เครือข่ายกะเหรี่ยงจัดพิธีรำลึก "บิลลี่" ให้กำลังใจ "มึนอ"

เครือข่ายกะเหรี่ยงจัดพิธีรำลึก "บิลลี่" ให้กำลังใจ "มึนอ"

เครือข่ายกะเหรี่ยงจัดพิธีรำลึก "บิลลี่" ให้กำลังใจ "มึนอ"

รูปข่าว : เครือข่ายกะเหรี่ยงจัดพิธีรำลึก "บิลลี่" ให้กำลังใจ "มึนอ"

"เครือข่ายกะเหรี่ยง" ร่วมจัด "พิธีรำลึกถึงบิลลี่" เพื่อให้กำลังใจครอบครัว ด้าน "ดีเอสไอ" ขอเวลารวบรวมพยานหลักฐาน แต่ยังไม่ขอระบุเชื่อมโยงถึงผู้กระทำการหรือไม่ เชื่อภายใน 3 เดือนมีความชัดเจน ยืนยัน! งานนี้ไม่มีมวยล้มต้มคนดู

วันนี้ (16 ก.ย.2562) ตัวแทนกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงจากหลายพื้นที่ เครือข่ายภาคประชาชน องค์กรด้านสิทธิมนุษยชน และหน่วยงานรัฐ ร่วมจัดพิธีรำลึกถึง “บิลลี่” นายพอละจี รักจงเจริญ โดยมี “มึนอ” น.ส.พิณนภา พฤกษาพรรณ ภรรยา รวมถึงลูก ๆ ของนายพอละจีร่วมพิธีกรรมตามความเชื่อชาวกะเหรี่ยง เพื่อรำลึกถึงการจากไปของนายพอละจี พร้อมให้กำลังใจครอบครัว

 

 

เป็นคดีที่ "ยาก" แต่ "มีความสุข"

หลังเสร็จสิ้นพิธี มีการจัดเสวนาเรื่อง “การฆาตกรรมอำพรางศพนายพอละจี หรือ "บิลลี่" บุคคลใดต้องรับผิดชอบ”

พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ยอมรับว่า การทำคดีนายพอละจี มีความยาก แต่มีความสุขที่ได้ทำ ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกคน ได้ให้ความทุ่มเทการทำหน้าที่ เมื่อพบชิ้นส่วนกระดูก และยืนยันด้วยผลการตรวจ DNA รูปคดีเปลี่ยน มาเป็นคดีฆาตกรรม ซึ่งดีเอสไอก็ยิ่งต้องเพิ่มความรอบคอบการทำคดีให้ดีที่สุด

พ.ต.ท.กรวัชร์ ยังกล่าวอีกว่า จนถึงเวลานี้นี้ ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าจะมีการแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ใด แต่ยืนยัน ทุกขั้นตอนว่ากันไปตามพยานหลักฐาน

การดำเนินคดีนี้ไม่ต้องห่วง เดินมาถึงวันนี้แล้ว หากจะเป็นมวยล้มต้มคนดู ดีเอสไอคงอยู่ไม่ได้ หลักฐานไปถึงไหน ก็ต้องดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด อย่างตรงไปตรงมา พยานถึงใคร จะดำเนินคดีให้หมด เป็นสิ่งที่ดีเอสไอให้ความมั่นใจกับครอบครัวบิลลี่ ถ้าหากผมทำไม่ดี ให้ไปชี้หน้าด่าผมที่ดีเอสไอได้เลย

ด้านความคืบหน้าทางคดี รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ระบุว่า มีความคืบหน้าระดับหนึ่ง พยานหลักฐานสามารถรวบรวมได้บางส่วนแล้ว แต่จะเชื่อมโยงถึงตัวผู้กระทำผิดหรือไม่ ยังไม่ขอตอบ เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน แต่มั่นใจว่าจะเห็นความชัดเจนอย่างแน่นอนภายใน 3 เดือนนี้


ขณะที่นายแสงชัย รัตนเสรีวงษ์ จากสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (สนส.) ระบุว่า กรณีที่เกิดขึ้น ทั้งคดีของนายพอละจี และนายโคอิ มีมิ หรือ "ปู่คออี้" สะท้อนได้ชัดเจนถึงความจริงของระบบอุปถัมภ์ ที่เชื่อว่า เป็นต้นตอของระบบอำนาจนิยม ทำให้ผู้กระทำผิดไม่สนใจกฎหมาย หรือ หากกระทำผิดก็มั่นใจได้ว่าจะไม่โดนลงโทษ

นายแสงชัย ยังระบุอีกว่า กรณีของนายพอละจี สะท้อนภาพความเชื่อด้านการจัดสรรทรัพยากร สิทธิของผู้อยู่อาศัยกับธรรมชาติ กับเจ้าหน้าที่รัฐ ที่มีมุมมองตรงกันข้าม เป็นเหตุให้คนกับป่าอยู่ร่วมกันไม่ได้ ดังนั้น ภาครัฐควรปรับเปลี่ยนมุมมอง และหาแนวทางเพื่อลบล้างมายาคตินี้ ที่ฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

DSI จ่อออกหมายเรียกทีมฆาตกรรม "บิลลี่" 3 ข้อหา

ยังไม่พาดพิงใคร "ดีเอสไอ" ตอบปม "ชัยวัฒน์" พูดถึงคดีบิลลี่

 

 

กลับขึ้นด้านบน