ปอท. เตรียมดำเนินคดีผู้แอบอ้างรับโอนเงินบริจาคน้ำท่วม

ปอท. เตรียมดำเนินคดีผู้แอบอ้างรับโอนเงินบริจาคน้ำท่วม

ปอท. เตรียมดำเนินคดีผู้แอบอ้างรับโอนเงินบริจาคน้ำท่วม

รูปข่าว : ปอท. เตรียมดำเนินคดีผู้แอบอ้างรับโอนเงินบริจาคน้ำท่วม

ปอท.เตรียมดำเนินคดีผู้แอบอ้างเปิดบัญชีรับบริจาคน้ำท่วม ร่วมกับ " บิณฑ์ " ดำเนินคดีฉ้อโกงประชาชนและ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

ปอท.ออกหมายเรียกเจ้าของบัญชีและผู้เกี่ยวข้องที่แอบอ้างรับโอนเงินบริจาค บิณ บันลือฤทธ์ ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมมาสอบในสัปดาห์หน้า(10.00 น. 24 ก.ย.) เตรียมคดีข้อหาความผิด พ.ร.บ.คอมพ์ฯ และฉ้อโกงประชาชน

วันนี้(14 ก.ย.62) เมื่อเวลา 11.30 น.  ที่ บก.ปอท.(กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี) อาคารบี ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ  พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. ในฐานะโฆษก บก.ปอท. เปิดเผยว่า จากกรณี "บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์" นักแสดงชื่อดัง และอาสาสมัครกู้ภัย ได้ไลฟ์สดเปิดเผยความเป็นอยู่ของชาวบ้าน ผู้ประสบภัย "น้ำท่วม" ที่ จ.อุบลราชธานี เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ผ่านแฟนเพจ "บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์" และประกาศจะนำเงินส่วนตัว 1 ล้านบาท ไปช่วยเหลือชาวบ้านที่เดือดร้อนจากน้ำท่วม พร้อมระบุว่า หากใครที่จะร่วมกับตน สามารถโอนเข้าบัญชีได้

 

ซึ่งต่อมา มีคนใจบุญ บริจาคเงินช่วยเหลือ กระทั่งยอดเงินทะลุ 100 ล้านบาท และมีเพจดัง Drama-addict ได้ออกมาแจ้งเตือนคนบริจาคพร้อมกับได้เผยภาพเลขบัญชีของ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ นักแสดงผู้ใจบุญหลังเจ้าตัวเปิดรับบริจาคเงินช่วยเหลือน้ำท่วมใน จ.อุบลราชธานี แต่กลับมีมิจฉาชีพอาศัยช่วงวิกฤตปลอมแปลงเลขบัญชีเป็นของตนเองหวังโกยเงินเข้าบัญชี ก่อนถูกชาวเน็ตจับได้ว่าเป็นเลขบัญชีปลอม

และในเวลาต่อมาทางธนาคารออมสิน ได้ออกมาโพสต์ผ่าน GSB Society ว่า หลังจากที่ทางธนาคารได้รับแจ้งข่าวว่า มีการนำภาพและข้อความของบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ มาทำการแอบอ้างเพื่อขอบริจาคเงินนั้น ทางธนาคาร ได้ประสานตำรวจในท้องที่ มีการตรวจสอบเลขบัญชี และเชิญเจ้าของบัญชีดังกล่าวมาพบ พร้อมกับทั้งอายัดบัญชีนี้ ทำให้ไม่สามารถฝาก ถอน หรือทำธุรกรรมใด ๆ ได้อีกต่อไป และตอนนี้ อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง

ในเรื่องดังกล่าวนี้ ทาง บก.ปอท.ได้เฝ้าระวังและตรวจสอบเรื่องดังกล่าว ถ้าผู้กระทำมีเจตนาที่จะให้ประชาชนหลงเชื่อว่าบัญชีที่เขาโพสต์และมีรูปคุณบิณฑ์ บันลือฤทธิ์ อยู่เป็นบัญชีทีรับบริจาคช่วยน้ำท่วมจริง อันนี้น่าจะเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ที่มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และยังจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(1) โดยทุจริตนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันจะทำให้ประชาชนเกิดความเสียหาย มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ละปรับไม่เกิน 1 แสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

ในกรณีข่าวปลอมบัญชีธนาคารรับเงินบริจาคน้ำท่วมของคุณบิณฑ์ มีประชาชนสนใจเป็นจำนวนมาก พล.ต.ต.ไพบูลย์ น้อยหุ่น ผบก.ปอท.ได้สั่งการมาให้พนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปอท.เชิญตัวผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งเจ้าของบัญชี ธนาคารออมสิน คนที่โพสต์เฟซบุ๊ก ให้มาพบพนักงานสอสวนในวันที่ 24 ก.ย 62 เวลา 10.00 น. ที่บก.ปอท.

เบื้องต้นจะให้ชี้แจงเรื่องทั้งหมดที่เกี่ยวข้องตามความเป็นจริงก่อน ในส่วนของฝ่ายสืบสวน บก.ปอท.ก็จะทำการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อประกอบในการดำเนินคดีต่อไปฝากเตือนพี่น้องประชาชนว่าการกระทำลักษณะนี้อย่าทำเลย พี่น้องที่ประสบอุทกภัยก็ได้รับความเดือดร้อนยากลำบากพอดูอยู่แล้ว การที่มีคนทีมีจิตอาสาเสียสละลงพื้นที่น้ำท่วมเพื่อช่วยเหลือพี่น้องที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วมลงพื้นที่เปิดรับบริจาคนำเงินไปช่วยเหลือพี่น้องเหล่านั้นเป็นเรื่องที่ดี ขออย่าใช้ช่องทางนี้ในการฉกฉวยประโยชน์ซ้ำเติมพี่น้องที่ได้รับความเดือดร้อนอีกเลย นอกจากมีโทษทางกฎหมายที่ค่อนข้างสูงแล้วยังเป็นเรื่องที่ไม่สมควรกระทำผิดทั้งศีลธรรมและทุกอย่างขอฝากด้วย

กลับขึ้นด้านบน