Hotspot ภาคกลางพุ่งกว่า 300 จุด ติดอันดับ 3 ในเอเชีย

Hotspot ภาคกลางพุ่งกว่า 300 จุด ติดอันดับ 3 ในเอเชีย

Hotspot ภาคกลางพุ่งกว่า 300 จุด ติดอันดับ 3 ในเอเชีย

รูปข่าว : Hotspot ภาคกลางพุ่งกว่า 300 จุด ติดอันดับ 3 ในเอเชีย

ลมสงบ ความกดอากาศสูงทำ กทม.และปริมณฑล ค่าฝุ่น PM 2.5 เกินเกณฑ์มาตรฐาน 33 พื้นที่ ขณะที่ดาวเทียมระบบ VIIRS พบไทยอันดับ 3 จุดความร้อนพุ่ง รองอินโดนีเซีย และจีน ด้านกรมอุตุนิยมวิทยา คาดสัปดาห์นี้ฝนเพิ่มช่วยบรรเทาปัญหาฝุ่นลดลงได้บ้าง

วันนี้(30 ก.ย.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลกลับมาสูงอีกครั้ง จากการรายงานของกรมควบคุมมลพิษหลายเขตในกรุงเทพมหานครและปริมลฑลมีค่าฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐาน ระหว่าง 40 -78 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จากค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เริ่มมีผลกระทบสุขภาพในช่วงเช้ามากถึง 33 สถานี ได้แก่

กรุงเทพมหานคร

เขตปทุมวัน เขตบางขุนเทียน เขตธนบุรี เขตวังทองหลาง เขตดินแดง เขตสัมพันธวงศ์ เขตพญาไท เขตบางรัก เขตสาธร เขตบางคอแหลม เขตยานนาวา เขตจตุจักร เขตคลองสาน เขตบางกอกน้อย เขตภาษีเจริญ เขตคลองเตย เขตบางซื่อ เขตหลักสี่ เขตบางเขน เขตบึงกุ่ม เขตบางพลัด และบริเวณถนนสิรินธร

 

นนทบุรี

อ.บางกรวย อ.ปากเกร็ด 

 

ปทุมธานี

อ.คลองหลวง

 

สมุทรปราการ

อ.พระประแดง อ.เมือง

 

สมุทรสาคร

อ.กระทุ่มแบน และ อ.เมือง

 

นครปฐม

อ.เมือง 

ภาพ : กรมควบคุมมลพิษ

ภาพ : กรมควบคุมมลพิษ

พบจุดความร้อนภาคกลางพุ่งเป็นอันดับ 3 ในเอเชีย

ขณะที่เพจ Smoke Watch แสดงจุดความร้อนจากภาพถ่ายดาวเทียมระบบ VIIRS พบความหนาแน่นของจุดความร้อนที่กระจุกตัวในพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทยจำนวนมาก โดยไต่ระดับขึ้นมาตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย.ที่ผ่านมา จาก 25 จุด เป็น 335 จุดในวันที่ 28 ก.ย.และลดลงเป็น 280 จุดในวันที่ 29 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยจุดความร้อนของไทยเป็นอันดับ 3 รองจากอินโดนีเซีย และจีน  

ภาพ : เฟซบุ๊ก Smoke Watch

ภาพ : เฟซบุ๊ก Smoke Watch

 

กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า สภาพอากาศขณะนี้ช่วงเช้าลมสงบ ความชื้นสูง และเกิดการผกผันกลับของอุณหภูมิ โดยเฉพาะเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ ที่มีรถยนต์จำนวนมาก มีรถจดทะเบียนมากกว่า 10 ล้านคัน ที่ปล่อยควันจากท่อไอเสียโดยเฉพาะรถที่ใช้น้ำมันดีเซลที่เป็นส่วนหนึ่งในการปล่อยฝุ่น PM2.5 ร่วมกับมลพิษอื่นลอยปะปนในอากาศ ปกติแล้วความร้อนจากฝุ่นควันจะลอยออกสู่ชั้นบรรยากาศ แต่ในช่วงเช้ากรุงเทพฯยังคงมีมวลอากาศเย็นหรือความกดอาอาศสูงกำลังอ่อน กดทับจึงเป็นสาเหตุทำให้ฝุ่น PM2.5 เพิ่มขึ้น

ภาพ : เฟซบุ๊ก Smoke Watch

ภาพ : เฟซบุ๊ก Smoke Watch

 

ส่วนฝนที่เป็นหนึ่งในปัจจัยช่วยลดปริมาณฝุ่น PM 2.5 วันนี้คาดการณ์ว่า กรุงเทพฯ จะมีฝนแค่ร้อยละ 10 ของพื้นที่ จึงมีแนวโน้มที่ปริมาณฝุ่นจะยังไม่คลี่คลาย แต่ตั้งแต่วันพรุ่งนี้(1 ต.ค.) ไปตลอดทั้งสัปดาห์คาดการณ์ว่าจะมีฝนเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 20 ของพื้นที่ และเป็นลักษณะฝนฟ้าคะนอง ลมและฝนอาจช่วยพัดพาฝุ่น PM 2.5 ลงได้บ้าง

แต่อีกวิธีที่จะช่วยลดผลกระทบจากฝุ่นละออง PM 2.5 ลงได้ ก็คือการสวมใส่หน้ากากอนามัย N95 ซึ่งล่าสุดนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง รับปากจะหารือถึงแนวทางการปรับลดภาษีหน้ากาก N 95

 

 

กลับขึ้นด้านบน