พม.แจง ข้อเสนอเวทีภาคประชาชน ไม่ถูกรวมเสนอในอาเซียนซัมมิท

พม.แจง ข้อเสนอเวทีภาคประชาชน ไม่ถูกรวมเสนอในอาเซียนซัมมิท

พม.แจง ข้อเสนอเวทีภาคประชาชน ไม่ถูกรวมเสนอในอาเซียนซัมมิท

รูปข่าว : พม.แจง ข้อเสนอเวทีภาคประชาชน ไม่ถูกรวมเสนอในอาเซียนซัมมิท

เดินหน้าจัดเวทีคู่ขนานต่อ ระหว่าง "การประชุมภาคประชาสังคมอาเซียน" โดยกระทรวง พม. และ "มหกรรมภาคประชาชนอาเซียน" โดยเครือข่ายภาคประชาชน ด้าน "กระทรวง พม." แจง วัตถุประสงค์และกลุ่มผู้ร่วมงานต่างกัน ไม่นำข้อเสนอรวมเสนอผู้นำอาเซียน


วันนี้ (11 ก.ย.2562) วันที่สองของ การประชุมภาคประชาสังคมอาเซียน ที่โรงแรมเดอะเบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ กรุงเทพมหานคร จัดโดย กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในการเปิดเวทีหารือถึงแนวทางขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน MSDHS SDGs (Ministry of Social Development and Human Security - SDGs) และเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่เวทีการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 35 ในวันที่ 31 ตุลาคม - 4 พฤศจิกายน 2562

น.ส.แสงดาว อารีย์ ผอ.กองการต่างประเทศ สำนักงานปลัด พม.​ ระบุว่า การประชุมตลอดทั้ง 3 วันนี้ มีวัตถุประสงค์เปิดพื้นที่ให้ข้าราชการ เจ้าหน้าที่กระทรวง พม. ส่วนต่าง ๆ รวมถึงเครือข่ายภาคประชาสังคมที่ทำงานร่วมกับกระทรวง พม. ได้ติดตามความก้าวหน้าในการทำงาน และแผนการทำงานในอนาคต ซึ่งมีการจัดประชุมไปแล้วกว่า 50 ครั้ง เพื่อเตรียมพร้อม ในการเข้าร่วมเวทีการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 35 ที่จะถึงนี้

ส่วนกรณีที่มีการจัดเวทีคู่ขนานในนาม มหกรรมภาคประชาชนอาเซียน ACSC/APF 2019 (ASEAN Civil Society Conference ASEAN People’s Forum) น.ส.แสงดาว ระบุว่า มีวัตถุประสงค์และผู้ร่วมงานต่างกัน โดยข้อเสนอของเวทีดังกล่าว จะไม่ถูกนำมารวมกับส่วนของกระทรวง พม. (ประชาชนอาเซียนผิดหวัง พม.จัดเวทีแยก เหตุไม่ส่งชื่อผู้เข้าร่วมให้รัฐ)

เป็นการจัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ต่างกัน ผู้ร่วมงานต่างกัน ข้อเสนอของเวทีดังกล่าว จะไม่ได้ถูกนำมาเข้ารวมกับกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หากจะนำเสนอต่อผู้นำอาเซียน จะต้องติดต่อผ่านหน่วยงานที่จัดการประชุมฯ คือ กระทรวงการต่างประเทศ

"ไทย" ประเทศนำร่องแก้ปัญหาค้ามนุษย์

สำหรับการอภิปรายการดำเนินงานภายใต้ความร่วมมือด้านต่าง ๆ ที่ พม. รับผิดชอบ เช่น ความร่วมมือของประเทศอาเซียนต่อปัญหาการค้ามนุษย์ น.ส.สิริโสภา เตียนสำรวย นักสังคมเคราะห์ กองต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานปลัดกระทรวง พม. กล่าวว่า ปัจจุบัน ประเทศไทยอยู่ในสถานะประเทศต้นทาง ประเทศทางผ่าน และประเทศปลายทางของกระบวนการค้ามนุษย์ ที่ผ่านมา ประเทศไทยจึงได้รับความเห็นชอบจากประเทศอาเซียน ในการร่วมแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง เพราะเป็นประเด็นใหญ่เชิงอาชญากรรม

น.ส.สิริโสภา กล่าวอีกว่า จากการนำเรื่องดังกล่าวหารือกับผู้นำอาเซียนด้านต่าง ๆ พบว่า บางประเทศยังไม่มีกฎหมายปราบปรามการค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นช่องว่างในการจัดการแก้ปัญหา ส่วนประเทศไทย มีกฎหมายป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ซึ่งปรับแก้มาแล้วถึง 3 ครั้ง

ประเทศอาเซียน มีความเห็นร่วมกันว่า ให้ประเทศไทย เป็นประเทศนำร่องในการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ ทั้งเด็ก สตรี และแรงงานชาย ซึ่งเป็นความท้าทายอย่างมากที่จะต้องทำให้สำเร็จ หลังจากนี้ได้เตรียมจัดเวิร์คชอปวิธีแก้ปัญหากระบวนการค้ามนุษย์ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ประเทศอาเซียนได้เรียนรู้ร่วมกัน

เดินหน้าแผนอาเซียนด้านสตรี

น.ส.สิริวรรณ เย็นตั้ง ผอ.กองส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) ระบุว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและความเสมอภาค โดยกำหนดให้เดือนพฤศจิกายนของทุกปี เป็นเดือนยุติความรุนแรงของเด็กและสตรี พร้อมเปิดรับข้อเสนอจากภาคประชาสังคม เพื่อเป็นแนวทางในการยกระดับการทำงาน และขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติจริง

เราได้จัดทำแผนอาเซียนด้านสตรี หรือ ACW Work Plan ร่างแนวทางผลักดันการให้ความรู้ กฎหมายสตรี สิทธิสตรี เพื่อให้สตรีและสังคมได้รับรู้ ทั้งด้านสุขภาพ อนามัย การเข้าถึงการรักษาต่าง ๆ และไม่ให้เกิดการละเมิดสิทธิ ทั้งยังส่งเสริมการสร้างงานในสตรี ให้ผู้หญิงมีงานทำ สร้างศูนย์อบรมฝึกทักษะความรู้ในการสร้างงานอาชีพแก่สตรีฟรี และยกระดับแนวทางการเพิ่มศักยภาพของสตรีให้ได้มาตรฐานตามที่เวทีประชุมอาเซียนได้กำหนด

หวังความร่วมมืออาเซียน แก้ปัญหาเด็กชายแดนใต้

รอกีเย๊าะ นิมะ เครือข่ายผู้หญิงยุติความรุนแรงแสวงหาสันติภาพ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เดินทางมาจากจังหวัดยะลา ระบุว่าตนเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการสูญเสียสามี เพราะเหตุการความไม่สงบ จึงต้องการให้ภาคส่วนต่าง ๆ หารือเพื่อสร้างความสงบให้กลับสู่พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้อีกครั้ง รวมถึงการส่งเสริมให้สตรีเข้าถึงกระบวนการทางกฎหมาย โดยยกตัวอย่างกรณีเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 15 ปี ที่ต้องแต่งงานก่อนวัยเหมาะสม เนื่องจากเข้าไม่ถึงการรับรู้ทางกฎหมายคุ้มครองเด็ก รวมถึงเสนอให้มีการสร้างแนวทางความร่วมมือของประเทศอาเซียน เพื่อคืนสันติภาพให้พื้นที่ชายแดนใต้

อยากให้ผู้นำอาเซียนเข้ามาดูแล อยากให้ 3 จังหวัดชายแดนใต้ไม่ใช่พื้นที่สีแดง อยากให้ความรุนแรงลดลง หวังให้ผู้นำของอาเซียน หน่วยงานภาครัฐ และผู้ที่มีความเห็นต่าง หารือถึงทางออก สร้างความร่วมมือและความเข้าใจต่อกันใหม่ ไม่ให้แบ่งแยก


สำหรับเวทีประชุมภาคประชาสังคมอาเซียน จัดโดยกระทรวง พม. เกิดขึ้นในวันเดียวกับ มหกรรมภาคประชาชนอาเซียน ACSC/APF 2019 ที่ศูนย์ประชุมธรรมศาสตร์ รังสิต โดยก่อนหน้านี้ มีการแถลงข่าวจากคณะกรรมการจัดงานมหกรรมภาคประชาชนอาเซียน ระบุว่า ไม่สามารถร่วมมือกับรัฐบาลไทย ในการจัดประชุมร่วมกันต่อไปได้ ทั้งที่เตรียมการร่วมกันมานานกว่า 2 เดือน จากประเด็นที่มีเงื่อนไขต้องส่งรายชื่อผู้เข้าร่วมประชุมทั้ง 11 ประเทศให้กับกระทรวง พม. ซึ่งคณะกรรมการจัดงานฯ ไม่สามารถยอมรับได้ เนื่องจากต้องการคงไว้ซึ่งความอิสระและเคารพในสิทธิและเสรีของผู้เข้าร่วมประชุม เป็นผลให้กระทรวง พม. ยุติความร่วมมือและการสนับสนุนงบประมาณในการจัดงานมหกรรมภาคประชาชนอาเซียน

นอกจากนี้ ยังเป็นที่น่าสังเกตว่า นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.กระทรวง พม. ไม่ได้เดินทางเข้าร่วมการประชุมที่ถูกจัดขึ้นทั้งสองแห่ง

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ประชาชนอาเซียนผิดหวัง พม.จัดเวทีแยก เหตุไม่ส่งชื่อผู้เข้าร่วมให้รัฐ

ช่องว่างกฎหมาย “อุ้มหาย” ประเด็นร่วมประชาสังคมอาเซียน

 

 

กลับขึ้นด้านบน