองให้ปากคำพนักงานสอบสวน สน.บางพลัด

เราก็ไม่แน่ใจว่าเขาจะซื้อจริงหรือเปล่า เพราะเราสังเกตว่าเขาให้หยิบทองมาใส่ข้อมือแล้วก็ไม่ถอด แล้วก็ใช้แขนเสื้อมาบัง และขอดูอีกเส้นหนึ่ง ตอนนั้นเขาบอกมีเงินอยู่ 5 แสน ตอนนี้ได้ประมาณ 2 แสนกว่าบาท ยังทำทีต่อรองราคา สักพักก็ใช้ปืนมาข่มขู่ให้นำทองมาใส่ถุงผ้า

สำหรับร้านทองดังกล่าวไม่มีเหล็กกั้นระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย และอยู่ใกล้กับทางออกของห้าง รวมทั้งไม่มีพนักงานรักษาความปลอดภัยประจำอยู่ที่ร้าน อีกทั้งช่วงเวลาที่ก่อเหตุ ที่ห้างก็ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่านทำให้ผู้ก่อเหตุตัดสินใจเลือกก่อเหตุหลังจากมาดูลาดเลามาแล้วหลายวัน

เบื้องต้น ผู้ก่อเหตุได้ทรัพย์สินเป็นทองรูปพรรณน้ำหนัก 179 บาท มูลค่ากว่า 4 ล้านบาท เงินสด 40,000 บาท ก่อนหลบหนีไป ขณะนี้ตำรวจยังอยู่ระหว่างสืบสวนหาตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี

กลับขึ้นด้านบน