"ชัยวัฒน์" แจ้งความ ลูกน้องถูกบีบให้ปรักปรำ-ขอให้ DSI คุ้มครอง

"ชัยวัฒน์" แจ้งความ ลูกน้องถูกบีบให้ปรักปรำ-ขอให้ DSI คุ้มครอง

"ชัยวัฒน์" แจ้งความ ลูกน้องถูกบีบให้ปรักปรำ-ขอให้ DSI คุ้มครอง

รูปข่าว : "ชัยวัฒน์" แจ้งความ ลูกน้องถูกบีบให้ปรักปรำ-ขอให้ DSI คุ้มครอง

ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ส่งตัวแทนแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่ สภ.เมืองอุบลราชธานี ระบุถูกผู้ที่อ้างตัวเป็นตำรวจภูธรภาค 7 แจ้งให้ลูกน้องสมัยเป็นหัวหน้าอุทยานฯ แก่งกระจาน ปรักปรำในคดีบิลลี่ ยื่นข้อเสนอกันตัวเป็นพยาน พร้อมขอให้ดีเอสไอคุ้มครองเจ้าหน้าที่

วันนี้ (6 ก.ย.2562) พ.ต.ท.ปราโมทย์ ชื่นตา รองผกก.(หน.งานสอบสวน) สภ.เมืองอุบลราชธานี รับแจ้งจากนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 ซึ่งมอบหมายให้นายวินัย บัวศรี หัวหน้ากลุ่มงานกฎหมาย สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวัน

หนังสือแจ้งความร้องทุกข์ระบุเลขหนังสือ ที่ ทส.0919.9/10197 ลงวันที่  เรื่อง ขอแจ้งความลงบันทึกประจำวัน เรียน ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองอุบลราชธานี สิ่งที่ส่งมาด้วย หนังสือมอบอำนาจ 1 ชุด แผ่นซีดีคลิปเสียง ความยาว 11.30 นาที 1 แผ่น

ระบุว่า ด้วยผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ซึ่งเคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาในขณะที่ทำหน้าที่หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ว่ามีบุคคลซึ่งอ้างตนเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ สังกัดตำรวจภูธรภาค 7 แจ้งให้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ให้การปรักปรำว่า นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 ขณะทำหน้าที่หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เป็นตัวการฆ่านายบิลลี่ หรือพอละจี รักจงเจริญ โดยให้คำมั่นสัญญาว่าจะกันตัวไว้เป็นพยาน ถ้าไม่เช่นนั้น ก็จะดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานบุคคลดังกล่าว

สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) พิจารณาแล้วเห็นว่า กรณีดังกล่าวมีผลกระทบต่อการปฏิบัติงานและขวัญกำลังใจของพนักงานเจ้าหน้าที่ ดังนั้น เพื่อให้ความมั่นใจในความปลอดภัยในชีวิต ร่างกาย สิทธิและเสรีภาพส่วนบุคคล และเป็นการให้ความคุ้มครองตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองพยานบุคคล จึงเห็นควรได้มีการนำเรื่องราวมาแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานประกอบการรายงานผู้บังคับบัญชาในระดับสูง ในการขอความคุ้มครองพยานบุคคลต่อไป

โดยมอบหมายให้นายวินัย บัวศรี หัวหน้ากลุ่มงานกฎหมาย สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) มาประสานการแจ้งความลงบันทึกประจำวันกับพนักงานสอบสวน เพื่อเป็นหลักฐานต่อไป

 

 

ต่อมา วันเดียวกัน นายชัยวัฒน์ยังได้ทำหนังสือถึง อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ตามหนังสือเลขที่ ทส.0919.9/10198 ลงวันที่ 6 กันยายน 2562 เรื่อง ขอความคุ้มครอง กรณีเจ้าหน้าที่ถูกข่มขู่ คุกคาม ให้คำมั่นสัญญาเจ้าหน้าที่ให้ให้ถ้อยคำปรักปรำ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 ในคดีนายบิลลี่ หรือ พอละจี รักจงเจริญ

ระบุว่า ด้วยผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ซึ่งเคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ในขณะที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ว่ามีบุคคลซึ่งอ้างตนเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ สังกัดตำรวจภูธรภาค 7 แจ้งให้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ให้การปรักปรำว่า นายชัยวัฒน์ขณะทำหน้าที่หัวหน้าอุทยานฯ แก่งกระจาน เป็นตัวการฆ่านายบิลลี่ โดยให้คำมั่นสัญญาว่าจะกันตัวไว้เป็นพยาน ถ้าไม่เช่นนั้น ก็จะดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่อุทยานฯ คนดังกล่าว

 

 

สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 ขอเรียนว่า กรณีดังกล่าวข้างต้น เป็นการข่มขู่คุกคาม ให้สัญญาเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในคดี ซึ่งมีผลกระทบต่อความมั่นคง ความปลอดภัยต่อชีวิต ร่างกาย และเสรีภาพส่วนบุคคล และจะส่งผลกระทบต่แอกระบวนการยุติธรรม ซึ่งจะต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

ดังนั้นจึงขอให้กรมอุทยานฯ โปรดพิจารณาประสานกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งรับผิดชอบดูแลคดี ในการให้ความคุ้มครองเจ้าหน้าที่ดังกล่าว ตามกฎหมายว่าด้วย การคุ้มครองพยานบุคคล และหากมีการเรียกสอบสวนพยานบุคคล หรือดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับคดี ก็ขอให้ดีเอสไอ ได้แจ้งให้กรมอุทยานแห่งชาติฯ เพื่อทราบ และเป็นการประสานงานตามขั้นตอนระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไปด้วย 

 

กลับขึ้นด้านบน