ต้อนรับ "ร.ล.ประจวบคีรีขันธ์" เสริมเขี้ยวเล็บทางเรือ

ต้อนรับ "ร.ล.ประจวบคีรีขันธ์" เสริมเขี้ยวเล็บทางเรือ

ต้อนรับ "ร.ล.ประจวบคีรีขันธ์" เสริมเขี้ยวเล็บทางเรือ

รูปข่าว : ต้อนรับ "ร.ล.ประจวบคีรีขันธ์" เสริมเขี้ยวเล็บทางเรือ

กองทัพเรือ น้อมนำแนวพระราชดำริพึ่งพาตนเองใช้เวลา 4 ปี ต่อเรือหลวงประจวบคีรีขันธ์ขึ้นใช้เองเป็นผลสำเร็จ พร้อมเข้าประจำการกองเรือตรวจอ่าว รองรับภารกิจรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล และรับมือสถานการณ์โลกที่ซับซ้อน

วันนี้ (27 ก.ย.2562) กองทัพเรือจัดพิธีรับมอบเรือหลวงประจวบคีรีขันธ์ ณ ท่าเรือแหลมเทียน การท่าเรือสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยพลเรือเอก ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธาน พร้อมกล่าวว่า ถือเป็นอีกหน้าประวัติศาสตร์ของกองทัพเรือที่มีเรือลำใหม่จากการจัดสร้างโดยคนไทย 100 เปอร์เซ็นต์ ตามรอยเบื้องพระยุคลบาทในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงวางรากฐานตั้งแต่เรือ ต.91 พร้อมย้ำวิสัยทัศน์กองทัพเรือที่เน้นพัฒนาคน เพื่อรับมือสถานการณ์โลกที่ซับซ้อนและรองรับภารกิจใหม่ในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล

เรือในกองทัพเรือมีเรือหลายประเภทหลายลำ แต่เรือเป็นเพียงเครื่องมือประการหนึ่ง คนต่างหากที่สำคัญกว่า คนต้องเก่งก่อนต้องมีความรู้ความสามารถจึงจะใช้อย่างมีคุณภาพ วันเริ่มต้นของการใช้เรือเริ่มจากศูนย์ เช่นเดียวกับเกียรติยศไม่ได้มีมาแต่ชาติกำเนิด แต่เกิดจากการกระทำ จะได้เกียรติหรือไม่ควรจะช่วยกันคนละไม้คนละมือ" 

ทั้งนี้ การสร้างเรือหลวงประจวบคีรีขันธ์ เป็นโครงการที่กองทัพเรือขออนุมัติกระทรวงกลาโหมเพื่อดำเนินการต่อเรือจากแบบที่กองทัพเรือมีใช้ราชการ ด้วยการน้อมนำและยึดถือการพึ่งพาตนเองตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 

เรือหลวงประจวบคีรีขันธ์ จัดสร้างที่อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช จังหวัดชลบุรี ใช้เวลาสร้าง 4 ปี ระหว่างปีงบประมาณ 2558-2561 ภายใต้งบประมาณทั้งสิ้น 5,500 ล้านบาท โดยใช้แบบเรือจากประเทศอังกฤษ และต่อยอดจากเรือหลวงกระบี่ ซึ่งเป็นเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งลำแรกที่กองทัพเรือจัดสร้างได้เองและเข้าประจำการเมื่อปี 2556 โดยได้เพิ่มพื้นที่ดาดฟ้าบิน รวมทั้งอาวุธปล่อยนำวิถี และเรดาร์ตรวจจับให้มีความเหมาะสมต่อการใช้งานมากยิ่งขึ้น

 

เรือหลวงประจวบคีรีขันธ์ มีขนาดระวางขับน้ำ 1,960 ตัน ระยะปฏิบัติการ 3,500 ไมล์ทะเล ปฏิบัติภารกิจต่อเนื่องในทะเล 14 วัน โดยไม่ต้องส่งกำลังบำรุง มีขีดความสามารถตรวจการณ์ทั้งกลางวันและกลางคืน รวมทั้งป้องกันทางอากาศระยะประชิด และนับเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนากำลังรบตามยุทธศาสตร์กองทัพเรือ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถของกองทัพเรือในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล การรักษากฎหมายในทะเล และการปฏิบัติการรบผิวน้ำ รวมทั้งการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเล และสนับสนุนการปฏิบัติการทางเรืออื่นๆ โดยมี นาวาโท วีรุตม์ ฉายะจินดา เป็นผู้บังคับการเรือ พร้อมด้วยกำลังพลประจำเรือ จำนวน 95 นาย

 

 นาวาโทวีรุตม์ ฉายะจินดา ผบ.ร.ล.ประจวบคีรีขันธ์

นาวาโทวีรุตม์ ฉายะจินดา ผบ.ร.ล.ประจวบคีรีขันธ์

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน