ส่ง "ผลึกโปรตีน" จากอวกาศกลับโลก พัฒนายาต้านมาลาเรีย

ส่ง "ผลึกโปรตีน" จากอวกาศกลับโลก พัฒนายาต้านมาลาเรีย

ส่ง "ผลึกโปรตีน" จากอวกาศกลับโลก พัฒนายาต้านมาลาเรีย

รูปข่าว : ส่ง "ผลึกโปรตีน" จากอวกาศกลับโลก พัฒนายาต้านมาลาเรีย

จิสด้า เปิดเผยว่า หลังจากที่ส่งโปรตีนขึ้นไปทดลองตกผลึกบนสถานีอวกาศนานาชาติ ISS เมื่อวันที่ 26 ก.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุด ผลึกโปรตีนอวกาศถูกส่งกลับสู่โลกแล้ว เพื่อนำมาพัฒนาสร้างยาต้านมาลาเรียให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

วานนี้ (8 ก.ย.2562) เฟซบุ๊ก GISTDA สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ได้เผยแพร่ข้อความ ระบุว่า ข้อมูลจากกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. โดย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ จิสด้า เปิดเผยว่า หลังจากที่ส่งโปรตีนขึ้นไปทดลองตกผลึกบนสถานีอวกาศนานาชาติ ISS เมื่อวันที่ 26 ก.ค.ที่ผ่านมา เพื่อต้องการผลึกโปรตีนที่มีรูปแบบและโครงสร้างที่ชัดเจนกว่าการตกผลึกบนโลก เพื่อนำผลึกโปรตีนอวกาศดังกล่าวที่ได้มาพัฒนาสร้างยาต้านมาลาเรียให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นต่อไป โดยการทดลองนี้เป็นความร่วมมือกันระหว่าง จิสด้า กับศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติหรือ ไบโอเทค จาก สวทช.และองค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น หรือ Jaxa ซึ่งขณะนี้ผลึกโปรตีนได้กลับสู่โลกเรียบร้อยแล้ว

ภาพ : NASA Video

ภาพ : NASA Video


SpaceX Dragon แคปซูล ที่บรรจุโปรตีนในการทดลองอวกาศได้ดีดตัวออกจากสถานีอวกาศนานาชาติ หรือ ISS และกลับสู่พื้นโลก เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา รวมระยะเวลาอยู่ในอวกาศเพื่อทำการทดลองนานกว่า 30 วัน โดยวิธีการส่งกลับมาเป็นลักษณะที่สถานีอวกาศนานาชาติทำการปลดล็อก Dragon แคปซูลออกมา ซึ่งแคปซูลมีลักษณะเหมือนถ้วย และข้างในมีสิ่งที่ใช้ในการทดลองบรรจุอยู่ โดยถ้วยดังกล่าวจะค่อยๆ เคลื่อนที่ปรับวงโคจรต่ำลงเรื่อยๆ จนเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลกและผ่านการเสียดสี พร้อมถูกเผาไหม้เรียบร้อย

ภาพ : NASA Video

ภาพ : NASA Video


ก่อนจะกางร่มและค่อยๆ ร่อนลงมาตกในทะเล ซึ่งมีการควบคุมวงโคจร คำนวณตำแหน่ง ความเร็วและการเสียดสีกับชั้นบรรยากาศโลก การเผาไหม้ต่างๆ จนความเร็วชะลอลง กระบวนการทั้งหมดมีการคำนวณไว้อย่างแม่นยำเนื่องจากเราทราบระยะเวลาที่ปล่อยจากสถานีอวกาศนานาชาติ ตำแหน่ง มวลขนาด และวัสดุที่ใช้ ตลอดจนความสูงที่ปล่อย ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญทำให้เรารู้ได้ว่าแคปซูลจะตกบริเวณพื้นที่ลองบีช ทางชายฝั่งทะเลแคลิฟอร์เนียตอนใต้ของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งห่างจากชายฝั่งประมาณ 300 ไมล์

ภาพ : NASA Video

ภาพ : NASA Video


หลังจากที่ตกลงมาแล้วทางนาซ่าได้นำเรือออกไปเก็บลาก เพื่อนำกลับไปที่ศูนย์อวกาศเคนเนดี้ และได้ส่งต่อไปที่องค์การอวกาศแห่งชาติญี่ปุ่น หรือ JAXA เรียบร้อยแล้ว โดย JAXA ได้นำไปเก็บไว้ในตู้เพาะเชื้อสำหรับเก็บสารละลายในอุณหภูมิจำเพาะเพื่อเตรียมที่จะเอาไปฉายแสงกับเครื่องซิงโครตรอนพลังงานสูง ซึ่งจะทำให้เห็นโครงสร้างของผลึกโปรตีนได้อย่างชัดเจน

เครื่องดังกล่าวนี้อยู่ที่เมืองเฮียวโงะ ประเทศญี่ปุ่น โดยทาง JAXA ได้อำนวยความสะดวกในการฉายแสงรังสีเอ็กซ์ทุกอย่างให้กับทางจิสด้าโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ เพราะหวังจะให้การตกผลึกโปรตีนในอวกาศครั้งนี้ประสบความสำเร็จมากที่สุด เพื่อเป็นการช่วยเหลือมวลมนุษยชาติ และขณะนี้เครื่องซิงโครตรอนพลังงานสูง อยู่ในช่วงของการเตรียมความพร้อมเพื่อที่จะดำเนินการฉายแสงให้ได้ภายในเดือนตุลาคมนี้ โดยมีขั้นตอนการเตรียมการหลังจากออกจากห้องเพาะเชื้อก่อนเข้าเครื่องฉายแสงประมาณ 8 ชม. ช่วงยิงแสงจริงๆประมาณ 5-6 นาที ก็จะเห็นโครงสร้างทั้งหมดของโปรตีนที่จะมีความแตกต่างทั้งหมดมากกว่าบนโลก และทำให้เราสามารถพัฒนาตัวยาต้านมาลาเรียที่ดีได้ ส่วนผลการวิจัยจะออกมาอย่างไรนั้นทางจิสด้าจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งในช่วงเดือนตุลาคมนี้

ภาพ : NASA Video

ภาพ : NASA Video


ทั้งนี้ โครงการนี้ไม่ได้มุ่งเพียงแค่งานวิจัยในอวกาศอย่างเดียวเท่านั้น แต่ต้องการยกระดับนักวิจัยไทยให้มีความสนใจในอวกาศและมีความสามารถเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะเยาวชนที่มีความสนใจในการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์อวกาศ ให้รู้สึกว่าอวกาศเป็นเรื่องใกล้ตัว งานวิจัยในอวกาศครั้งนี้ใช้งบประมาณไม่มาก แต่จะได้ประโยชน์ที่สามารถช่วยชีวิตคนทั้งโลกจากมาลาเรียได้เป็นแสนๆ คน ถ้าเทียบกับมูลค่าก็คือหลักพันล้านบาท สำหรับคนที่สนใจในด้านนี้ต้องคำนึงถึงงานวิจัยที่มีประโยชน์กับภาพกว้าง รวมถึงที่มีประโยชน์ต่อประชาชนที่เป็นการศึกษาเพื่อต่อยอด สามารถสร้างเป็นนวัตกรรมหรือทำเป็นผลิตภัณฑ์ที่จะนำมาใช้ประโยช์ได้และคุ้มค่ากับงบประมาณที่ใช้ไปในการส่งงานวิจัยไปอวกาศด้วย

 

 

กลับขึ้นด้านบน