ร้านเข้าโครงการชิม ช้อป ใช้ เพิ่ม 9 เท่าตัว

ร้านเข้าโครงการชิม ช้อป ใช้ เพิ่ม 9 เท่าตัว

ร้านเข้าโครงการชิม ช้อป ใช้ เพิ่ม 9 เท่าตัว

รูปข่าว : ร้านเข้าโครงการชิม ช้อป ใช้ เพิ่ม 9 เท่าตัว

กระทรวงการคลัง เผยร้านค้าและผู้ประกอบการสนใจเข้าร่วมโครงการชิมช้อปใช้เพิ่มขึ้นเป็น 32,000 ราย คาดว่าได้ตามเป้าหมาย 40,000 ราย โดยในสัปดาห์หน้าจะเริ่มจ่ายเงินสนับสนุนต้นทุน

วันนี้ ( 13 ก.ย.2562) นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลได้ออกมานั้น มีความคืบหน้าเป็นอย่างมาก โดยมาตรการสนับสนุนต้นทุนการผลิตข้าวนาปี 2562/2563 จ่ายเงิน 500 บาทต่อไร่ แต่ไม่เกิน 20 ไร่ ขณะนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรได้ประสานไปยังสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร โดยมีรายชื่อที่จะได้รับเงินสนับสนุนจำนวนทั้งสิ้น 2 ล้านราย จากทั้งสิน 3 ล้านราย ซึ่งคาดว่าจะเริ่มจ่ายเงินได้ภายในสัปดาห์หน้า ซึ่งภายหลังมีการตรวจสอบรายชื่อเรียบร้อยแล้วจะมีการโอนเงินเข้าบัญชีไม่เกิน 3 วัน

 

ส่วนมาตรการชิมช้อปใช้ ที่จะเริ่มเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนได้ในวันที่ 23 กันยายนนี้ ล่าสุด มีร้านค้าหรือผู้ประกอบการที่ดาวน์โหลดแอปถุงเงิน เพิ่มเข้ามาแล้ว 32,000 ราย เพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนหน้านี้ที่มีผู้ลงทะเบียนเพียง 2,800 ราย  จึงคาดว่าจะมีร้านค้าเข้าร่วมตามเป้าหมายที่ 40,000 ราย 

 

นอกจากนี้ ยังได้ขอความร่วมมือจาก หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยให้เชิญร้านค้าเล็กๆ เข้าร่วมโครงการ เพื่อให้เกิดการจับจ่ายซื้อสินค้าและท่องเที่ยวภายในประเทศ ซึ่งเป็นฤดูการท่องเที่ยวและคาดหวังจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะการจ่ายเงิน สนับสนุน เพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 15 จากวงเงินที่ใช้ซึ่งจะมีผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจมากขึ้น

 


ขณะที่นายกลินทร์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้นำทีมภาคเอกชนเข้าพบ นายอุตตมเพื่อยื่นข้อเสนอในการผลักดันเศรษฐกิจการค้าการลงทุนและบริการ

โดยเสนอให้จัดตั้งจุดรับคืนภาษี ในเมืองสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นแบบถาวรและออกมาตรการทางภาษีสำหรับการปรับปรุงโรงแรมและห้องพักเก่าเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว การเร่งออกระเบียบปฏิบัติตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง โดยให้ตั้งคณะทำงานย่อยเพื่อประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนมีการเตรียมความพร้อม ก่อนที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคมปีหน้า รวมถึงขอให้จัดตั้งคณะทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ปัญหาการจัดเก็บภาษีและกฎระเบียบที่ยังเป็นอุปสรรค

นอกจากนี้ ยังให้ส่งเสริมการค้าชายแดนและข้ามแดน โดยเสนอให้กรมศุลกากรพิจารณาขยายเวลาเปิด-ปิดด่านระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับรถขนส่งสินค้าและแก้ปัญหารถแออัดบริเวณหน้าด่านชายแดน เช่น ด่านช่องสะงำ จ.ศรีสะเกษ ด่านสะพานข้ามแม่น้ำแม่สาย จ.เชียงราย ด่านสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 1 จ.ตาก เป็นต้น เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าการค้าชายแดนให้สูงขึ้น

โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังยืนยันว่าจะรับข้อเสนอของภาคเอกชนมาพิจารณา เพราะเห็นว่าเป็นแนวทางที่จะช่วยเพิ่มเรื่องการค้าการลงทุน

กลับขึ้นด้านบน