วิกฤต! อุบลฯ น้ำเต็มเมือง ทุบสถิติปี 45 สูงสุด 10.97 เมตร

วิกฤต! อุบลฯ น้ำเต็มเมือง ทุบสถิติปี 45 สูงสุด 10.97 เมตร

วิกฤต! อุบลฯ น้ำเต็มเมือง ทุบสถิติปี 45 สูงสุด 10.97 เมตร

รูปข่าว : วิกฤต! อุบลฯ น้ำเต็มเมือง ทุบสถิติปี 45 สูงสุด 10.97 เมตร

ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี แถลงรายงานสถานการณ์น้ำมูลสูงทุบสถิติปี 2545 เป็น 10.97 เมตร ขณะที่กรมชลประทานเพิ่มเครื่องสูบน้ำ 2 จุด เป็นจุดละ 60 ตัว เพื่อเร่งระบายน้ำ คาดช่วยระบายน้ำลงน้ำโขงได้จุดละ 14 ล้าน ลบ.ม.

วันนี้ (13 ก.ย.2562) นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี แถลงรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี ว่า วันนี้ตั้งแต่ 06.00 น. สถานการณ์น้ำตรวจวัดบริเวณสถานีวัด M7 สะพานแม่น้ำมูล เพิ่มเป็น 10.97 เมตร เพิ่มจากเมื่อวาน 6 เซนติเมตร เป็นผลทำให้น้ำที่ไหลลงแม่น้ำมูลเพิ่มขึ้นเป็น 5,265 ลบ.ม.ต่อวินาที ทำให้น้ำกระจายไปพื้นที่ต่ำ จนทำให้บางพื้นที่เหมือนเกาะ โดยจะมีชุมชนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในเขตพื้นที่ต่ำ แต่น้ำจะไม่เพิ่มสูงขึ้น

น้ำจะไม่รุนแรงระดับสูง แต่รุนแรงระดับกว้าง จึงต้องเพิ่มความปลอดภัยให้ประชาชน ซึ่งมีหลายฝ่ายกังวลว่าสถานการณ์จะดีขึ้นเมื่อไหร่ เบื้องต้น คาดว่าต้องใช้เวลา 2 สัปดาห์ หากไม่มีฝนมาเติม แต่ต้องติดตามสถานการณ์พายุดีเปรสชัน ที่อาจเข้ามาในช่วงปลายเดือนนี้ด้วย 


ขณะที่น้ำในเขตเทศบาลบริเวณสถานที่ราชการยังไม่ท่วม รวมถึงบริเวณรอบนอกหมู่บ้านที่อยู่ชุมชนริมแม่น้ำมูลก็ยังไม่ได้รับผลกระทบ แต่มีบางชุมชนในเมืองได้รับผลกระทบแต่ประชาชนได้ตั้งกระสอบทรายไว้ ทำให้น้ำไม่เพิ่มสูงขึ้น แต่น้ำนิ่งลดลงช้า ต้องรอสถานการณ์น้ำโขง ขณะที่เส้นทางเข้าสนามบินถูกน้ำท่วมขัง

นอกจากนี้ วานนี้มีฝนตกลงมาช่วงกลางคืนประมาณ 30 นาที ส่งผลให้มีน้ำเพิ่มน้ำต้องทยอยระบาย ทำให้น้ำดันท่อระบายน้ำออก ทั้งนี้ เทศบาลได้ออกสำรวจแนวท่อระบายน้ำที่จะต้องเอากระสอบทรายไปทับ และสำรวจบ้านเรือนประชาชนเพื่อกระจายกระสอบทรายให้ประชาชนเพิ่มขึ้น

พื้นที่ที่น่าห่วงคือ อำเภอพิบูลมังสาหาร และวารินชำราบ โดยเฉพาะหมู่บ้านแนวแม่น้ำมูล ที่ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดโดยชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบสามารถขอให้กำลังพลช่วยขนของขึ้นที่สูงและขอความช่วยเหลือได้

ด้านกระแสข่าวที่มีน้ำเอ่อเข้าท่วมโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จนทำให้หลายคนตื่นตระหนกนั้น โรงพยาบาลได้มีการเตรียมการล่วงหน้าไว้แล้ว หากน้ำดันท่อระบายน้ำออกมา ก็จะสามารถสูบน้ำออกได้ทัน อีกทั้งยังเตรียมการเรื่องกระสอบทรายไว้แล้ว แต่ผู้ป่วยที่ต้องเดินทางมาโรงพยาบาลทางบกอาจได้รับผลกระทบ เนื่องจากมีน้ำท่วมสูง จึงต้องปิดเส้นทางถนนบายพาส บริเวณห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลฯ ไม่ให้รถสัญจรผ่าน เพราะอาจเกิดอันตรายได้


สำหรับการลดระดับน้ำ ทางจังหวัดเร่งระบายน้ำลงแม่น้ำโขง โดยกรมชลประทานได้สนับสนุนเครื่องสูบน้ำ ช่วยระบายน้ำมูลเป็น 60 เครื่อง จาก 30 เครื่อง ที่สะพานข้ามแม่น้ำมูล และบริเวณท้ายแม่น้ำมูล ซึ่งประสิทธิภาพของเครื่องสูบน้ำ 1 เครื่องสามารถระบายน้ำได้วันละ 120,000 ลบ.ม. เพราะฉะนั้น 60 เครื่อง จะสามารถระบายน้ำได้วันละ ประมาณ 14 ล้าน ลบ.ม. ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตั้ง 

ทั้งนี้ ทางจังหวัดจะมีการแถลงสถานการณ์วันละ 4 ครั้ง เพื่อให้ประชาชนมีความมั่นใจ โดยหากประชาชนต้องการขอความช่วยเหลือขนย้ายและแจกจ่ายถุงยังชีพ สามารถแจ้งผ่านสายด่วน 045 429610 และ 06 1029 9618 

5 จังหวัดอีสานยังวิกฤต

ด้าน นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) สรุปสถานการณ์จากอิทธิพลพายุโซนร้อน "โพดุล" และพายุโซนร้อน “คาจิกิ” ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรง ตั้งแต่วันที่ 29 ส.ค.62 จนถึงปัจจุบัน (13 ก.ย.62 เวลา 06.00 น.) ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินสไลด์ในพื้นที่ รวม 32 จังหวัด 179 อำเภอ 927 ตำบล 6,799 หมู่บ้าน 5 เขตเทศบาล 11 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 391,557 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 30 คน ยังคงมีสถานการณ์ในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ อำนาจเจริญ ยโสธร อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด และศรีสะเกษ


ด้านความช่วยเหลือ ปภ. ร่วมกับจังหวัด หน่วยทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดเจ้าหน้าที่ พร้อมระดมวัสดุอุปกรณ์ ยานพาหนะ และเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยและคลี่คลายสถานการณ์ภัย โดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำ รถบรรทุกเครื่องส่งสูบน้ำระยะไกลเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขัง รวมถึงแจกจ่ายอาหาร น้ำดื่ม และถุงยังชีพอย่างต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์ภัยจะคลี่คลาย

อีกทั้งจัดเจ้าหน้าที่พร้อมรถเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัยและเรือท้องแบนให้บริการขนย้ายสิ่งของ และอำนวยความสะดวกในการเดินทางแก่ประชาชน ตลอดจนสำรวจความเสียหายครอบคลุมทุกด้าน เพื่อให้การช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัย ติดต่อได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชม. เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วน

 

 

กลับขึ้นด้านบน