โซเชียลแชร์ภาพ รถเข็นถูกทิ้ง เหตุระบบล่ม คนแห่ใช้ "ชิมช้อปใช้"

โซเชียลแชร์ภาพ รถเข็นถูกทิ้ง เหตุระบบล่ม คนแห่ใช้ "ชิมช้อปใช้"

โซเชียลแชร์ภาพ รถเข็นถูกทิ้ง เหตุระบบล่ม คนแห่ใช้ "ชิมช้อปใช้"

รูปข่าว : โซเชียลแชร์ภาพ รถเข็นถูกทิ้ง เหตุระบบล่ม คนแห่ใช้ "ชิมช้อปใช้"

โซเชียลแชร์ภาพรถเข็นถูกทิ้งไว้ในห้างสรรพสินค้าจำนวนมาก หลังคนแห่ใช้ "ชิม ช้อป ใช้" พนักงานต้องตามเก็บสินค้าคืนชั้นวาง ขณะที่การลงทะเบียน วันที่ 30 ก.ย. ยังคึกคัก ครบ 1 ล้านคนตั้งแต่ 03.06 น.

เมื่อวันที่ (29 ก.ย.62) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Pratchaya Phornputtarat โพสต์ภาพและข้อความ เหตุการณ์หลังจากระบบชิมช้อปใช้ กรุณาเตรียมเงินสดให้พร้อม พร้อมกับเผยภาพรถเข็นที่มีสินค้าอยู่เต็มคันถูกทิ้งไว้ในห้างสรรพสินค้าจำนวนมาก

 

เช่นเดียวกับเพจเฟซบุ๊ก กูแชร์ เผยภาพรถเข็นที่ถูกจอดทิ้งไว้จำนวนมาก ระบุข้อความว่า วันนี้ชิมช้อปใช้ระบบล่ม ทำให้ผู้ที่ต้องการใช้สิทธิ์วางของทิ้งไว้เป็นจำนวนมาก ลำบากพนักงานต้องมานั่งเก็บทีหลังอีกด้วย ขณะที่มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำวนมาก และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหา  

 

 

ระบบไม่ได้ล่ม

ขณะที่ วันนี้ (30 ก.ย.) ธนาคารกรุงไทย ชี้แจงกรณีที่มีการแชร์ข่าวในโซเชียลมีเดีย ว่า ระบบ "ชิมช้อปใช้" ล่ม ทำให้ประชาชนทิ้งรถเข็นที่มีสินค้าในห้างสรรพสินค้า เทสโก้โลตัส เมื่อวันที่ 29 ก.ย.ที่ผ่านมานั้น

ธนาคารขอยืนยันว่า เมื่อวันที่ 29 ก.ย.ที่ผ่านมาแอปฯ ชิมชอปใช้ ทั้งเป๋าตังและถุงเงิน ไม่ได้ล่มตามที่ปรากฏเป็นข่าว แต่ปัญหาที่เกิดความไม่สะดวกในห้างดังกล่าว เป็นเพราะการบริหารจัดการของห้างเอง

ทั้งนี้ ตามเงื่อนไขการลงทะเบียนร้านค้าถุงเงิน 1 ร้านค้าขนาดใหญ่ ธนาคารกำหนดให้สามารถเข้าใช้งานพร้อมกันได้ 20 จุด ใน 1 จังหวัด ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้เงินกระจายไปสู่เศรษฐกิจฐานราก ให้ร้านค้าชุมชนได้ประโยชน์สูงสุด สำหรับห้างเทสโกโลตัส ได้ลงทะเบียนที่กรุงเทพฯ และให้สาขาจำนวนมากถึง 20 สาขา ทำให้ห้างเทสโก้โลตัสแต่ละสาขา มีจุดรับชำระเงินเพียง 1 จุด ซึ่งไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน ในบางสาขา

อย่างไรก็ตาม เจตนารมณ์ของรัฐบาลที่ออกมาตรการชิมช้อปใช้ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับฐานราก เพื่อให้เงินได้หมุนไปสู่ชุมชน ประชาชนในจังหวัดต่างๆได้ประโยชน์อย่างแท้จริงจึงขอความร่วมมือให้ประชาชนที่ได้รับสิทธิ์จากมาตรการนี้ เดินทางไปท่องเที่ยวและใช้จ่ายตามจังหวัดต่าง ซึ่งมีสิ่งดีๆให้ได้สัมผัสมากมาย

"คลัง" แจงเหตุเงินไม่เข้าแอปฯ ชิมช้อปใช้

ด้าน กระทรวงการคลัง ชี้แจงกรณีที่โซเชียลมีเดีย แชร์ข้อความว่า ไม่สามารถจ่ายเงินผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังในโครงการ "ชิมช้อปใช้" ได้ว่า จากการตรวจสอบยืนยันว่าประชาชนส่วนใหญ่สามารถใช้แอปพลิเคชันเป๋าตังและแอปพลิเคชันถุงเงินได้ปกติ ระบบไม่ได้ขัดข้อง

แต่ผู้ที่ใช้งานจะต้องเปิดการระบุสถานที่บนสมาร์ทโฟน (โลเคชัน เซอร์วิส) กับแอปพลิเคชันไว้ด้วย เพื่อให้สามารถตรวจสอบและรับรู้ถึงพิกัดในจังหวัดที่ไปใช้จ่ายจริง เนื่องจากทั้ง 2 ระบบนี้ จะทำงานร่วมกับโลเคชัน เซอร์วิสบนโทรศัพท์ เพื่อยืนยันสถานะร้านค้าและผู้จ่ายเงินว่าไปใช้ตามสิทธิในจังหวัดที่ได้ยืนยันไว้ตั้งแต่แรก ไม่เช่นนั้นจะใช้ชำระสินค้าไม่ได้

ส่วนกรณีที่มีผู้ได้รับสิทธิแล้ว ไม่สามารถยืนยันตัวตน ผ่านการแสดงใบหน้าได้นั้น ขอให้เดินทางไปที่สาขาของ ธนาคารกรุงไทยที่อยู่ใกล้เคียง เพื่อรับบริการจากเจ้าหน้าที่ได้ทันที เพราะบางคนอาจมีใบหน้าแตกต่างจากบัตรประชาชน ทั้งหมดนี้เป็นกระบวนการที่ทำให้เกิดความรอบคอบในการตรวจสอบสิทธิ เพื่อป้องกันการสวมสิทธิในการใช้งาน

นอกจากนี้ กรณีร้านค้าที่รับจ่ายเงินในโครงการชิมช้อปใช้ เมื่อตัดเงินออกจากแอปพลิเคชันเป๋าตังของลูกค้าแล้ว ปรากฎว่าไม่มียอดเงินเข้าแอปพลิเคชันถุงเงินนั้น ขอให้ร้านค้าไม่ต้องตกใจ เพราะเป็นระบบปกติของธนาคารกรุงไทย โดยเมื่อมีการใช้เงิน ยอดจะถูกตัดเข้าบัญชีในอีก 1 วันทำการ (ในวันราชการ)

ดังนั้น หากมีการใช้จ่ายในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ ยอดเงินก็จะเข้าแอปพลิเคชันในวันจันทร์ จึงขอให้ประชาชนที่ใช้สิทธิและร้านค้าใช้จ่ายในมาตรการได้ตามปกติสอบถามข้อมูล ชิมช้อปใช้ Call Center by Krungthai โทร. 02 111-1144

 

เหลือ อีก 2 ล้านสิทธิ์

ขณะที่ การลงทะเบียนในโครงการ "ชิม ช้อป ใช้" วันนี้ (30 ก.ย.) ซึ่งเป็นวันที่ 8 ของการลงทะเบียน มีผู้ลงทะเบียนเต็ม 1,000,000 คนแล้ว ตั้งแต่เวลา 03.06​ น.​ ทำให้มีผู้จองสิทธิ์แล้ว 8 ล้านคน จากโควต้าทั้งหมด 10 ล้านคน 

 

กลับขึ้นด้านบน