ปรับค่านิยมผิวสีในเอเชีย เมื่อผลวิจัย ม.ฮาร์เวิร์ด ชี้คนผิวดำมีโอกาสดูเด็กกว่าคนผิวขาวถึง 2 เท่า

ปรับค่านิยมผิวสีในเอเชีย เมื่อผลวิจัย ม.ฮาร์เวิร์ด ชี้คนผิวดำมีโอกาสดูเด็กกว่าคนผิวขาวถึง 2 เท่า

ปรับค่านิยมผิวสีในเอเชีย เมื่อผลวิจัย ม.ฮาร์เวิร์ด ชี้คนผิวดำมีโอกาสดูเด็กกว่าคนผิวขาวถึง 2 เท่า

รูปข่าว : ปรับค่านิยมผิวสีในเอเชีย เมื่อผลวิจัย ม.ฮาร์เวิร์ด ชี้คนผิวดำมีโอกาสดูเด็กกว่าคนผิวขาวถึง 2 เท่า

ปรับค่านิยมผิวสีในเอเชีย เมื่อผลวิจัย ม.ฮาร์เวิร์ด ชี้คนผิวดำมีโอกาสดูเด็กกว่าคนผิวขาวถึง 2 เท่า ผลวิจัยที่พบว่าคนผิวดำมีโอกาสจะดูเยาว์วัยมากกว่าคนผิวขาวถึง 2 เท่า ถือเป็นการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ที่ช่วยปรับเปลี่ยนค่านิยมการมีผิวขาว ซึ่งเป็นค่านิยมที่พบอย่างแพร่หลายในหลายประเทศของเอเชีย

ความลับความอ่อนเยาว์ของบรรดาคนดังผู้มีเชื้อสายแอฟริกัน-อเมริกัน ได้รับการเปิดเผยจากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยฮาเวิร์ด ที่พบว่าคนผิวดำ 1 ใน 10 มียีนที่ช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์โดยธรรมชาติ ซึ่งพบบ่อยกว่าในยีนของคนผิวขาวถึง 2 เท่า เห็นได้จากนักแสดงแถวหน้าของฮอลลีวูด เช่น ฮัลลี เบอร์รี นักแสดงสาวที่แม้จะอยู่ในวัย 48 ปี แล้ว ยังคงมีรูปร่างหน้าตาไม่ต่างจากสมัยที่รับบทสาวบอนด์ในหนัง Die Another Day เมื่อ 13 ปีที่แล้ว หรือความงามที่ไม่เสื่อมคลายของอิมาน ซูเปอร์โมเดลวัย 59 ปีที่ยังคงรักษาผิวพรรณและรูปร่างไม่ต่างจากสมัยสาวๆ

อเล็กซา คิมบอลล์ ศาสตราจารย์ด้านผิวหนังวิทยาของมหาวิทยาลัยฮาเวิร์ด กล่าวว่าแต่เดิมเรามักเชื่อว่าผิวหนังของคนแอฟริกันมีคุณสมบัติปกป้องแสงแดดเท่านั้น แต่การสำรวจยีนของกลุ่มตัวอย่างนับล้านคน พบว่าความอ่อนเยาว์ของคนผิวดำมาจากการมียีนที่ชลอความชราจนหลายคนดูอ่อนเยาว์กว่าอายุจริงถึง 10 ปี ซึ่งยีนจะทำหน้าที่ซ่อมแซมเซลล์และปกป้องผิวจากการถูกทำลายโดยสภาพแวดล้อมต่างๆ

ผลการวิจัยนอกจากจะเป็นที่พูดถึงในโลกตะวันตกแล้ว ยังสร้างข้อถกเถียงในหลายชาติของเอเชียจากค่านิยมการยกให้ผิวขาวเป็นตัวแทนของความงาม โดยในจีนมีชาวเน็ตเข้าไปอ่านบทความเกี่ยวกับการวิจัยทางเว็บไซต์ Weibo กว่า 4 ล้านครั้ง และมีการแสดงความเห็นนับพันข้อความ ทั้งคนที่มองว่าเป็นผลวิจัยที่ทำให้คนผิวเข้มมั่นใจในตนเองมากขึ้น และความเห็นที่มองว่าอย่างไรเสียคนผิวขาวก็ยังเป็นที่ชื่นชอบในเมืองจีนมากกว่า

ค่านิยมการมองผิวขาวเป็นตัวแทนความงามมีอยู่ในจีนมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยตำรายาจีนมีข้อแนะนำเรื่องสูตรปรุงยาเพื่อเร่งให้ผิวขาวมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิง โดยปัจจุบันสาวชาวจีนมีวิธีการในการปกป้องผิวมากมาย รวมถึงการสวมบอดี้สูทระหว่างเที่ยวทะเลเพื่อป้องกันผิวไหม้เกรียมอีกด้วย

ความหลงใหลในผิวขาวเป็นไปอย่างสูงในอินเดีย เมื่อผลสำรวจพบว่าปีที่แล้วชาวอินเดียใช้ครีมไวเทนนิ่งรวมกันกว่า 233 ตัน คิดเป็นมูลค่าเงินมากกว่าการซื้อน้ำอัดลมตลอดทั้งปีเสียอีก กระแสดังกล่าวยังเห็นได้ในวงการภาพยนตร์บอลลีวูด จากความโด่งดังของเอมี แจ็คสัน นางแบบสาวโนเนมในอังกฤษ ที่กลายเป็นซูเปอร์สตาร์หนังอินเดียเพียงข้ามคืน หลังวงการหนังบอลลีวูดต้องการดาราสาวที่มีผิวขาวกว่าชาวอินเดียทั่วไป จนเป็นที่มาของความนิยมต่อนางเอกต่างชาติหรือลูกครึ่งที่มีผิวขาวกว่าดาราอินเดียจริงๆ

เพื่อทานกระแสคลั่งไคล้ผิวขาว นันธิดา ดาส นักแสดงสาวชาวอินเดียได้ก่อตั้งโครงการ Dark is Beautiful campaign เพื่อให้ชาวอินเดียเลิกตัดสินความงามจากภายนอก ส่วนดาราสาวเอ็มมา ธอมป์สัน ได้ก่อตั้งกลุ่ม British Anti-Cosmetic Surgery League ที่ต่อต้านกระบวนการศัลยกรรมพลาสติก ที่เป็นการสร้างความงามที่ไม่สะท้อนความเป็นตัวตนที่แท้จริง โดยมีคนดังอย่างเคท วินสเล็ท และราเชล ไวส์ ร่วมรณรงค์อีกด้วย


กลับขึ้นด้านบน