"เรืองไกร" เตรียมยื่นปธ.สภาฯ ตีกลับร่างกฎหมายงบฯปี 63

"เรืองไกร" เตรียมยื่นปธ.สภาฯ ตีกลับร่างกฎหมายงบฯปี 63

"เรืองไกร" เตรียมยื่นปธ.สภาฯ ตีกลับร่างกฎหมายงบฯปี 63

รูปข่าว : "เรืองไกร" เตรียมยื่นปธ.สภาฯ ตีกลับร่างกฎหมายงบฯปี 63

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เตรียมยื่นประธานสภาผู้แทนราษฎ ทบทวนส่งร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 คืน ครม.อ้างกระบวนการจัดทำขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 140

วันนี้ (2 ต.ค.2562) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ เตรียมยื่นเรื่องร้องต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในวันพฤหัสที่ 3 ต.ค.นี้ เพื่อขอให้พิจารณาส่งคืนร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 คืนกลับไปยัง ครม.เพื่อให้จัดทำใหม่ให้ถูกต้องตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญและกฎหมาย  

ทั้งนี้นายเรืองไกรได้นำหลักฐานที่อ้างอิงถึงแนบมาด้วย พร้อมระบุว่า กรณีที่รัฐบาลมีมติเห็นชอบและเตรียมเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาในวันที่ 17 ต.ค.นั้น ส่อเค้าอาจจะมีปัญหาเรื่องของการจัดทำร่างงบประมาณดังกล่าว ซึ่งได้ตั้งข้อสังเกตว่าไม่ได้ทำตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญและกฎหมายกำหนดไว้หลายประการ เข้าข่ายเป็นการทุจริตเชิงนโยบาย และหากปล่อยให้มีการพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรอาจจะมีปัญหาตามมาภายหลังได้

อ้างอิงตั้งแต่ประเด็นเรื่องขั้นตอนการจัดทำร่างที่มีการเห็นชอบก่อนการแถลงนโยบายของรัฐบาลเสร็จสิ้น เนื่องจากมีหลักฐานชี้ชัดว่าผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ได้ลงนามเพื่อเสนอต่อนายกรัฐมนตรีในวันที่ 25 ก.ค.จากนั้นนายกรัฐมนตรีลงนามเห็นชอบในวันที่ 26 ก.ค. และมีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเสร็จสิ้นในวันที่ 27 ก.ค.เวลา 03.33 น.

และคำของบประมาณตามร่างกฏหมายนั้นไม่ได้ทำขึ้นใหม่หลังการแถลงนโยบาย แต่เป็นการนำคำขอต่อรัฐบาลชุดก่อนที่อนุมัติกรอบงบประมาณไว้เมื่อวันที่ 8 ม.ค.2562 มาทบทวนและปรับปรุงตัวเลขเพียงบางส่วน

ขณะที่พระราชบัญญัติการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติปี 2560 มาตรา 10 กำหนดว่าการจัดทำงบประมาณประจำปีต้องสอดคล้องกับแผนแม่บทด้วย ปรับแผนแม่บทประกาศเมื่อวันที่ 18 เม.ย.2562 จึงเห็นว่าคำของบประมาณของหน่วยงานต่าง ๆ ที่ได้ขอไว้จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ทั้งนี้ร่างกฏหมายงบประมาณดังกล่าว การใช้จ่ายเงินแผ่นดินที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมาตรา 140 ซึ่งการใช้จ่ายเงินแผ่นดินโดยไม่ชอบตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายนั้นเคยมีบรรทัดฐานในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแล้ว หรือคำวินิจฉัยที่ 3-4/2557

 

 

กลับขึ้นด้านบน