ประธานสภาผู้แทนราษฎรชี้ผู้นำสหรัฐฯ “ปกปิดหลักฐาน”

ประธานสภาผู้แทนราษฎรชี้ผู้นำสหรัฐฯ “ปกปิดหลักฐาน”

ประธานสภาผู้แทนราษฎรชี้ผู้นำสหรัฐฯ “ปกปิดหลักฐาน”

รูปข่าว : ประธานสภาผู้แทนราษฎรชี้ผู้นำสหรัฐฯ “ปกปิดหลักฐาน”

สื่อสหรัฐอเมริกาเปิดเผยว่า ผู้เปิดโปงพฤติกรรมไม่เหมาะสมของผู้นำสหรัฐฯ เป็นเจ้าหน้าที่ซีไอเอที่เคยปฏิบัติงานในทำเนียบขาว ขณะที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ระบุว่าผู้นำสหรัฐฯ พยายามปกปิดหลักฐาน

เมื่อวันที่ 26 ก.ย.2562 แนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวหาโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ว่า พยายามปกปิดหลักฐานบทสนทนาทางโทรศัพท์กับโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน เมื่อวันที่ 25 ก.ค.ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ยังระบุว่า กระบวนการไต่สวนเพื่อถอดถอนประธานาธิบดี ของสภาผู้แทนราษฎรจะมุ่งเน้นไปยังยูเครนเป็นหลัก และจะพิจารณาพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายการใช้อำนาจโดยมิชอบของผู้นำสหรัฐฯ ในภายหลัง

แนนซี เพโลซี (ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐอเมริกา)

แนนซี เพโลซี (ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐอเมริกา)


ขณะที่หนังสือพิมพ์นิวยอร์ก ไทมส์ และสำนักข่าวรอยเตอร์ส เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ผู้เปิดโปงพฤติกรรมไม่เหมาะสมของผู้นำสหรัฐฯ เป็นเจ้าหน้าที่สำนักข่าวกรองกลาง หรือ CIA ที่เคยปฏิบัติงานอยู่ภายในทำเนียบขาว

 

ด้านทนายความของเจ้าหน้าที่คนดังกล่าว ยังไม่ยืนยันตัวตนและอาชีพของลูกความ นอกจากนี้ยังให้เหตุผลว่าการเปิดเผยรายละเอียดจะยิ่งทำให้ลูกความตกอยู่ในอันตราย ทั้งในด้านชีวิตส่วนตัวและอาชีพการงาน


ขณะที่อดัม ชิฟฟ์ ประธานคณะกรรมาธิการด้านข่าวกรองของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ระบุว่า ข้อร้องเรียนของเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวเปิดโปงพฤติกรรมไม่เหมาะสมหลายอย่างของผู้นำสหรัฐฯ และเจ้าหน้าที่คนอื่นในรัฐบาล

อดัม ชิฟฟ์ (ประธานคณะกรรมาธิการด้านข่าวกรองของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐอเมริกา)

อดัม ชิฟฟ์ (ประธานคณะกรรมาธิการด้านข่าวกรองของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐอเมริกา)

 

ด้านโจเซฟ แมคไกวร์ รักษาการผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐฯ ยืนยันต่อคณะกรรมาธิการด้านข่าวกรองว่าไม่ได้รับคำสั่งจากทำเนียบขาวให้ปกปิดข้อร้องเรียนต่อสภาคองเกรสนานหลายสัปดาห์

โจเซฟ แมคไกวร์ (รักษาการผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐอเมริกา)

โจเซฟ แมคไกวร์ (รักษาการผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐอเมริกา)

 

หลังจากคณะกรรมาธิการด้านข่าวกรอง เผยแพร่ข้อร้องเรียน ในกรณีที่ผู้นำสหรัฐฯ กระทำการเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง และเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวเคลื่อนย้ายหลักฐานไปยังระบบอิเล็กทรอนิกส์อีกระบบ

 

ผู้นำยูเครนพบ "ทรัมป์" ยันไม่ถูกบีบสอบสวน "โจ ไบเดน"

กลับขึ้นด้านบน