สื่อออสเตรเลียโต้ "ธรรมนัส" ชี้แจงคดียาเสพติด

สื่อออสเตรเลียโต้ "ธรรมนัส" ชี้แจงคดียาเสพติด

สื่อออสเตรเลียโต้ "ธรรมนัส" ชี้แจงคดียาเสพติด

รูปข่าว : สื่อออสเตรเลียโต้ "ธรรมนัส" ชี้แจงคดียาเสพติด

กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง สำหรับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า มือประสานสิบทิศของพลังประชารัฐ ย้อนกลับไปเมื่อตอนได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ ก็เปิดแถลงข่าวถึงคดีพัวพันเฮโรอีน ในออสเตรเลีย ตราบาปตลอด 30 ปี ที่ไม่เคยพูด

1 ก.ค.2562 ร.อ.ธรรมนัส เปิดแถลงข่าว ยืนยันว่า ไม่ใช่ผู้นำเฮโรอีนเข้าออสเตรเลีย ไม่ใช่ผู้ผลิตยาเสพติด และไม่ใช่ผู้จำหน่าย แค่ไปเที่ยวเพราะมีคนรู้จักทำงานใน ป.ป.ส.สหรัฐฯ แต่คนที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน ถูกจับ เขาก็เลยถูกตั้งข้อหารู้ว่ามียาเสพติด เขาปฏิเสธ และถูกกันตัวไว้เป็นพยาน ถูกคุมขัง 8 เดือน แล้วก็ได้รับการปล่อยตัวให้อยู่ในซิดนีย์ 4 ปีเต็ม ทิ้งท้ายว่า สื่อมวลชนสามารถตรวจสอบหลักฐานจากศาลออสเตรเลียและนั่นกลายเป็นคำท้า ที่สื่อออสเตรเลีย อย่าง "ซิดนีย์ มอร์นิง เฮรัลด์" ประกาศรับคำท้า ตีพิมพ์เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ ก่อนหน้านี้สื่อแห่งนี้พยายามไปค้นหาข้อมูลทางคดี ก็ไปพบคลิปข่าวเก่า (หน้าหนังสือพิมพ์) และนำมาสู่

 

จนกระทั่งผลงานชิ้นล่าสุด ใช้หัวข้อว่า From sinister to minister: politician's drug trafficking jail time revealed (จากผู้ร้ายกลายเป็นรัฐมนตรี เปิดโปงนักการเมืองไทยอดีตถูกจำคุกในออสเตรเลีย) ระบุถึงคดีในเดือนเมษายน ปี 1993 ร.อ.ธรรมนัส ซึ่งในขณะนั้นใช้ชื่อว่า ร.ต.มนัส โพธิ์พรม ถูกพิจารณาคดีที่ศาลนิวเซาธ์เวลส์ของออสเตรเลีย และยอมรับความผิดฐานลักลอบนำเข้าเฮโรอีนเพื่อการจำหน่าย ซึ่งมีมูลค่ารวมสูงถึง 4,100,000 ดอลลาร์ ขัดกับคำชี้แจงของ ร.อ.ธรรมนัส

ในเนื้อหาอ้างถึง สำนวนของศาล และคำให้การจากปฏิบัติการโดรเวอร์ของตำรวจออสเตรเลีย ระบุว่า ร.ต.มนัส มีส่วนช่วยการขอวีซ่าและซื้อตั๋วเครื่องบินสายการบินแควนตัสให้หญิง ที่ชื่อ "ภา" ซึ่งเป็นผู้ลักลอบขนยาเสพติด มีบันทึกว่าเขาอยู่ในเหตุการณ์ขณะที่เธอแพ็กยาเสพติดลงในกระเป๋าเดินทาง และต่อมาได้ช่วยขนกระเป๋าใบนั้นไปให้แก่ผู้ซื้อที่หาดบอนได ในซิดนีย์ และเพื่อแลกกับการลดโทษ ระหว่างถูกจำคุกเพื่อรอคำตัดสินคดี เขายังให้รายละเอียดเกี่ยวกับปฏิบัติการค้ายาเสพติดในไทย โดยระบุว่าอดีตทหารชื่อว่าวีระ มานพและไพศาล มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด

 

ต้นปี 2536 ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ร.ต.มนัสและนายศรศาสตร์ ได้พบกับอดีตทหารที่ชื่อวีระ ซึ่งแนะนำให้พวกเขารู้จักกับชาวต่างชาติ 2 คน ชื่อว่า แซม คาราบรีซ และ มาริโอ้ คอนสแตนติโน หลังจากนั้น ศรศาสตร์ บินไปออสเตรเลียก่อน ตามมาด้วยผู้หญิงที่ชื่อ ภา ซึ่งในคำแปลวัตถุพยานของตำรวจออสเตรเลีย อ้างว่า ร.ต.มนัส ได้บอกกับศรศาสตร์ว่า จะไม่ปล่อยให้ผู้หญิงคนนี้คลาดสายตา แต่เมื่อศรศาสตร์และคอนสแตนติโนไปรับ กลับไม่พบเธอ เพราะเธอปรากฏตัวที่โรงแรมในย่าน Kings Cross โดยทิ้งกระเป๋าของกลางที่เป็นเฮโรอีนไว้ที่โรงแรมแห่งหนึ่งซึ่งต่อมาเธอได้ให้กุญแจห้องกับศรศาสตร์

 

ตำรวจกลางออสเตรเลียดักฟังและติดตามเรื่องนี้มานาน พบว่า ร.ต.มนัสเดินทางไปถึงออสเตรเลีย ในคืนวันที่ 14 เมษายน หลังจากนั้นก็เดินทางไปยังโรงแรมที่ภาทิ้งกระเป๋าเฮโรอีนไว้ และเดินทางต่อไปยังโรงแรมอีกแห่ง ซึ่ง แซม คาราบรีซ และ มาริโอ้ คอนสแตนติโน ก็เดินทางมาเช่นกัน จากนั้นตำรวจออสเตรเลียเข้าจับกุม

 

 

ทั้ง 4 คน ถูกตั้งข้อหาสมรู้ร่วมคิดลักลอบนำเข้าเฮโรอีน และปฏิเสธไม่ให้ประกันตัว ร.ต.มนัสและศรศาสตร์ได้รับโทษจำคุก 6 ปี โดยต้องรับโทษจำคุกอย่างน้อย 4 ปี ก่อนจะขอทัณฑ์บนได้ จากนั้นมีการอุทธรณ์คดีแต่ไม่สำเร็จ ในที่สุดทั้ง 2 คนได้รับอิสรภาพในวันที่ 14 เมษายน 2540 และถูกส่งตัวกลับประเทศทันที

เมื่อค้นหาชื่อศรศาตร์ เทียมทัศน์ พบในเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ ระบุถึงการให้สัมภาษณ์เนชั่นทีวีถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในข่าวระบุว่าเขาคือ อดีตเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ประจำสหรัฐอเมริกา ที่เป็นคนชักชวน ร.ต.มนัส ให้เดินทางไปเที่ยวออสเตรเลีย โดยยืนยันว่า ในวันที่ถูกจับไม่มีของกลางอยู่ในห้องพัก แต่เป็นการจับกุมหลังนักค้ายาเสพติดชาวออสเตอรเลียทั้ง 2 คน ให้การซัดทอดเหมือนกับพยายามยัดเยียดข้อหาให้คนไทย

 

กลับขึ้นด้านบน