แจ้ง 3 ข้อหา ร.ต.อ.ชักปืนขู่ "อส.ตร.- รอง สวป." ขณะขอตรวจค้นอ้างทำรถเสียหาย

แจ้ง 3 ข้อหา ร.ต.อ.ชักปืนขู่ "อส.ตร.- รอง สวป." ขณะขอตรวจค้นอ้างทำรถเสียหาย

แจ้ง 3 ข้อหา ร.ต.อ.ชักปืนขู่ "อส.ตร.- รอง สวป." ขณะขอตรวจค้นอ้างทำรถเสียหาย

รูปข่าว : แจ้ง 3 ข้อหา ร.ต.อ.ชักปืนขู่ "อส.ตร.- รอง สวป." ขณะขอตรวจค้นอ้างทำรถเสียหาย

รองโฆษก ตร. ระบุ ผลตรวจสอบ ร.ต.อ.ชักปืนขู่ อส.ตร. พร้อมตำรวจ ขณะตั้งด่าน หากผิดให้ดำเนินคดีทั้งวินัย-อาญา เบื้องต้นถูกแจ้งความ 3 ข้อหา

วันนี้ (28 ก.ย.2562) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร.เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีมีคลิปเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยศ ร.ต.อ.ชักปืนขู่ อส.ตร.โดยอ้างว่าทำรถของตนเสียหาย ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด สภ.สำโรงใต้ จ.สมุทรปราการ โดยเหตุเกิดที่ ถ.พุทธรักษา ต.แพรกษา อ.เมืองสมุทรปราการ ในพื้นที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ ว่าได้รับรายงานจาก ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ ว่าจากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่า

 

เมื่อวันที่ 27 ก.ย.2562 เวลาประมาณ 02.30 น. ร.ต.อ.สมพร ปาเส รอง สวป.สภ.เมืองสมุทรปราการ กับพวกพร้อมด้วยอาสาสมัครได้ตั้งจุดตรวจจุดสกัด เพื่อป้องกันเหตุอยู่บริเวณถนนพุทธรักษา หน้าจุดบริการประชาชน ต.แพรกษา ได้มี ร.ต.อ.สมยศ ไกรกิจธนโรจน์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.สำโรงใต้ ซึ่งแต่งกายนอกเครื่องแบบ ขับขี่รถยนต์ ทะเบียน ฎฉ-1160 กทม. ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการเรียกให้หยุดเนื่องจากใต้ท้องรถมีกรวยยางติดอยู่ ทำให้ ร.ต.อ.สมยศ ไม่พอใจ จึงได้ลงมาจากรถ ต่อว่า ร.ต.อ.สมพร และอาสาสมัครด้วยถ้อยคำหยาบคาย พร้อมนำอาวุธปืนออกมาขู่ ร.ต.อ.สมพร กับพวก จึงได้ห้ามปราม ร.ต.อ.สมยศ จึงหยุดและกลับไป 

หลังเกิดเหตุ ร.ต.อ.สมพร ได้เดินทางไปยัง สภ.เมืองสมุทรปราการ และได้ร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับ ร.ต.อ.สมยศ ซึ่งทางพนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์ไว้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ต่อมาเวลา 21.00 น.ของวันเดียวกัน ร.ต.อ.สมยศ ได้เข้าพบ พงส.เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ในข้อหาทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัว หรือความตกใจโดยการขู่เข็ญ , ดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่หรือได้เพราะกระทำการตามหน้าที่ ,พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุสมควร

ขณะนี้อยู่ระหว่างต้นสังกัดที่เกี่ยวข้องดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ตามระเบียบ หากการตรวจสอบพบว่ามีความผิดจริง จะมีการเอาผิดทั้งวินัยและถูกดำเนินคดีอาญาตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป

รอง โฆษก ตร.กล่าวต่ออีกว่า ขณะนี้ผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ก่อเหตุ ได้สั่งการให้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่เกี่ยวข้องแล้ว โดยจะดำเนินการทั้งทางอาญาและวินัยอย่างเด็ดขาด ไม่มีการให้ความช่วยเหลือพิจารณาตามข้อเท็จจริงพยานหลักฐานที่ปรากฎ

ที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้กำชับและมีข้อสั่งการไปยังกองบัญชาการทุกภาคส่วน ผู้บังคับการ ผู้กำกับ หัวหน้าหน่วยในทุกต้นสังกัดทุกพื้นที่ให้มีการควบคุม ดูแลความประพฤติและวินัยข้าราชการตำรวจ ทั้งเวลาราชการและนอกเวลาราชการ ตามคำสั่งที่ 1212/2537 ในการกวดขัน กำกับ ดูแล สอดส่องความประพฤติและพฤติกรรมของข้าราชการตำรวจภายใต้การปกครองบังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายระมัดระวังกิริยามารยาท ในการแสดงออกและขอเตือนเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนาย อย่าลุแก่อำนาจที่ตนมี

หากพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีความพฤตินอกรีต ไปเรียกรับเงินทอง เรียกรับผลประโยชน์อื่นใด หรือแม้กระทั่งใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ โดยให้ดำเนินการตรวจสอบกระทำด้วยความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งหากผลการตรวจสอบพบว่าได้กระทำผิดจริงให้ดำเนินทางวินัยและอาญา อย่างเด็ดขาด 

ที่ผ่านมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีการลงทัณฑ์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่กระทำในลักษณะนี้ทั้ง ไล่ออก ปลดออก ให้ออก หากความผิดปรากฎชัดเจน ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศมาโดยตลอด ไม่ปล่อยไว้ให้เป็นเยี่ยงอย่าง เสื่อมเสียชื่อเสียงขององค์กรและเสียกำลังใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติดี

 

 

กลับขึ้นด้านบน