"ถาวร" เร่งรัด "การบินไทย" ทำแผนฟื้นฟูใหม่ หลังอาจขาดทุนเพิ่ม

"ถาวร" เร่งรัด "การบินไทย" ทำแผนฟื้นฟูใหม่ หลังอาจขาดทุนเพิ่ม

"ถาวร" เร่งรัด "การบินไทย" ทำแผนฟื้นฟูใหม่ หลังอาจขาดทุนเพิ่ม

รูปข่าว : "ถาวร" เร่งรัด "การบินไทย" ทำแผนฟื้นฟูใหม่ หลังอาจขาดทุนเพิ่ม

รมช.คมนาคม ชี้การบินไทยถึงจุดวิกฤติ ปีนี้มีแนวโน้มขาดทุนพุ่ง 10,000 ล้านบาท พร้อมจี้เร่งทำแผนฟื้นฟูใหม่ หลังการบินไทยเตรียมซื้อเครื่องบินใหม่แข่งกับสายการบินต้นทุนต่ำ

วันนี้ (3 ต.ค.2562) นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ยอมรับว่ามีความกังวลถึงการดำเนินงานของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ว่าจะไม่สามารถดำเนินแผนฟื้นฟูได้ตามเป้าหมาย เนื่องจากที่ผ่านมาคณะทีมบริหารชุดใหม่ทำงานผ่านมา 11-12 เดือนแล้ว แต่ยังพบว่าไม่สามารถเพิ่มรายได้ หรือลดยอดขาดทุนลงได้เลย โดยเฉพาะในปี 2563 ที่มีแนวโน้มที่จะขาดทุนเกิน 10,000 ล้านบาท ภายหลังจากผลดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ พบว่าขาดทุนรวมกันไปแล้วมากกว่า 6,000 ล้านบาท

 

ดังนั้น นอกจากประเมินผลงานของกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (ดีดี) แล้ว คณะกรรมการบริหาร (บอร์ด) ต้องประเมินผลงานของตัวเองด้วย โดยเฉพาะนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ประธานบอร์ดฯ ซึ่งทราบอยู่แล้วว่า การบินไทยมีปัญหาตัวเลขขาดทุนสะสมหลายหมื่นล้านบาท และตัวเลขหนี้ที่มีมากกว่า 140,000 ล้านบาท

วันนี้การบินไทยอยู่ในจุดวิกฤติแล้ว สภาพทางการเงินมันแย่แล้ว ต้องถามประธานบอร์ดว่า ตื่นตัวกับเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน ที่ผ่านมามีการจับเข่าคุยกันอย่างจริงจังหรือไม่ ส่วนการบ้านที่ตนได้เคยมอบหมายไปให้ชี้แจงเรื่องแผนจัดซื้อเครื่องบินใหม ก็ยังไม่มีคำตอบที่เป็นทางการออกมาชัดเจน ผมไม่สามารถปลดใครออกได้ แต่จะเป็นผู้กำกับดูแลให้สายการบินแห่งชาติกลับมาเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศอีกครั้ง

สำหรับแผนการกู้เงินเพิ่มในปี 2563 วงเงิน 50,000 ล้านบาทที่ได้เสนอไปยังกระทรวงการคลัง มองว่า การจะขอกู้เงินหรือขอเพิ่มทุนให้กับกิจการนั้นต้องมีขั้นตอนที่เกี่ยวข้องหลายส่วนทั้งด้านนโยบายและด้านผู้ถือหุ้น อย่างไรก็ตาม ต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ หากเกิดข้อผิดพลาดต้องมีคนรับผิดชอบ 

 

 

ส่วนเรื่องความคืบหน้าการจัดซื้อเครื่องบินใหม่ 38 ลำนั้นขณะนี้ ได้มอบให้การบินไทยกลับไปทบทวนแผนจัดซื้อ เพื่อกลับมารายงานที่กระทรวงคมนาคม แต่การบ้านที่ขณะนี้การบินไทยยังตอบไม่ได้ คือเรื่องการหาแหล่งเงินทุนเพื่อนำมาซื้อเครื่องบินใหม่ มูลค่า 156,000 ล้านบาท เรี่องแผนดำเนินกิจการในระยะยาวหลังจากมีเครื่องบินล็อตแรกส่งมอบ 25 ลำ ตลอดจนเรื่องแผนการทำตลาดเพื่อสู้กับสายการบินต้นทุนต่ำ หรือโลว์คอสต์ แอร์ไลน์ เนื่องจากการบินไทยจะปรับแผนทางธุรกิจ โดยนำเครื่องบินล็อตแรก จำนวน 25 ลำ มาเปิดเส้นทางบินใหม่ 15 เส้นทาง ระยะทางราว 5-6 ชั่วโมง ซึ่งเป็นเส้นทางที่สายการบินต้นทุนต่ำทำการบินและมีฐานลูกค้าอยู่แล้ว

แต่การบินไทยได้ตอบเพียงแต่ว่าจะใช้กลยุทธ์การตลาดแบบสายการบินพรีเมี่ยมงานบริการเหนือระดับ เพื่อช่วงชิงลูกค้าจากสายการบินต้นทุนต่ำ แต่ยังคงไม่มีรายละเอียดอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอัน ดังนั้นในวันที่ 10 ต.ค.นี้ จะนัดหารือกับกลุ่มผู้บริหารระดับสูงการบินไทยทั้งประธานบอร์ด กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ผู้อำนวยการใหญ่สายงานต่างๆ เพื่อพูดคุยถึงปัญหาและศักยภาพทางธุรกิจขององค์กรนำไปสู่การหาทางออกร่วมกันอย่างเข้าอกเข้าใจ

รายงานข่าวกระทรวงคมนาคมระบุว่า การบินไทยได้จัดทำแผนการกู้เงินประจำปี 2563 ให้สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) พิจารณาจำนวน 50,800 ล้านบาท แบ่งเป็น ทุนหมุนเวียนในการดําเนินกิจการทั่วไป วงเงิน 32,000 ล้านบาท และเงินกู้เพื่อเสริมสภาพคล่องวงเงิน 24,800 ล้านบาท โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริหารหนี้สาธารณะที่มี รมว.คลังเป็นประธาน มีมติร่วมกันว่า มีความกังวลต่อปัญหาของการบินไทย ที่กำลังตกอยู่ในสภาพขาดสภาพคล่องและมีเงินสดไม่เพียงพอในการดำเนินงาน ทั้งยังจะมีการก่อหนี้เพิ่มในการซื้อเครื่องบินใหม่ ดังนั้น ที่ประชุมจึงเห็นควรให้ รมว.คมนาคม รับความเห็นของคณะกรรมการฯ ที่เกี่ยวข้องกับการบินไทยไปพิจารณาดําเนินการตามความเหมาะสมต่อไป

 

กลับขึ้นด้านบน