พล.อ.สุรยุทธ์ สานต่อโครงการสานใจไทยสู่ใจใต้ จากแนวคิดพล.อ.เปรม

พล.อ.สุรยุทธ์ สานต่อโครงการสานใจไทยสู่ใจใต้ จากแนวคิดพล.อ.เปรม

พล.อ.สุรยุทธ์ สานต่อโครงการสานใจไทยสู่ใจใต้ จากแนวคิดพล.อ.เปรม

รูปข่าว : พล.อ.สุรยุทธ์ สานต่อโครงการสานใจไทยสู่ใจใต้ จากแนวคิดพล.อ.เปรม

พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เปิดโครงการสานใจไทย สู่ใจใต้ นำเยาวชนใต้ 320 ชีวิตเปิดประสบการณ์ตรง เรียนรู้พหุวัฒนธรรม พร้อมแนะในฐานะประธานมูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ให้นำกรณีช้างตกผาเหวนรก 11 ตัว เตือนใจเยาวชนไม่ประมาทในการใช้ชีวิต

วันนี้(9ต.ค.62)พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ รักษาการประธานองคมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการดำเนินการโครงการ "สานใจไทย สูใจใต้" เป็นประธานเปิดโครงการ "สานใจไทย สู่ใจใต้" รุ่นที่ 36 เพื่อสร้างโอกาสให้เยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้วิถีชีวิตของครอบครัวอุปถัมภ์ในกทม.และจังหวัดใกล้เคียง โดยมีเยาวชนเข้าร่วมโครงการครั้งนี้ 320 คน มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ จ.ยะลา จ.นราธิวาส จ.ปัตตานี จ.สตูล และ4อำเภอของจ.สงขลา ทั้งนี้เป็นเยาวชนที่กำลังศึกษาในสถานศึกษาของรัฐและเอกชนหรือกำลังศึกษาในสถาบันศึกษาปอเนาะโดยมีครอบครัวอุปถัมภ์ 160 ครอบครัว ดูแลเยาวชนตลอดระยะเวลาที่เข้าร่วมโครงการตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน - 1 พฤศจิกายน 2562

พลเอกสุรยุทธ์ กล่าวว่า ขอให้เยาวชนในโครงการสานใจไทยสู่ใจได้เรียนรู้และพัฒนาตัวเอง เข้าใจในเรื่องสังคมพหุวัฒนธรรมเพื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีและนำคำของพลเอกเปรมที่เคยไว้ในเรื่องเกิดมาต้องตอบแทนคุณแผ่นดินไปปฏิบัติต่อไป และยืนยันว่า จะสานต่อโครงการสานใจไทยสู่ใจใต้ต่อไปจนกว่าจะทำไม่ได้ และในฐานะประธานมูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ยังกล่าวถึงการพาเยาวชนในโครงการสานใจไทยสู่ใจใต้ไปทัศนศึกษาที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ว่า จะทำให้เยาวชนได้ศึกษาธรรมชาติ และตระหนักถึงการใช้ชีวิตที่ไม่ประมาท โดยยกเหตุการณ์ช้างป่าเขาใหญ่ 11ตัว ที่ตาย จากการพลัดตกผาน้ำตกเหวนรก

แม้ว่าช้างจะเป็นสัตว์ที่ระมัดระวังตัวเองสูงอยู่แล้วก็ตาม แต่ยังพลาดพลัดตกลงไปได้ เหมือนคำโบราณที่บอกไว้สี่เท้ายังรู้พลาด

ทั้งนี้โครงการสานใจไทยสู่ใจใต้เป็นหนึ่งในโครงการที่เกิดขึ้นจากแนวคิดของพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ โดยการสนับสนุนจากคณะกรมการของมูลนิธิรัฐบุรุษพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ มูลนิธิรักเมืองไทย และมูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กองทัพทุกเหล่าทัพ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้สภาพความเป็นอยู่ของครอบครัวอุปถัมภ์และชุมชนสังคมพหุวัฒนธรรม ทำให้เยาวชนได้รับประสบการณ์ตรง และมีความรู้ความเข้าใจบริบทของสังคมประเทศไทยมากยิ่งขึ้นจนนำไปสู่ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างครอบครัวอูปถัมภ์กับครอบครัวเยาวชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้

กลับขึ้นด้านบน