เกษตรกรเร่งซื้อ 3 สารอันตราย ก่อนถูกแบน

เกษตรกรเร่งซื้อ 3 สารอันตราย ก่อนถูกแบน

เกษตรกรเร่งซื้อ 3 สารอันตราย ก่อนถูกแบน

รูปข่าว : เกษตรกรเร่งซื้อ 3 สารอันตราย ก่อนถูกแบน

ทีมข่าวไทยพีบีเอสสำรวจร้านเคมีเกษตร พบเกษตรกรเริ่มกักตุน 3 สารอันตรายที่กำลังจะถูกยกเลิกใช้ แม้จะมีราคาแพงกว่า

วันนี้ (9 ต.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกษตรกรในพื้นที่อำเภอไทรน้อย จ.นนทบุรี ยังคงหาซื้อสารไกลโฟเซต หนึ่งในสารเคมี 3 ชนิด ที่กำลังจะถูกยกเลิกการใช้ เพราะราคาไม่สูงมาก

ฉันท์ พวงนาค เกษตรกร ต.ขุนศรี อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี บอกว่า ที่ผ่านมาใช้สารไกลโฟเซตและพาราควอตเพื่อกำจัดวัชพืช แต่พร้อมยกเลิกการใช้ หากมีสารตัวใหม่ทดแทนในราคาและคุณสมบัติที่ใกล้เคียง

จำเป็นต้องใช้สารเคมีและยอมรับได้หากจะแบน แต่ขอให้มีสารทดแทนไกลโฟเซตที่ราคาย่อมเยาว์ลงมา

ขณะที่สมบัติ ลักษณะวิไล เกษตรกร ต.ขุนศรี อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี บอกว่าควรมีเวลาให้เกษตรกรได้ปรับตัว และขอให้มีสารอื่นทดแทน เนื่องจากไม่มีแรงงานรับจ้างกำจัดหญ้า วันละ 300 บาท อาจขาดทุนจากต้นทุนที่สูงขึ้น

จากการสำรวจร้านจำหน่ายเคมีทางการเกษตรบางแห่ง บอกว่า ขณะนี้สารเคมีที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับพาราควอตและไกลโฟเซต คือสารกลูโฟซิเนต แอมโมเนียม ซึ่งจำหน่ายมาหลายปีแต่ไม่ได้รับความนิยม เพราะราคาสูงกว่า 2-3 เท่า โดยราคาต่ำสุดอยู่ที่ลิตรละ 200 บาท ส่วนราคาสูงสุดอยู่ที่ลิตรละ 480 บาท ขณะนี้มีผู้ผลิตหลายรายจำหน่ายสารดังกล่าวมากขึ้น ทำให้ราคากลูโฟซิเนตลดลงมาประมาณ 100 บาท แต่ยังสูงกว่าพาราควอตซึ่งราคาอยู่ที่ลิตรละ 100 บาท ส่วนคลอไพรีฟอสมีสารทดแทนหลายชนิดและราคาไม่สูง

เร่งระบายสต็อกก่อนแบน 3 สาร

สำหรับสารพาราควอตและไกลโฟเซต ขณะนี้มีเกษตรกรเริ่มมีการซื้อไปเก็บไว้เพิ่มขึ้น เนื่องจากกังวลว่าจะไม่มีสารทดแทน ขณะเดียวกันราคาก็เริ่มปรับตัวลดลง เพราะร้านจำหน่ายพยายามระบายสต็อกให้หมดก่อนจะยกเลิกการใช้

ขณะที่ร้านเคมีเกษตร จ.ลพบุรี บอกว่า การยกเลิกสารเคมี 3 สาร อาจจะกระทบเกษตรกรเพราะหาสารทดแทนยาก แต่บางตัวก็สามารถทดแทนได้ เช่น คลอไพริฟอสมีสารทดแทนหลายชนิด รวมทั้งยังมีสารอินทรีย์ที่สามารถทดแทนได้

เลิกใช้สารเคมี เพิ่มเกษตรอินทรีย์

ด้านมนตรี บุญจรัส ประธานชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ระบุว่า หากมีการยกเลิกการใช้สารดังกล่าวภายใน 1-2 เดือนนี้ เชื่อว่าเกษตรกรจะสามารถปรับตัวได้ เพราะนอกจากสารเคมีแล้วยังมีสารจุลินทรีย์ที่สามารถทดแทนได้ อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้มีผู้ผลิตสารใหม่ ๆ ที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงสารเดิมมากขึ้นและราคาจะถูกลง หลังจากที่ตลาดสารเคมีถูกครอบงำโดยผู้ผลิตรายใหญ่เพียงไม่กี่ราย

นายมนตรี ยังเห็นว่า การยกเลิกใช้สารเคมีจะส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์เพิ่มขึ้น จากปัจจุบันมีพื้นที่ไม่ถึง 600,000 ไร่ เมื่อเทียบกับพื้นที่ทำการเกษตรทั้งหมด 149 ล้านไร่ ซึ่งส่วนใหญ่ยังคงพึ่งพาการใช้สารเคมีกำจัดศัตรู

 

กลับขึ้นด้านบน