สาวแสบ! ปลอมสายเซ็น "พล.อ.สุรยุทธ์" ไปจดทะเบียนรถ

สาวแสบ! ปลอมสายเซ็น "พล.อ.สุรยุทธ์" ไปจดทะเบียนรถ

สาวแสบ! ปลอมสายเซ็น "พล.อ.สุรยุทธ์" ไปจดทะเบียนรถ

รูปข่าว : สาวแสบ! ปลอมสายเซ็น "พล.อ.สุรยุทธ์" ไปจดทะเบียนรถ

ตัวแทนรับจดทะเบียนรถยนต์ปลอมลายเซ็น พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ผู้รักษาการประธานองคมนตรี ไปจดทะเบียนรถยนต์ ความแตกเหตุจดหมายส่งทวงค่าภาษีรถที่ค้าง 3 ปีไปที่บ้านพล.อ.สุรยุทธ์ จึงมาแจ้งความดำเนินคดี

วันนี้ (15 ก.ย.2562) ที่กองบังคับการปราบปราม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจฝ่ายสืบสวน กก.5 บก.ป. ได้ร่วมกันจับตัวน.ส.นาถลดา ศรีสมัย อายุ 55 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ข้อหา "ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม, ปลอมและใช้ดวงตราหรือรอยตราของทบวงการเมือง ขององค์การสาธารณะ หรือของเจ้าพนักงาน"

โดยคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2560 พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ผู้รักษาการประธานองคมนตรี ได้มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.บางซื่อ หลังจากได้รับเอกสารจากสำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5 ที่ส่งมาที่บ้านพักของพล.อ.สุรยุทธ์ ส่งคืนแผ่นป้ายทะเบียนรถ และนำใบคู่มือจดทะเบียนรถของรถยนต์ยี่ห้อ FIAT สีเขียว ทะเบียน ฆย 1013 กทม. มาบันทึกระงับทะเบียนรถเนื่องจากรถยนต์ดังกล่าวค้างชำระภาษีติดต่อครบ 3 ปี ทำให้การจดทะเบียนเป็นอันระงับไปตามกฎหมาย 

ภาพตัวอย่างรถยนต์รุ่นที่ผู้ต้องหาปลอมเอกสารเพื่อไปจดทะเบียน (ไม่ใช่รถยนต์คันที่ก่อเหตุ)

ภาพตัวอย่างรถยนต์รุ่นที่ผู้ต้องหาปลอมเอกสารเพื่อไปจดทะเบียน (ไม่ใช่รถยนต์คันที่ก่อเหตุ)

แต่พล.อ.สุรยุทธ์ ยืนยันว่าไม่ได้เป็นเจ้าของรถคันดังกล่าว และไม่เคยจดทะเบียรถคันนี้จึงตรวจสอบเอกสารจากกรมการขนส่งทางบกพบว่า การจดทะเบียนรถคันดังกล่าวมีการปลอมแปลงลายมือชื่อของพล.อ.สุรยุทธ์ ในหนังสือมอบอำนาจ และยังปลอมแปลงบัตรประจำตัวองคมนตรี รวมทั้งสำเนาทะเบียนบ้าน ทำให้พล.อ.สุรยุทธ์ ได้รับความเสียหาย พนักงานสอบสวนจึงนำหลักฐานไปขอศาลออกหมายจับและพบว่า น.ส.นาถลดา เป็นผู้ต้องหา

ตำรวจกองปราบปรามจึงได้ประสานข้อมูลกับสน.บางซื่อ จนสืบทราบว่าผู้ต้องหาหลบหนีอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านอ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี จึงเข้าจับกุมตัวมาดำเนินคดีเมื่อวันที่ 13 ก.ย.2562 และคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนสน.บางซื่อ ดำเนินคดีตามกฎหมาย

เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่ปัจจุบันพบว่าผู้ต้องหาประกอบอาชีพรับจ้างเป็นตัวแทนจดทะเบียนรถยนต์กับกรมการขนส่งทางบก และจากการตรวจสอบประวัติ พบว่าผู้ต้องหาเคยถูกดำเนินคดีในความผิดฐานฉ้อโกง และความผิดเกี่ยวกับการใช้เช็ค รวมจำนวน 6 ครั้ง จึงเชื่อว่าผู้ต้องหาน่าจะก่อเหตุในลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง

หากผู้เสียหายรายใดเคยถูกผู้ต้องหาก่อเหตุปลอมแปลงเอกสารในลักษณะดังกล่าว สามารถประสานข้อมูลได้ที่ กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบราม หรือที่ สน.บางซื่อ

กลับขึ้นด้านบน