เปิดใจ "พระจิตอาสา" ลงเรือ "ให้ของ-ให้พร" ผู้ประสบภัยน้ำท่วม

เปิดใจ "พระจิตอาสา" ลงเรือ "ให้ของ-ให้พร" ผู้ประสบภัยน้ำท่วม

เปิดใจ "พระจิตอาสา" ลงเรือ "ให้ของ-ให้พร" ผู้ประสบภัยน้ำท่วม

รูปข่าว : เปิดใจ "พระจิตอาสา" ลงเรือ "ให้ของ-ให้พร" ผู้ประสบภัยน้ำท่วม

ไทยพีบีเอสออนไลน์ สัมภาษณ์ "พระมหาณัฐพงศ์ วณฺณโสภโณ" พระจิตอาสา หนึ่งในคณะสมเด็จพระมหาธีราจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม เล่าประสบการณ์ลงพื้นที่ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ด้วยใจมุ่งมั่น แม้ไม่ใช่หน้าที่แต่ยืนยันว่า "พระ-เณร" ไม่ทอดทิ้งญาติโยม

สถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดภาคอีสาน โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี กลายเป็นเหตุการณ์รวมน้ำใจชาวไทยเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ซึ่งไม่ใช่เฉพาะประชาชนทั่วไปที่ร่วมกันช่วยเหลือคนในพื้นที่ แต่พระ เณรก็มีส่วนร่วมลงพื้นที่เพื่อเป็นจิตอาสาในภัยพิบัติครั้งนี้ด้วย

พระมหาณัฐพงศ์ วณฺณโสภโณ วัดสร้อยทอง หนึ่งในจิตอาสาลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย เปิดเผยกับไทยพีบีเอสออนไลน์ว่า สมเด็จพระมหาธีราจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดยานนาวา ในฐานะประธานคณะกรรมการฝ่ายสาธารณะสงเคราะห์ ของมหาเถรสมาคม ได้ชวนไปร่วมลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมและช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วม 

ภาพ : พระมหาณัฐพงศ์ วณฺณโสภโณ

ภาพ : พระมหาณัฐพงศ์ วณฺณโสภโณ


ช่วงแรกนึกสนุก และชอบถ่ายภาพ ก่อนนี้ไม่เคยถ่ายรูปน้ำท่วมมาก่อน ตอนแรกคิดว่าอาจจะสนุกกับการลงพื้นที่ แต่พอเห็นวิถีชีวิตของชาวบ้านจริงๆ ความรู้สึกก็เปลี่ยนไป

เห็นวิถีชีวิตของชาวบ้านจริงๆ ความรู้สึกกลายเป็นสงสาร คนปกติที่ต้องอยู่ในบ้านหรือบนบ้านได้อย่างเดียว แต่ละวันต้องรอคนมาแจกของ โทรศัพท์แบตหมด ไฟตัดต้องจุดเทียน รวมถึงต้องขับถ่ายลงถุงพลาสติก หดหู่มาก 

ในส่วนของคณะสงฆ์ที่ลงพื้นที่พร้อมกับสมเด็จพระมหาธีราจารย์ จะมีพระสงฆ์ในพื้นที่ทำการสำรวจหาพื้นที่ที่เดือดร้อนหนักก่อน โดยครั้งแรกได้มีโอกาสลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ในพื้นที่ที่มีน้ำท่วมสูง น้ำไหลแรง ประชาชนออกมาไม่ได้ โดยการเข้าไปช่วยนอกจากมอบสิ่งของจำเป็นและอาหารแล้ว สมเด็จพระมหาธีราจารย์ และคณะสงฆ์ยังได้มีการพูดคุยซักถามความเป็นอยู่ และให้พร เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้ประสบภัยอีกด้วย

ภาพ : พระมหาณัฐพงศ์ วณฺณโสภโณ

ภาพ : พระมหาณัฐพงศ์ วณฺณโสภโณ


ก่อนหน้านี้ ในส่วนของพระสงฆ์และสามเณรในเกือบทุกจังหวัดที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วม ได้มีการตั้งโรงทานเพื่อทำอาหาร และเป็นพื้นที่รับบริจาคสิ่งของช่วยผู้ประสบภัย นำโดยเจ้าคณะจังหวัดอยู่ก่อนแล้ว  แต่หลังจาก สมเด็จพระมหาธีราจารย์ นำคณะสงฆ์ลงพื้นที่ และเริ่มมีการนำเสนอข่าวพระสงฆ์ลงพื้นที่ช่วยเหลือน้ำท่วม ก็ทำให้พระสงฆ์ในจังหวัดอื่นๆ เริ่มออกมาลงพื้นที่เข้าช่วยเหลือประชาชนเพิ่มมากขึ้น

 "พระ-เณร" ไม่ทอดทิ้งญาติโยม

ภาพ : พระมหาณัฐพงศ์ วณฺณโสภโณ

ภาพ : พระมหาณัฐพงศ์ วณฺณโสภโณ


หลังจากน้ำใน จ.ร้อยเอ็ด ลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่มวลน้ำไหลลงสู่แม่น้ำชี และเข้าท่วม จ.อุบลราชธานี คณะสงฆ์และพระมหาณัฐพงศ์ วณฺณโสภโณ ลงพื้นที่อีกครั้ง ในวันที่ 11 ก.ย. โดยเข้าช่วยเหลือพื้นที่ ต.ไร่ใต้ อ.พิบูลมังสาหาร ซึ่งเป็นตำบลที่มีพื้นที่ต่ำ จึงทำให้น้ำท่วมสูงถึงชั้น 2 ของบ้าน คณะสงฆ์ต้องขึ้นรถไปทางอ้อมเพื่อเข้าพื้นที่ระยะทาง 11 กิโลเมตร เพราะเส้นทางถูกตัดขาด ก่อนจะเปลี่ยนไปขึ้นเรือเพื่อเข้าสู่พื้นที่ 

ภาพ : พระมหาณัฐพงศ์ วณฺณโสภโณ

ภาพ : พระมหาณัฐพงศ์ วณฺณโสภโณ

ขณะที่นั่งเรือไป ไม่สามารถรู้ได้เลยว่า พื้นที่ที่เรือผ่านเป็นคันนา ถนน กำแพงบ้าน หรือกำแพงวัด เพราะน้ำท่วมสูงมา ชาวบ้านคนหนึ่งเล่าว่า น้ำท่วมครั้งนี้หนักสุดในรอบ 20 ปี
ภาพ : พระมหาณัฐพงศ์ วณฺณโสภโณ

ภาพ : พระมหาณัฐพงศ์ วณฺณโสภโณ


ฟังเขาเล่า น้ำมาเร็วมากจนหนีไม่ทัน แค่คืนเดียวก็ท่วมถึงหลังคา หลายคนไม่ทิ้งบ้าน เลือกที่จะอยู่เพราะห่วงทรัพย์สินและคิดว่าสะดวกสบายกว่าไปที่ศูนย์พักพิงซึ่งก็เข้าใจได้ แต่อีกหลายคนที่น้ำท่วมจนถึงหลังคาก็ต้องอพยพหนีน้ำไปอยู่ด้านนอก โดยเฉพาะผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยติดเตียง เป็ด ไก่ ก็ถูกช่วยให้ขึ้นไปอยู่บนหลังคา วัว ควายก็มีคนช่วยพาขึ้นไปผูกไว้ที่สูง 

ภาพ : พระมหาณัฐพงศ์ วณฺณโสภโณ

ภาพ : พระมหาณัฐพงศ์ วณฺณโสภโณ

ก่อนนี้มีกู้ภัยและนายอำเภอเข้าไปแจกของบ้าง แต่หลายคนก็ยังรอความช่วยเหลือ บางคนเริ่มขาดน้ำสะอาด และกำลังใจ คณะสงฆ์ลงพื้นที่ไปให้ความช่วยเหลือ ถามว่าเป็นหน้าที่พระไหม ก็ตอบได้ว่า ไม่ใช่ แต่พระเป็นผู้นำจิตวิญญาณของประชาชน ไปให้ของและให้พร เพื่อให้กำลังใจให้รู้ว่า พระเณรไม่ทอดทิ้งญาติโยม  
ภาพ : พระมหาณัฐพงศ์ วณฺณโสภโณ

ภาพ : พระมหาณัฐพงศ์ วณฺณโสภโณ

 

ภาพ : พระมหาณัฐพงศ์ วณฺณโสภโณ

ภาพ : พระมหาณัฐพงศ์ วณฺณโสภโณ

 

กลับขึ้นด้านบน