ศึกชิงธงชัย..สนามเลือกตั้งซ่อมเขต 5 จ.นครปฐม

ศึกชิงธงชัย..สนามเลือกตั้งซ่อมเขต 5 จ.นครปฐม

ศึกชิงธงชัย..สนามเลือกตั้งซ่อมเขต 5 จ.นครปฐม

รูปข่าว : ศึกชิงธงชัย..สนามเลือกตั้งซ่อมเขต 5 จ.นครปฐม

วันแรกสำหรับการเปิดรับสมัคร ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. แทนตำแหน่งที่วาง ในเขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดนครปฐม ซึ่งนับว่าเป็นศึกเลือกตั้งในสนามแข่งขันที่ชิงธงชัยกัน 3 พรรคใหญ่ และมีพรรคร่วมรัฐบาลลงแข่งกันเองด้วย โดยการสมัครในวันแรกมี 6 พรรคการเมือง

วันนี้ (30 ก.ย.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สนามเลือกตั้งซ่อมเขต 5 นครปฐมเป็นสนามที่น่าจับตาฯ ว่าท้ายที่สุดใครจะเป็นผู้ชนะได้รับความไว้วางใจจากประชาชนในพื้นที่ให้เป็นผู้แทนราษฎรไปทำหน้าที่ในสภาฯ  ซึ่งก็จะส่งผลต่อเสียง ส.ส.พรรครัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านเองด้วย วันที่ 23 ตุลาคมนี้ชี้ขาดผลเลือกตั้ง 

 
สนามเลือกตั้งเขต 5 นครปฐม น่าจับตาฯ เพราะพรรคร่วมรัฐบาลสงผู้สมัครแข่งในสนามเลือกตั้งนี้ถึง 2 พรรคการเมือง ที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าจะเป็นการตัดคะแนนกันเองหรือไม่ นั่นก็คือพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคชาติไทยพัฒนา ซึ่งไม่ถึง1ชั่วโมงก่อนเวลารับสมัคร ก็มีรายงานถึงการเจรจาเรื่องการส่งผู้สมัครระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลเอง โดยนางกัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนายอมรับว่ามีเพียงการพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการผ่านนายวราวุธ ศิลปอาชา

ผู้สมัคร ส.ส.เขต 5 นครปฐม

หมายเลข 1 นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์  ผู้สมัคร ส.ส.จากพรรคชาติไทยพัฒนา เป็นอดีต ส.ส.หลายสมัย หรือเจ้าถิ่นแต่เดิมในเขตเลือกตั้งนี้ ก็ต้องจับตาฯดูค่ะว่า เลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ จะทวงคืนเก้าอี้คืนได้หรือไม่ 

หมายเลข 2  นางสาวสิริขวัญ แย้มมูล พรรคพลังสังคม

หมายเลข 3 นายสุรชัย อนุตธโต  พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นผู้สมัครคนเดิมจากสนามเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา มีคะแนนเป็นอันดับสอง รองจากพรรคอนาคตใหม่

หมายเลข 4 นางลาวัลย์ สิงห์สถิตย์ พรรคเสรีรวมไทย

หมายเลข 5 นางสาวปริมปรางค์ แสงสว่าง พรรคไทยศรีวิไลย์ นักธุรกิจและคนรุ่นใหม่ในพื้นที่

หมายเลข 6 นายไพรัฏฐโชติก์ จันทรขจร พรรคอนาคตใหม่ ซึ่งลงสมัครแทนภรรยา นางจุมพิตา ที่ลาออกด้วยปัญหาสุขภาพ

 
ต้องบอกว่าเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ ไม่มีผลต่อการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ แต่เป็นศึกเลือกตั้งการชิงธงผู้ชนะระหว่างพรรคอนาคตใหม่ และพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงพรรคชาติไทยพัฒนา พรรคที่ได้คะแนนอันดับ 1 2 และอันดับ 4 ในการเลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งผลการเลือกตั้งครั้งนี้ จะส่งผลต่อจำนวน ส.ส.ของรัฐบาลและฝ่ายค้าน


ที่ตอนนี้รัฐบาลมีเสียงในสภา 252 เสียง  แต่ร่วมโหวตได้ 249 เสียง หากไม่รวมเสียงของประธานสภาผู้แทนราษฎรและรองอีกสองคนที่งดออกเสียงตามธรรมเนียบปฏิบัติ ส่วนฝ่ายค้านมี 245 เสียง เมื่อหักเสียงของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ศาลสั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว และกรณีศาลจังหวัดขอนแก่นพิพากษาโทษนายนวัธ เตาะเจริญสุข ส่งผลให้เสียงฝ่ายค้านจะเหลือ 243 เสียง 

สำหรับเวลาการหาเสียงแต่ละพรรคการเมืองก็ยังเหลือเวลาอีก 22 วัน ก่อนจะถึงวันเลือกตั้งซ่อมในเขตเลือกตั้งที่ 5 นี้ในวันที่ 23 ตุลาคมนี้ หรือวันหยุดวันปิยมหาราช

กลับขึ้นด้านบน