พระมหาไพรวัลย์ชี้ จินตนาการพระพุทธเจ้าแต่ละคนไม่เหมือนกัน

พระมหาไพรวัลย์ชี้ จินตนาการพระพุทธเจ้าแต่ละคนไม่เหมือนกัน

พระมหาไพรวัลย์ชี้ จินตนาการพระพุทธเจ้าแต่ละคนไม่เหมือนกัน

รูปข่าว : พระมหาไพรวัลย์ชี้ จินตนาการพระพุทธเจ้าแต่ละคนไม่เหมือนกัน

พระมหาไพรวัลย์ ชี้ภาพวาดพระพุทธเจ้า เป็นการสะท้อนจินตนาการของแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน ความเคารพศรัทธาไม่มีรูปแบบและเป็นนามธรรมอันลึกซึ้ง ย้ำคนเราอาจเห็นแตกต่างได้

วันนี้ (8 ก.ย.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊ก พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ โพสต์ข้อความต่อกรณีภาพวาดพระอุลตร้าแมน ของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา โดยระบุว่า

สมมตินะ สมมติว่าภาพนี้ เป็นแค่ภาพที่อยู่ในจินตนาการ อยู่ในความคิดและความรู้สึก ซึ่งไม่ได้ถูกรังสรรค์ออกมาเป็นภาพวาดจริงจริง (เอาเฉพาะแค่ภาพนี้ไม่นับรวมภาพอื่น)

เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งนับถือพระพุทธเจ้า และมองเห็นความเป็นฮีโร่ในตัวของพระองค์ เห็นว่าพระพุทธเจ้าทรงมีพลังพิเศษ คือสามารถขจัดปัดเป่า หรือบำราบทุกข์บำรุงสุขให้เกิดแก่คนหมู่มากได้ สามารถประทานพระธรรมเทศนาอันเปรียบดั่งศัตราวุธ เพื่อต่อสู้กับเหล่าร้ายคือกิเลส ตัณหาในหัวใจของมนุษย์ให้หมดสิ้น

อาตมาอยากถามพวกคุณว่า เด็กผู้หญิงคนหนึ่งคนนี้ เธอมีสิทธิ์ที่จะมองพระพุทธเจ้าในแบบของเธอเช่นนี้ได้หรือไม่ มีสิทธิ์ที่จะเคารพพระพุทธเจ้าของเธอ ในฐานะอุลตร้าแมนหรือยอดมนุษย์คนหนึ่งได้หรือเปล่า หรือเคารพได้แต่พระพุทธรูปที่ตั้งชื่อเป็นหลวงพ่อนั่นหลวงพ่อนี่ ตามที่มีอยู่ก่อนแล้วเท่านั้น

ภาพวาดมันก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งของเงาสะท้อนแห่งจินตนาการ และความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ภายใน เช่นกัน

ความเคารพศรัทธาไม่มีรูปแบบ และมันเป็นนามธรรมอันลึกซึ้งมากกว่าที่ใครจะมาแบ่งแยกความสูงความต่ำ ความละเอียดวิจิตร หรือความเลวทรามหยาบกระด้าง ตลอดจนถึงการแสดงออก อันใครก็ไม่รู้ที่มาจำกัดแค่การกราบไหว้บูชา

อาตมานึกถึงเรื่องเล่าในตำนานแห่งมหาชมพูบดีสูตรนะ เรื่องเล่าที่บอกว่า ครั้งหนึ่งพระพุทธเจ้าเคยเนรมิตตนเองเป็นพระมหาราชาธิราชเจ้า เพื่อปราบพญาชมพูบดี

ในความเป็นธรรมาธิษฐาน พระพุทธเจ้าเปรียบเหมือนพระเจ้าจักรพรรดิ์ และพระธรรมของพระองค์เปรียบเหมือนเดชานุภาพซึ่งสามารถเอาชนะเหล่าท้าวพญาทั้งหลายได้

คนโบราณเขาก็ลึกซึ้งและมีความกล้าหาญมากนะ ถึงได้สร้างพระพุทธรูปปางทรงเครื่องอย่างกษัตริย์ขึ้นมา มีสวมชฎา และใส่เครื่องอาภรณ์อย่างพร้อมสรรพ

ในความคิดของอาตมา ถ้ามองให้เห็นอย่างลึกซึ้ง พระพุทธรูปที่ทรงเครื่องอย่างกษัตริย์ กับพระพุทธรูปที่สวมชุดอุลตร้าแมน ดูจะไม่ได้แตกต่างกันมากนัก ด้วยทั้งสองอย่างล้วนแต่เป็นเครื่องสื่อให้เห็นถึงความมีภาวะพิเศษอันเป็นพระคุณธรรมอย่างประเสริฐสุดของพระพุทธเจ้าด้วยกันทั้งคู่

เราอาจมองพระพุทธเจ้าด้วยความรู้สึกที่มีต่อพระองค์ที่ต่างกัน บ้างเห็นเป็นเทพ บ้างเห็นเป็นพรหม บ้างเห็นเป็นสมณะนักบวช แต่ในความต่างกันนี้

อาตมาขอยอมรับว่า อาตมาไม่อาจตำหนิเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่เธอเห็นพระพุทธเจ้าเป็นฮีโร่สำหรับเธอได้ แม้อาตมาจะไม่ได้เห็นเช่นเดียวกันกับเธอ

ประเด็นของอาตมามีแค่นี้ โยมอาจจะเห็นต่างจากอาตมาก็ได้ แต่ขอให้สุภาพไม่หยาบคาย

ปล.อาตมาสังเกตเห็นฉากหลังของภาพนี้ ซึ่งเป็นเครื่องหมายของสินค้าแบรนด์เนมยี่ห้อหนึ่ง ถ้าเข้าใจไม่ผิด อาตมาคิดว่า ที่วาดออกมาแบบนี้ เพราะเธอต้องการจะสื่อว่า พระพุทธเจ้าได้หันหลังให้กับความหรูหราฟุ่มเฟือยอันเป็นไปในทางวัตถุนิยมทั้งหมดแล้ว นับตั้งแต่ที่ทรงตัดสินใจสละราชสมบัติออกบวชและได้ตรัสรู้มา

 

 อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

นศ.เจ้าของภาพ “พระอุลตร้าแมน” กราบขอขมา ไม่มีเจตนาลบหลู่

 

 

กลับขึ้นด้านบน