อาเซียนถกคู่เจรจาทบทวนเอฟทีเอ

อาเซียนถกคู่เจรจาทบทวนเอฟทีเอ

อาเซียนถกคู่เจรจาทบทวนเอฟทีเอ

รูปข่าว : อาเซียนถกคู่เจรจาทบทวนเอฟทีเอ

ไทยนำอาเซียนร่วมถกคู่เจรจา 11 ประเทศ เพื่อทบทวน FTA เพิ่มความสัมพันธ์ทางการค้าและเปิดตลาดการค้าร่วมกัน พร้อมเสนอขยายเส้นทางคมนาคมคุณหมิง-เชียงราย

วันนี้ (9 ก.ย.2562) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมรัฐมนตรี กับจีนและอาเซียกับฮ่องกงว่า รายละเอียดในการหารือระหว่างอาเซียนกับจีนนั้น เนื่องจากอาเซียน-จีน มีเอฟทีเอ หรือเขตการค้าเสรีมาร่วมกันตั้งแต่ปี 2548 รวม 15 ปีแล้ว สำหรับปีที่แล้วนั้นมูลค่าการค้าระหว่างอาเซียนกับจีนมีมูลค่าเป็น 4.7 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ถือว่าจีนเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของอาเซียน มีส่วนแบ่งทางการตลาดถึงร้อยละ 17 ที่อาเซียนค้ากับโลก 

 

จากนี้จะยกระดับความร่วมมือในอีก 3 เรื่องสำคัญ คือ 1.การเปิดตลาดสินค้าเพิ่มเติม 2.จะมีการปรับปรุงกฎระเบียบ เรื่องถิ่นกำเนิดสินค้าให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้นเพื่อรองรับกลับการค้ายุคใหม่ 3.การเตรียมการเปิดเสรีการลงทุนเพิ่มเติม


ทางการจีนมีกองทุนในการช่วยสนับสนุนการดำเนินการของอาเซียนด้วย ที่ผ่านมาจีนให้การสนับสนุนจากเงินกองทุนของจีนกับอาเซียน 300 ล้านหยวน โดยจะเพิ่มอีก 50 ล้านหยวน มีโครงการต่างๆ เช่น โครงการจะทำแพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับการท่องเที่ยวในอาเซียน โครงการการฝึกอบรมผู้ประกอบการรวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องกฎระเบียบเรื่องถิ่นกำเนิดสินค้า


สำหรับการประชุมวันนี้ ทางการไทยเองก็ได้เสนอใช้เงินจากกองทุนของจีน คือ 1.เกี่ยวกับโครงการเส้นทาง R3A ซึ่งเชื่อมระยะระหว่างคุณหมิงกับเชียงราย ได้เสนอเรื่องนี้เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าระหว่างกันซึ่งเป็นการค้าข้ามพรมแดนเป็นประโยชน์กับไทยต่อไปในอนาคต 2.โครงการพัฒนานักธุรกิจรุ่นใหม่ 3.โครงการแพลตฟอร์มสำหรับการค้าธุรกิจรุ่นใหม่

 

 

สำหรับวาระการประชุมตลอดวันนี้ นายจุรินทร์ เปิดเผยว่า มีวาระการประชุมเริ่มตั้งแต่ 8.00 น. จนถึง 21.00 น. โดยจะมีการปิดท้ายด้วยงานเลี้ยง 16 ประเทศ ซึ่งตั้งแต่ช่วงเช้านั้นมีการหารือแบบทวิภาคีกับฮ่องกงจากนั้นได้มีการประชุมประเทศอาเซียนกับจีน ,อาเซียนกับฮ่องกง ตามด้วยการหารือทวิภาคีกับประเทศออสเตรเลีย อาเซียนกับประเทศออสเตรเลีย,อาเซียนกับนิวซีแลนด์, อาเซียนกับเกาหลี จากนั้นเป็นการประชุมอาเซียนกับสหรัฐอเมริกา และอาเซียนกับรัสเซีย

 

กลับขึ้นด้านบน