คุยกับอนันดา เรื่องความรักในงานผ้า ที่แม่และแฟนบังเอิญมีไม่ต่างกัน

คุยกับอนันดา เรื่องความรักในงานผ้า ที่แม่และแฟนบังเอิญมีไม่ต่างกัน

คุยกับอนันดา เรื่องความรักในงานผ้า ที่แม่และแฟนบังเอิญมีไม่ต่างกัน

คนรู้ใจของอนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม ทั้งแฟนสาวและคุณแม่ ชอบงานผ้าเหมือนกัน คนหนึ่งเป็นนักออกแบบ อีกคนเป็นนักสะสมผ้าลาว พอออกงานคู่กันครั้งแรก อนันดาและณิชชา จึงควงกันมาเล่าให้ไทยบันเทิงฟัง ว่าเรื่องผ้าๆเชื่อมคนสองวัยได้จริงๆ

รูปข่าว : คุยกับอนันดา เรื่องความรักในงานผ้า ที่แม่และแฟนบังเอิญมีไม่ต่างกัน

ชุดหมีที่ อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม สวมใส่คือชุดผ้าฝ้าย 100 % ที่ ณิชชา ธนาลงกรณ์ แฟนสาวดีไซเนอร์ออกแบบให้ ในงานแฟชั่นโชว์ครบรอบ 5 ปีแบรนด์เสื้อผ้าของเธอ งานนี้สื่อเยอะเพราะออกงานด้วยกันครั้งแรก หลังคบมา 2 ปี พอโดนถามเรื่องส่วนตัวมากกว่าเรื่องแฟชั่น ฝ่ายหญิงก็มีเขินหน่อย แต่เมื่อ ไทยบันเทิง ถามถึงความรักในงานผ้า ณิชชา เล่าสนุก เพราะได้ใกล้ชิดคุณแม่ แก้วสิริ เอเวอร์ริ่งแฮม ด้วยเรื่องผ้าๆนี่แหละ ...แล้ว อนันดา ว่ายังไง เมื่อผู้หญิงใกล้ตัวทั้ง 2 คน ชอบเหมือนกัน

เป็นเรื่องบังเอิญ ที่แม่และแฟนใจตรงกัน

อนันดา : ก็นี่เค้าเป็นดีไซเนอร์ เค้าก็ต้องสนใจผ้าอยู่แล้วฮะ ส่วนแม่ผมเป็นคนสะสมผ้าเก่าผ้าโบราณ ตั้งแต่ก่อนผมเกิดอีก ตัวแม่เองก็เคยออกแบบเสื้อผ้าเช่นเดียวกัน จัดแฟชั่นโชว์อะไรอย่างงี้ มันก็เป็นเรื่องบังเอิญด้วยแหละ เค้าสนใจเรื่องผ้าทั้งคู่ แต่คนละสไตล์ 

ณิชชา : คุณแม่เคยพาไปเปิดกรุที่บ้าน แล้วก็ดึงตัวณัฐไปตั้งแต่เช้าจนถึงเย็นไปอยู่กัน 2 คน เปิดกรุแม่แล้วก็จะไปนั่งคุยกันอยู่ 2 คน อุดหนุนคุณแม่เป็นเรื่องปกติ แบบแม่อยากได้ผ้าอันนั้นอันนี้ เยอะมากพี่ เค้าจะมีผ้าแบบสมัยนั้นสมั้ยนี้ กี่ 10 ปี กี่ 100 ปีที่แล้ว คือเค้าจะมีแบบวาไรตี้ให้เลือก ซึ่งส่วนตัวณัฐชอบพวกโบฮีเมียน ณัฐชอบลายๆ ที่คุณแม่เอามาจากแอฟริกา เรารักในการทำเสื้อผ้าแต่คุณแม่รักในงานผ้า อาจจะเป็นอะไรที่ใกล้ๆกัน มีความสนใจเหมือนกัน

อนันดา : นี่เค้าเป็นคนที่ชอบออกแบบ ดีไซน์ สร้าง แม่ผมจะออกไปทางสะสม สนใจเรื่องประวัติศาสตร์ซะมากกว่า เค้าจะรู้ว่าทอเทคนิคนี้ มีอยู่แค่ในยุคสมัยนี้ ย้อมเทคนิคนี้ มีแค่ชนเผ่านี้เค้าทำกัน

ทั้งคู่เริ่มสะสมผ้าเก่า จากไม่เห็นคุณค่าเป็นต้องแย่งชิง

อนันดา : แต่ก่อน เราโตมากับผ้า เราเห็นผ้าแม่ มันดูแค่เก่าเฉยๆ พูดตรงๆ เลย เรารู้สึกแบบ มันเก่า มองไม่เห็นรายละเอียด ไม่เห็นสตอรี่ที่อยู่ในผ้า จนมาเริ่มโตแล้วพอเข้าใจ พออ่านประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับแต่ละชิ้นเนี่ย เราแบบ เออ มันเจ๋ง และทุกวันนี้เราก็เริ่มสะสมผ้าเอง ผมก็เป็นลูกค้าของแม่ไปเรียบร้อย ทุกครั้งแกจะขายผ้า ก็มีเหยื่ออยู่ 2 รายเนี่ย ก็คือ 2 คนเนี้ย

ณิชชา : แล้วบางทีแย่งกันด้วยนะ แย่งผืนเดียวกัน ผืนที่ตอนนั้นเราชอบกันเป็นสีน้ำเงิน ผ้าลาว

อนันดา : ใช่ ผ้าลาวที่ย้อมครามแต่เป็นผ้าทอ พวกนั้นมันหายากหน่อย เพราะทุกวันนี้หาหมู่บ้านที่เค้าทอเป็นชิ้นๆ ทอละเอียดขนาดนั้น หายากแล้ว

ณิชชา : สุดท้าย ณัฐก็เลยแย่งชิง จ่ายเงินหม่ามี้ก่อน แล้วก็เอาผ้ามาเลย

อนันดา : แม่ผมก็แม่ค้าตัวจริงฮะ ใครจ่ายก่อนก็ได้ไปฮะ

แบรนด์แฟชั่นของณิชชา อิงภูมิปัญญาดั้งเดิม

ณิชชา : คอลเลคชั่นใหม่ได้แรงบันดาลใจจากตึกร้าง แต่มันดูไม่มีชีวิต เลยเอาความเป็น organic มาอยู่ด้วยกัน เป็นคำว่า ธรรมชาติ ผ้าทั้งหมดที่ใช้เป็นเส้นใหญ่ธรรมชาติเกือบ 90 % ทั้งไหม ฝ้าย ลินิน รวมถึงวิธีการย้อมครามด้วย พยายามเอามา adapt ตอนแรกก็เอาผ้ามาย้อมเอง จนถึงจุดหนึ่งที่ต้องทำเยอะๆ จึงเลือกไดเรคชั่นแบบนี้มา แล้วทำด้วยเทคนิคอื่นๆ ปัก ทอ ปริ้น ว่าไป ไปศึกษาที่เชียงใหม่ เป็นหมู่บ้านย้อมครามเลย อย่างชุดที่พี่ ปอย ตรีชฎา ใส่ เป็นลายปริ้นท์ที่เป็นสีน้ำ อันนี้ ณัฐ adapt มาจากวิธีการย้อมคราม

ภาพจาก IG poydtreechada

 

อนันดา ยังพูดไว้ว่า จะไม่ดีต่อแบรนด์ หากเป็นที่รู้จักเพราะแค่เป็นแฟนผม จึงไม่อยากให้หวือหวา แค่มาสนับสนุนผลงานกันและกันตามปกติ แฟชั่นโชว์ครั้งนี้ได้ดาราเบอร์ใหญ่มาเป็นไม้แขวนให้ ทั้ง แมท ภีรนีย์, บี น้ำทิพย์, ซินดี้, นก สินจัย, นุ่น ศิรพันธ์ แต่ดูเหมือนสื่อจะโฟกัสเรื่องความสัมพันธ์เป็นพิเศษ ทำให้ดีไซเนอร์สาววัย 28 ปี ได้พูดถึงสิ่งที่รักพร้อมกันทีเดียวทั้งเรื่องงานและหัวใจ

 

กลับขึ้นด้านบน