กมธ.สารเคมีเกษตรฯ ชี้พร้อมเลิก 3 สาร นโยบายรัฐบาลต้องชัดเจน

กมธ.สารเคมีเกษตรฯ ชี้พร้อมเลิก 3 สาร นโยบายรัฐบาลต้องชัดเจน

กมธ.สารเคมีเกษตรฯ ชี้พร้อมเลิก 3 สาร นโยบายรัฐบาลต้องชัดเจน

รูปข่าว : กมธ.สารเคมีเกษตรฯ ชี้พร้อมเลิก 3 สาร นโยบายรัฐบาลต้องชัดเจน

ประชุมนัดแรก กมธ.ศึกษาสารเคมีเกษตรฯ เลือก "ชวลิต วิชยสุทธิ์" พรรคเพื่อไทย นั่งประธานฯ มั่นใจ รวบรวมข้อมูลได้ตามกรอบ 60 วัน พร้อมพิจารณายกเลิก 3 สารเคมีเกษตรความเสี่ยงสูง ชี้ "รัฐบาล" ต้องมีนโยบายที่ชัดเจน ด้าน "นายกฯ" ย้ำ ต้องเปิดเผยข้อมูลสต๊อกสารเคมี

วันนี้ (17 ก.ย.2562) การประชุมนัดแรก ของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการควบคุมการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรม สภาผู้แทนราษฎร มีข้อสรุปจะศึกษาเพื่อแก้ปัญหาสารเคมีทางการเกษตร ใน 3 กรอบใหญ่ คือ 1.ภาพรวมการใช้สารเคมีเกษตรทุกชนิด 2.สารเคมีที่มีความเสี่ยงสูง 3 ชนิด คือ พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส และ 3.จะศึกษาแนวทางการปรับเปลี่ยนแนวทางการทำเกษตรที่ใช้สารเคมี ให้เป็นเกษตรอินทรีย์

โดยหลังจากนี้ จะมีการเชิญฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน คือ นักวิชาการ, ภาคประชาชน, ผู้กำหนดนโยบาย เช่น กระทรวงสาธารณสุข รวมถึง ผู้ควบคุมกำกับการใช้สารเคมี เช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงอุตสาหกรรม ,กรมวิชาการเกษตรและกรมส่งเสริมการเกษตร, กลุ่มผู้ใช้สารเคมีทางการเกษตร, กลุ่มคุ้มครองผู้บริโภค รวมถึงผู้ผลิตสารเคมีทางการเกษตร เพื่อให้ข้อมูลครอบคลุมทุกด้าน


นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นประธานกรรมาธิการฯ ระบุถึงบทบาทและอำนาจคณะกรรมาธิการฯ ที่จะตรวจสอบข้อมูลทุกด้าน รวมถึงสต๊อกสารเคมี ที่ยังไม่มีการเปิดเผย พร้อมยืนยันว่าการดำเนินการจะเป็นไปอย่างเป็นธรรม ไม่ใช่การกลั่นแกล้งใคร ทั้งฝ่ายที่ได้ประโยชน์ หรือ เสียประโยชน์ โดยทุกฝ่ายจะต้องได้รับประโยชน์จากเรื่องนี้


นอกจากนี้ ยังเตรียมตั้งคณะทำงานชุดเล็ก ในคณะกรรมาธิการฯ เพื่อลงพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบจากการใช้สารเคมีและมีการศึกษาวิจัยไปแล้ว เพื่อติดตามการปรับเปลี่ยนของส่วนราชการ ประชาชนในพื้นที่ และจะเป็นการสร้างความเข้าใจให้มีการตื่นตัวในเรื่องนี้ไปพร้อมกัน

ประธานกรรมาธิการฯ ยังมั่นใจว่า จะดำเนินการได้แล้วเสร็จตามกรอบที่กำหนดไว้ ภายใน 60 วัน และยืนยัน ไม่ใช่การแทรกแซงการทำงานของคณะกรรมการวัตถุอันตราย แต่จะเป็นการแลกเปลี่ยนประสานข้อมูลซึ่งกันและกัน ทั้งนี้ มองว่าสิ่งที่สำคัญไปกว่ากลไกที่มีอำนาจอย่างคณะกรรมการวัตถุอันตราย คือ รัฐบาล ถ้ารัฐบาลมีนโยบายที่ชัดเจนลงมา ก็สามารถแก้ไขปัญหาที่ยืดเยื้ออยู่ได้

จะเห็นว่าที่ผ่านมา รัฐบาลไม่เคยให้ความสำคัญกับกรรมาธิการ แต่กรรมาธิการนี้ กลับส่งตัวแทนเข้ามา 5 คน ซึ่งเป็นระดับรัฐมนตรี แสดงว่าให้ความสำคัญกับคณะกรรมาธิการชุดนี้ โอกาสประสบความสำเร็จน่าจะมีอยู่


นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี หนึ่งในกรรมาธิการฯ สัดส่วนพรรคภูมิใจไทย มั่นใจว่า จะสามารถรวบรวมข้อมูลจากบุคคลและหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ รวมถึงประเด็นที่ยังเป็นคำถามและข้อสงสัยต่อสาธารณะ เช่น กรณีสต๊อกหรือปริมาณการนำเข้า และปริมาณการใช้สารเคมีที่มีความเสี่ยงสูงทั้ง 3 ชนิด ที่เมื่อวานนี้(16 ก.ย.) รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องบุกไปทวงถามข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังขอข้อมูลไปนานแต่ยังไม่ได้รับรายงาน รวมถึงข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

หากคณะกรรมาธิการฯ ขอข้อมูลไป ส่วนราชการต้องให้ ถ้าไม่ให้ มีปัญหาแน่ เพราะมีกฎหมายครอบคลุม และเรื่องนี้ ก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเป็นทั้งนโยบายหลัก และเร่งด่วนของรัฐบาลด้วย


น.สพ.ปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก กรรมาธิการฯ สัดส่วนพรรคอนาคตใหม่ เห็นว่า ภายในกรอบเวลา 60 วัน ควรต้องมีข้อสรุปในการวางมาตรการแก้ไขปัญหาสารเคมีเกษตร ทั้งเชิงกฎหมาย เชิงโครงสร้าง รวมถึงมาตรการในช่วงเปลี่ยนผ่าน

โครงสร้าง ทำให้การแก้ไขปัญหา ยกเลิกสารเคมี 3 ชนิด ไม่สามารถเดินหน้าหรือขยับได้ เช่น คณะกรรมการวัตถุอันตราย และหน่วยงานต่าง ๆ จึงต้องกลับมาทบทวนว่า ต้องปรับโครงสร้างอย่างไร ให้เกิดความแตกต่างจากเดิมที่เป็นอยู่ได้

 

"นายกฯ" เผย พรุ่งนี้ชัดปมยกเลิกสารเคมีเกษตร

ขณะที่ในวันพรุ่งนี้ (18 ก.ย.) จะมีการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย โดยมีกำหนดวาระติดตามความคืบหน้ามาตรการจำกัดการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง 3 ชนิด และถูกจับตาว่ากรณีที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เตรียมเสนอพิจารณาทบทวนให้ยกเลิกสารเคมีดังกล่าว ในระหว่างที่ รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวบรวมข้อมูลที่ระบุว่า จะต้องรอบด้าน แต่ รมช. กลับต้องไปขอข้อมูลสต๊อกสารเคมี ที่สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร ด้วยตัวเอง หลังไม่ได้รับรายงานตามที่ขอไปก่อนหน้านี้

กรณีนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กระทรวงกลาโหม ระบุว่า การยกเลิกสารเคมีทางการเกษตรที่มีความเสี่ยงสูง ได้ติดตามทราบว่า รมช.กระทรวงเกษตรฯ ไปตรวจสอบจากกรมวิชาการเกษตร แต่ไม่ได้ข้อมูล ซึ่งส่วนตัวก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมถึงไม่ได้ข้อมูล โดยถือว่า เรื่องนี้ต้องทำให้เปิดเผย และการยกเลิกสารเคมี น่าจะได้ความชัดเจนวันพรุ่งนี้ หลังประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เช็กรายชื่อ กมธ.วิสามัญศึกษาควบคุมสารเคมีเกษตรฯ

ผ่านฉลุยทั้งสภาฯ ตั้ง กมธ.ศึกษาปัญหาสารเคมีเกษตร

"มนัญญา" ย้ำเลิกสารเคมีเกษตรอันตรายแน่! ปลายปีนี้

 

 

กลับขึ้นด้านบน