รองนายกรัฐมนตรี เรียกประชุมขับเคลื่อนระบบกำลังพลสำรองปี 2562

รองนายกรัฐมนตรี เรียกประชุมขับเคลื่อนระบบกำลังพลสำรองปี 2562

รองนายกรัฐมนตรี เรียกประชุมขับเคลื่อนระบบกำลังพลสำรองปี 2562

รูปข่าว : รองนายกรัฐมนตรี เรียกประชุมขับเคลื่อนระบบกำลังพลสำรองปี 2562

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรียกประชุมหน่วยงานขับเคลื่อนระบบกำลังพลสำรองปี 2562 โดยมุ่งเสริมความมั่นคงเพื่อรองรับภารกิจภัยคุกคามรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะการช่วยเหลือประชาชน

วันนี้ (16 ก.ย.2562) พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เป็นประธานประชุมคณะกรรมการกำลังพลสำรอง (คกส.) ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนกระทรวงต่าง ๆ ณ ศาลาว่าการ กลาโหม เพื่อขับเคลื่อนและเสริมเครือข่ายกิจการกำลังพลสำรอง ตาม พ.ร.บ.กำลังพลสำรองปี 2558 เพื่อรองรับงานความมั่นคงในมิติต่าง ๆ

โดยที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาและรับทราบความคืบหน้า การดำเนินการกิจการกำลังพลสำรองปี 2562 ที่ผ่านมา ทั้งการแสดงศักยภาพของกำลังสำรอง 3 เหล่าทัพ การปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงานการกำลังสำรอง การแปรสภาพและจัดตั้งหน่วยกำลังสำรองระดับพื้นที่ในมณฑลทหารบก เพื่อรองรับภารกิจภัยคุกคามรูปแบบใหม่ในพื้นที่ การจัดทำและบริหารจัดการระบบฐานข้อมูลกำลังพลผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ

รวมถึงการยกเว้นการเป็นกำลังสำรองในกลุ่มผู้ทำหน้าที่ประจำในกิจการศาสนา การผ่อนผันการเป็นกำลังสำรองของครูในสถานศึกษา 25 แห่ง ที่ กห.กำหนด รวมทั้งด้านสิทธิประโยชน์และสวัสดิการของกำลังพลสำรองและนายจ้าง ทั้งด้านการสอบเข้ารับราชการทหาร การขอใช้สถานที่ราชการของกองทัพ และการเข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรต่างๆ ของกองทัพ 

พล.อ.ประวิตร ได้ย้ำให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมสนับสนุนและผลักดันการเดินหน้าขับเคลื่อนกิจการกำลังสำรองตามแผนแม่บทที่กำหนด ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยขอให้มีการติดตาม ตรวจสอบและประเมินผล เพื่อการพัฒนาและเสริมสร้างกำลังพลสำรอง ให้มีความพร้อม สามารถปฏิบัติภารกิจร่วมกับกำลังประจำการได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ โดยสามารถเรียกกำลังพลสำรอง เข้ารับราชการทหาร หรือในการระดมพลได้ทันตามเวลาที่กำหนด

ขณะเดียวกันให้เสริมสร้างเครือข่ายกำลังพลสำรองให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อรองรับระบบงานความมั่นคง รวมทั้งการบรรเทาภัยพิบัติและการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ เพื่อเสริมสร้างการตระหนักรู้และการมีส่วนร่วมของประชาชน สู่ความร่วมมือด้านความมั่นคงที่ยั่งยืน

 

กลับขึ้นด้านบน