มติ 7 พรรคฝ่ายค้านสู้คดี-ฟ้องกลับ

มติ 7 พรรคฝ่ายค้านสู้คดี-ฟ้องกลับ

มติ 7 พรรคฝ่ายค้านสู้คดี-ฟ้องกลับ

รูปข่าว : มติ 7 พรรคฝ่ายค้านสู้คดี-ฟ้องกลับ

ที่ประชุม 7 พรรคการเมืองฝ่ายค้านมีมติจัดทีมกฎหมาย 2 ชุด ต่อสู้คดีหลังหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านและนักวิชาการรวม12คน ถูกฟ้องเอาผิดตามม. 116 และจะฟ้องกลับฐานแจ้งความเท็จ พร้อมชี้ว่า มีการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือทางการเมือง

วันนี้ (4ต.ค.62) พรรคร่วมฝ่ายค้าน 7 พรรค มีมติ 5 ข้อ หลังหารือกรณีพลตรีบุรินทร์ ทองประไพ นายทหารสังกัด กอ.รมน. รับอำนาจจากแม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้่า เข้าแจ้งความดำเนินคดีตาม ม.166 กับหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน 7 พรรคและนักวิชาการรวม12คน ที่ไปร่วมเวที “พลวัตแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ สู่นับหนึ่งรัฐธรรมนูญใหม่”

โดย7พรรคฝ่ายค้านยืนยันเจตนารมณ์เปิดเวทีรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนทั้งเรื่องเศรษฐกิจและการแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไป จะไม่มีการแก้ไขหมวด 1 และ 2 ของรัฐธรรมนูญ จะแจ้งความกลับผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษรวมถึงผู้มอบอำนาจและผู้สั่งการในวันอาทิตย์ที่ 6 ตุลาคมนี้ จัดตั้งคณะทำงานฝ่ายกฎหมายต่อสู้ทางคดี และใช้กลไกของสภาฯ ดูแลเรื่องสิทธิมนุษยชน โดยจะเรียกผู้เกี่ยวข้องมาชี้แจงตามกระบวนการ

นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และที่ปรึกษาด้านกฎหมายพรรคเพื่อไทย ย้ำว่า เวทีเสวนาที่พรรคฝ่ายค้านจัดขึ้นไม่มีมูลเหตุจูงใจใดๆที่จะทำให้เปลี่ยนแปลงกฎหมาย ใช้กำลังประทุษร้าย ปั่นป่วนยุยงประชาชนให้กระด้างกระเดื่อง ไม่เคารพกฎหมาย จึงไม่เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 116 และพบว่าช่วง คสช.มีการฟ้องตามมาตรา 116 จำนวนมาก แต่หลายคดีสั่งไม่ฟ้อง

รศ.ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า พลตรีบุรินทร์ ได้ทำหน้าที่รับอำนาจแจ้งความดำเนินคดีตามมาตรา 116 ตั้งแต่สมัย คสช.จนมาเป็น กอ.รมน.จึงเป็นที่สังเกตว่า ต้องการใช้กฎหมายนี้เพื่อปิดปากประชาชนจนทำให้บุคคลไม่กล้าแสดงความคิดเห็นหรือไม่ พร้อมย้ำว่าเวทีเสวนาเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญตามกระบวนการเท่านั้น จึงสะท้อนถึงความไม่ยุติธรรมเมื่อเปรียบเทียบกับกรณีของนายกรัฐมนตรีที่เข้ายึดอำนาจและกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนแต่กลับไม่ถูกดำเนินการใดๆ

พร้อมย้ำว่า การเชิญนักวิชาการมาร่วมในเวทีเสวนา เพื่อให้ความรู้ทางวิชาการและเปิดจินตนาการใหม่ๆ ซึ่งนักวิชาการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นเท่านั้น ไม่เช่นนั้นต่อไปก็จะไม่มีการพูดคุยกันเรื่องความรู้ใดๆทั้งสิ้น

ทั้งนี้ยืนยันว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืิองกิจ ยังมีกำลังใจที่ดี และเข้าใจสถานการณ์ เพราะนายธนาธร เคยถูกพลตรีบุรินทร์ ร้องทุกข์กล่าวโทษ ในคดีเกี่ยวกับการไลฟ์เฟซบุ๊ก แต่อัยการสั่งไม่ฟ้อง ทั้งนี้ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน จะบรรจุเรื่องนี้เข้าสู่ระเบียบวาระ เนื่องจากมีผู้ร้องเรียนผ่านกรรมาธิการฯจำนวนมากว่าได้รับความเดืิอดร้อนจากการถูกพลตรีบุรินทร์ ร้องทุกข์กล่าวโทษในคดีต่างๆ โดยจะเรียกพลตรีบุรินทร์ทองประไพ และผู้เสียหายมาชี้แจงต่อไป

ขณะที่พลโทภารดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการ สมช ระบุว่า นายทหารที่รับอำนาจมาฟ้องร้องอาจไม่แตกฉานทางกฎหมายและอาจจะสร้างเงื่อนไขทางการเมืองและกระทบความมั่นคงได้ เพราะขณะนี้บ้านเมืองกำลังเดินหน้าตามแนวทางประชาธิปไตย ไม่ใช่ยุคคสช.จึงขอฝากให้ฝ่ายความมั่นคงพึงระมัดระวังมากกว่านี้

กลับขึ้นด้านบน