“ชลน่าน” ยื่น 2 ทางเลือกให้นายกฯ “ลาออก-ถวายสัตย์ฯใหม่”

“ชลน่าน” ยื่น 2 ทางเลือกให้นายกฯ “ลาออก-ถวายสัตย์ฯใหม่”

“ชลน่าน” ยื่น 2 ทางเลือกให้นายกฯ “ลาออก-ถวายสัตย์ฯใหม่”

รูปข่าว : “ชลน่าน” ยื่น 2 ทางเลือกให้นายกฯ “ลาออก-ถวายสัตย์ฯใหม่”

หมอชลน่านยื่น 2 ทางเลือกให้นายกฯ ไม่ลาออก ก็ต้องถวายสัตย์ฯ ใหม่ ไพบูลย์ป้องประยุทธ์ จวกใส่ฝ่ายค้านไม่มีสิทธิตั้งคำถามเรื่องนี้ ถือเป็นการก้าวล่วงพระราชอำนาจ

วันนี้ (18 ก.ย.2562) เวลา 13.00 น. นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย ระบุปมถวายสัตย์ฯ เมื่อนายกฯ รู้ว่าทำผิด แต่ไม่ออกมารับผิดชอบ ปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านมาหลายเดือน ไม่แก้ไขให้ถูกต้อง ซึ่งข้อความที่ว่าจะปฎิบัตหน้าที่อย่างซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ท่านจะปฎิบัติหน้าที่อย่างซื่อสัตย์สุจริตได้อย่างไร ในเมื่อบางถ้อยคำยังโกง ตัดข้อความที่สำคัญออก ท่านจะมีความสื่อสัตย์ต่อประเทศชาติได้อย่างไร

นายนิคมกล่าวว่า ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 162 การแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา จะต้องบอกที่มาที่ไปของเงิน ในการนำเงินต่างๆ มาดำเนินการตามนโยบายให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งการแถลงนโยบายครั้งที่ผ่านมา นายกฯ ไม่ได้บอกที่มาที่ไปของเงิน แล้วพวกเราจะทราบได้อย่างไรว่าท่านนำเงินมาจากไหน เพื่อให้รัฐมนตรี ฝ่านค้าน ฝ่ายรัฐบาลได้ตรวจสอบ

รัฐบาลชุดนี้โดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ ท่านใช้สิทธิ์อะไร ทำไมเหนือกว่าคนอื่น ทำอะไรก็ไม่ผิดซักอย่าง องค์กรต่างๆ ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบก็ไม่ตรวจสอบกัน นั้นแสดงว่านายกฯ คนนี้ยังมีอำนาจเหนือคนอื่นหรือไม่

นายนิคมกล่างต่อว่า อยากให้ท่านรับผิดชอบสิ่งที่ท่านทำไว้ คือ ท่านต้องถวายสัตย์ฯ ใหม่ให้ครบถ้วน หากไม่ปฎิบัติตามก็ขอให้ท่านรับผิดชอบด้วยการลาออก และหากนายกฯ ถวายสัตย์ฯ แล้วอยากให้แถลงนโยบายใหม่ บอกที่มาของเงินงบประมาณทั้งหมดที่จะนำมาใช้ในโครงการต่างๆ ให้ครบถ้วนตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด

ด้าน นายไพบูลย์ นิติตะวัน พรรคพลังประชารัฐ ระบุว่า การอภิปรายครั้งนี้ ฝ่ายค้านบอกว่าเป็นเพียงการซักถาม แต่เท่าที่ฟังไม่ใช่การซักถาม แต่เป็นการอภิปรายตรวจสอบการทำงานของคณะรัฐมนตรีมากกว่า

นายไพบูลย์กล่าวว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งส่วนหนึ่งว่า การถวายสัตย์ฯ เป็นการกระทำทางการเมือง เป็นความสัมพันธ์เฉพาะของฝ่ายบริหารกับองค์พระมหากษัตริย์ ศาลเห็นว่าอยู่ในเขตพระราชอำนาจเฉพาะ การเข้าไปก้าวล่วงเป็นการกระทำมิบังควร

ทุกฝ่ายต้องหยุด ไม่ก้าวล่วงเขตพระราชอำนาจ หรือพระบรมราชวินิจฉัย ซึ่งสภาผู้แทนราษฎร ไม่มีอำนาจที่จะตรวจสอบเรื่องนี้ตามกฎหมาย ผมเป็นห่วงฝ่ายค้านที่จะถูกตรวจสอบ การกระทำที่ไม่มีอำนาจ เมื่อไม่มีอำนาจแต่ยังทำ

นายไพบูลย์กล่าวต่อว่า อาจมีคนสงสัยยื่นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ซึ่งเข้าข่ายผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 หรือมีกระบวนการยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ คิดหรือว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยไปในทางอื่น เพราะท่านไม่รับคำร้อง ส่วนที่จะยื่นเรื่องผิดจริยธรรม ต่อศาลฏีกา ผมยิ่งเป็นห่วง แล้วไม่ต้องห่วงเลยครับ ผมยืนยันว่าพล.อ.ประยุทธ์ เป็นบุคคลที่จงรักภักดีต่อสถาบันมากคนนึงแน่นอน

สิ่งที่ผมเป็นห่วง คือ ฝ่ายค้าน ผมไม่อยากให้ท่านคิดมาตรวจสอบ ครม. เมื่อท่านไม่มีอำนาจแล้วยังกระทำ อาจมีคนไปยื่น ป.ป.ช. ว่าพวกท่านไม่มีอำนาจตรวจสอบ แต่ไปตรวจสอบได้อย่างไร ผมจึงเป็นห่วงนะครับ ว่า ไม่มีอำนาจในการตรวจสอบ

ต่อมาเวลา 13.37 น. นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า การตรวจสอบปมถวายสัตย์ฯ ไม่ครบถ้วน เป็นการทำหน้าที่ในฐานะสภาผู้แทนราษฎร ไม่ใช่ฝ่ายค้านและเห็นว่านายกฯ เจตนาจะไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะการปฏิบัติหน้าที่ต้องอาศัยบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ พร้อมตั้งคำถาม “กลัวพวกผมตรวจสอบท่านใช่หรือไม่”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการอภิปราย นพ.ชลน่าน หยอก พล.อ.ประยุทธ์ กลางสภาฯ ว่า “เห็นนายกฯ ยิ้มผมมีความสุขครับ”

นพ.ชลน่านกล่าวว่า การตรวจสอบนโยบายเร่งด่วน 12 ด้านที่รัฐบาลแถลงต่อสภาฯ พบว่า คล้ายกับนโยบายรัฐบาล คสช.และแถลงนโยบายฯ โดยไม่บอกแหล่งที่มาของงบประมาณที่จะใช้ในการทำนโยบาย เช่น โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่บอกวงเงินที่ใช้และแหล่งที่มาของงบฯ เท่ากับไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 162

นพ.ชลน่านกล่าวอีกว่า เสนอแนะ 4 ข้อ 1.ขอให้ยึดมั่นในสถาบันอย่างจริงใจ ไม่นำมาแอบอ้างประโยชน์ทางการเมือง 2.กลับมายึดกฎหมายตามหลักนิติธรรมอย่างเสมอภาค 3.ต้องไม่กลับไปใช้อำนาจเดิมปกครอง และ 4.ปรับปรุงแก้ไขให้เป็นที่ยอมรับนับถือและให้ประชาชนเชื่อมั่นใจตัวท่าน

ยื่น 2 ทางเลือกให้นายกฯ คือ ลาออก จะเข้ากระบวนการถวายสัตย์ใหม่ แต่ยุ่งยากที่จะต้องเลือกนายกฯ ใหม่ ต้องรีบทำรีบแก้ไข เพราะบ้านเมืองจะไปไม่ไหวแล้ว กับต้องสร้างความศรัทธาขึ้นมาใหม่
กลับขึ้นด้านบน