เส้นทาง “สนธิ ลิ้มทองกุล”

เส้นทาง “สนธิ ลิ้มทองกุล”

เส้นทาง “สนธิ ลิ้มทองกุล”

รูปข่าว : เส้นทาง “สนธิ ลิ้มทองกุล”

เมื่อนายสนธิ ลิ้มทองกุล ออกจากเรือนจำ ย่อมมีคำถามถึงเส้นทางของเขาหลังจากนี้ ผู้เป็นอดีตนักหนังสือพิมพ์ และแกนนำการชุมนุมทางการเมืองครั้งประวัติศาสตร์ กับวัยที่ล่วงเลย และสุขภาพที่ไม่แข็งแรงนัก

“การปล่อยตัวคุณสนธิ ลิ้มทองกุล ในวันนี้ เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษ 21 เมษายน 2562 ด้วยสาเหตุที่คุณสนธิ มีอายุเข้าเกณฑ์ 70 ปีขึ้นไป และไม่ติดบัญชีความผิดแนบท้ายพระราชกฤษฎีกา แต่เกิดจาการตีความคลาดเคลื่อนในช่วงเวลาที่ผ่านมา ไม่ได้มีเบื้องหน้าเบื้องหลังหรือมีใบสั่งจากผู้ใด รวมทั้งไม่ได้เกี่ยวข้องกับฝ่ายการเมืองใดทั้งสิ้น”

นี่คือข้อความที่โพสต์พร้อมภาพถ่ายคู่กับนายสนธิ ลิ้มทองกุล บนเฟซบุ๊กของนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต และอดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

2 ปี 11 เดือนกับอีก 27 วัน เป็นตัวเลขที่นายสนธิบันทึกไว้ ถึงจำนวนวันเดือนปีที่ต้องโทษจำคุก อาจจะขัดแย้งกับ 3 ปี 1 เดือน ตามเอกสารข่าวของกรมราชทัณฑ์ และยังห่างไกลจากโทษจำคุกตามคำพิพากษาศาลฎีกา 20 ปี จากคดีความผิดเกี่ยวกับกฎหมายหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และคดีอื่นๆ เหตุผลการพ้นโทษก่อนกำหนดมากกว่า 15 ปี คือความประพฤติดี ประกอบกับอายุเกินกว่า 70 ปี และมีโรครุมเร้าหลายอย่าง

 

คลิปภาพสั้นๆ เพียง 8 วินาที คำพูดยังชัดก้องกังวาน ไม่ต่างจาก 15 ปีก่อน ที่เคยนำแนวร่วมและผู้คน ชุมนุมและทำกิจกรรมในสถานที่สำคัญมากมาย เช่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สวนลุมพินี ลานพระบรมรูปทรงม้า สะพานมัฆวานรังสรรค์ ทำเนียบรัฐบาล สนามบินสุวรรณภูมิ ตลอดการเคลื่อนไหวตั้งแต่ปี 2548 ก่อนประกาศยุติบทบาทผ่านสถานทีโทรทัศน์ดาวเทียม เมื่อปี 2556

การทำรัฐประหารรัฐบาลไทยรักไทยของ นายทักษิณ ชินวัตร การยุบพรรคพลังประชาชน เปลี่ยนผ่านสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ล้วนเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังการชุมนุมของกลุ่มพันธิมตร ไม่ว่าจะมีความเกี่ยวพันเชื่อมโยงกันแค่ไหนก็ตาม
วัตถุประสงค์การขับไล่สิ่งที่พวกเขาเรียกว่า “ระบอบทักษิณ” ล้มเหลวบ้าง สำเร็จบ้าง แต่ผลหลังจากนั้น คือ คดีความจำนวนมาก และแนวร่วมผู้ผันแปรไปตามเวลาและบริบทการเมือง

จุดร่วมที่พวกเขาแสวงพบ คือ การต่อต้านทักษิณและเครือข่าย แต่เมื่ออีกฝ่ายสูญเสียอำนาจทางการเมือง จุดต่างที่เคยสงวนไว้ก็ปรากฎออกมา

นายสนธิเคยกล่าวโจมตีรัฐบาลผู้เหมือนจะมี “จุดร่วม” เดียวกัน ทั้งพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น ระหว่างนั้น ก็ต้องขึ้นศาลอีกหลายครั้ง ก่อนถูกส่งเข้าเรือนจำ จากคดีเอกสารการเงิน ซึ่งต้องย้อนไปถึงปี 2539-2540

ไม่ว่าหลังจากนี้ นายสนธิยังต้องต่อสู้คดีใดอีกหรือไม่ แต่สิ่งที่ผู้คนสนใจอีกประการ คือจุดยืนและเส้นทางต่อไปของชายคนนี้

ปี 2561 นายจตุพร พรหมพันธ์ ให้สัมภาษณ์อ้างว่า เคยคุยกับนายสนธิและอดีตพระพุทธะอิสระ ในเรือนจำ หารือปัญหาบ้านเมือง ก่อนที่นายจิตตนาถ ลิ้มทองกุล ลูกชายของสนธิ ปฏิเสธคำพูดของอดีตประธาน นปช. ก่อนจะย้ำจุดยืนของผู้เป็นพ่อ ว่าการแก้ปัญหาประเทศไทยต้อง “ปฏิรูป” เท่านั้น

ภาพ : เฟซบุ๊ก คุยทุกเรื่องกับสนธิ

ภาพ : เฟซบุ๊ก คุยทุกเรื่องกับสนธิ

มือตบ, เสื้อผ้า, เครื่องประดับอันเป็นสัญลักษณ์ รวมถึงวาทกรรม “กู้ชาติ” กลายเป็นอดีต ด้วยวัย 72 ปี และปัญหาสุขภาพ ขณะที่เครือข่ายที่เคยร่วมเคลื่อนไหว แยกย้ายไปตามเส้นทาง ทั้งสถาบันการศึกษา ทำงานภาคประชาสังคม ลงสนามเลือกตั้ง รวมถึงยุติบทบาท ใช้เวลาช่วงท้ายของชีวิตอย่างสงบ แต่ต้องไม่ลืมว่า หมวกใบใหญ่ใบเดิมของนายสนธิ คือ นักหนังสือพิมพ์ผู้มากความสามารถ แม้ภูมิทัศน์สื่อเปลี่ยนไป ก็ใช่ว่าเขาจะปรับตัวไม่ได้

เราอาจจะได้เห็นบทบาทสื่อมวลชนของนายสนธิอีกครั้ง บนพื้นที่สื่อออนไลน์อันทรงประสิทธิภาพ ต้นทุนต่ำ พุ่งสู่เป้าหมายผู้ชมและผู้สนับสนุนได้ทั่วถึง แต่ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยทั้งอายุ สุขภาพ และการตัดสินใจส่วนตัว ซึ่งยากจะคาดเดา โดยเฉพาะเมื่อผ่านพ้นคืนแรกแห่งอิสรภาพ เขาปรากฏในคลิปทักทายผู้สนับสนุน พร้อมข้อความทิ้งท้าย

เอาไว้ว่าง ๆ ผมจะมาเล่าอะไรให้ฟัง...

  

 

จตุรงค์ แสงโชติกุล ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส 

กลับขึ้นด้านบน