"ธนาธร" แจงภาพคู่ "โจชัว หว่อง" แค่เจอในงานสัมมนา

"ธนาธร" แจงภาพคู่ "โจชัว หว่อง" แค่เจอในงานสัมมนา

"ธนาธร" แจงภาพคู่ "โจชัว หว่อง" แค่เจอในงานสัมมนา

รูปข่าว : "ธนาธร" แจงภาพคู่ "โจชัว หว่อง" แค่เจอในงานสัมมนา

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ชี้แจงภาพคู่โจชัว หว่อง เป็นการพบกันครั้งแรกและครั้งเดียว ได้คุยแค่ 5 นาทีในงานสัมมนา ขออย่านำภาพมาขยายความต่อเกินความจริง ยืนยันไม่เกี่ยวข้องกลุ่มการเมืองในฮ่องกง

วันนี้ (11 ต.ค.2562) เวลา 15.00 น. นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงกรณีปรากฎภาพถ่ายคู่กับ โจชัว หว่อง นักเคลื่อนไหวทางการเมืองชาวฮ่องกง ว่า มีความพยายามจะเชื่อมโยงว่าตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้องกับความไม่สงบและกลุ่มผู้ประท้วง

เมื่อวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา ผมได้รับเชิญจากนิตยสาร The Economist ซึ่งเป็นนิตยสารเกี่ยวกับเศรษฐกิจและการเมืองระดับโลก ให้ไปพูดที่งาน Open Future Festival ที่ฮ่องกง ในหัวข้อเรื่อง “Inside the Minds of Asia’s Next Gen Politicians” ซึ่งในวงเสวนาของผมมีผู้ร่วมรายการสองคนได้แก่ Tim Wilson สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหัวก้าวหน้าจากออสเตรเลีย และ Nurul Izzah Anwar สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากมาเลเชีย ลูกสาวของคุณอันวาร์ อิบราฮิม Nurul มาไม่ได้เนื่องจากติดภารกิจ บนเวทีเสวนาจึงเหลือเพียงผมกับ Tim หลังจากที่งานเลิกแล้ว ผมและโจชัว หว่อง พบกันในบริเวณงานและได้คุยกันประมาณ 5 นาที เราถ่ายรูปด้วยกันและแยกย้ายกัน ซึ่งเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่ได้พบปะกับโจชัว หว่อง ยืนยันไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มการเมืองใด ๆ ในฮ่องกง และไม่มีเจตนาที่จะทำในอนาคต เพราะภารกิจของผมและพรรคอนาคตใหม่ คือการสร้างประชาธิปไตยและความก้าวหน้าของสังคมไทย

 



ส่วนการสนทนาและถ่ายรูปกันในหมู่ผู้พูดในงานสัมมนาต่าง ๆ เป็นเรื่องปกติ ผมเองได้ถ่ายรูปร่วมกับหลายคนในงาน รวมทั้งกับ Shaun L. Rein และมีโอกาสสนทนากับเขาในหลาย ๆ เรื่อง มากกว่าที่ผมสนทนากับโจชัวเสียอีก Shaun มาจาก China Market Research Group ผู้เขียนหนังสือ The War for China’s Wallet เขาวิพากษ์วิจารณ์การประท้วงในฮ่องกง และขึ้นเวทีถกเถียงกับโจชัว หว่อง ซึ่งการพบปะพูดคุยกับคนที่มีความคิดหลากหลายเป็นธรรมดา และเป็นโอกาสดีที่เราจะได้เรียนรู้ความเห็นที่หลากหลาย เช่น กรณีของ Shaun ซึ่งยืนยันแนวทางการเมืองของปักกิ่ง แต่ก็เสนอว่าการแก้ปัญหาฮ่องกงต้องลดความเหลื่อมล้ำและกระจายรายได้ให้ทั่วถึงคนส่วนใหญ่ด้วย Shaun ยังชวนผมไปพบเขาหากผมมีโอกาสไปปักกิ่งอีก

อย่างไรก็ตาม ผมได้พูดถึง “ฮ่องกง” ในระหว่างที่ผมบรรยายอยู่บนเวทีจริง ผมกล่าวว่า เมื่อปลายปี 2560 ตอนที่ผมและเพื่อน ๆ กำลังตัดสินใจทำอะไรสักอย่างเพื่อยุติการสืบทอดอำนาจของระบอบ คสช. เราครุ่นคิดกันว่าจะสร้างขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม (Social Movement) หรือพรรคการเมือง โจทย์นี้เป็นโจทย์ใหญ่และฮ่องกงชวนให้เราคิดถึงโมเดลขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม แต่สุดท้ายเราตัดสินใจตั้งพรรคการเมืองและต่อสู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงผ่านระบบรัฐสภาแทน เนื่องจากความสูญเสียจากการสลายการชุมนุมปี 2553 ยังคงบาดลึกอยู่ในสังคมไทย ถ้าจะถามผมต่อเรื่องฮ่องกง ผมสนับสนุนการเคารพธรรมนูญการปกครองฮ่องกง หรือ Basic Law ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อฮ่องกงถูกส่งคืนสู่เขตอำนาจอธิปไตยของจีน โดยยึดหลัก “หนึ่งประเทศ สองระบบ” อย่างสมดุล และเคารพสิทธิการเลือกตั้งผู้บริหารฮ่องกงอย่างเป็นประชาธิปไตยตามที่ระบุไว้ใน Basic Law มาตรา 45

 

 

ผมสนับสนุนการใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชนในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออกโดยสันติเสมอมา ผมปรารถนาที่จะเห็นสถานการณ์ที่ฮ่องกงคลี่คลายไปได้ด้วยดี ผมไม่ปรารถนาเห็นการใช้ความรุนแรงต่อทั้งพลเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐ ทางออกที่ดีที่สุดน่าจะเป็นการฟื้นฟูความเชื่อถือและไว้วางใจระหว่างเจ้าหน้าที่กับพลเมืองขึ้นมา ไม่ดำเนินการหรือใช้มาตรการใด ๆ ที่ไม่สมควรแก่เหตุ

รูปถ่ายระหว่างผมกับโจชัว หว่อง เพียงภาพเดียวถูกนำมาขยายความต่อเกินความจริง โดยปราศจากหลักฐานยืนยันใด ๆ สื่อ, กลุ่มคนบางกลุ่ม, รวมถึงผู้นำกองทัพ พยายามเชื่อมโยงผมกับความไม่สงบในฮ่องกงเพื่อสร้างความเกลียดชังในสังคมไทย

ผมขอให้ทุกท่านรับข้อมูลข่าวสารอย่างรอบด้าน และขอยืนยันอีกครั้งว่าเราสร้างพรรคอนาคตใหม่ขึ้นมาด้วยความปรารถนาดีต่อประเทศ เราอยากเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันประเทศสู่ประชาธิปไตย, สร้างความเสมอภาคเท่าเทียมในสังคม และส่งต่อสังคมที่ดีกว่านี้ให้แก่คนรุ่นต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

"รศ.เจษฏ์" แนะรัฐบาลไทย เตือนนักการเมืองตามแถลงการณ์จีน 

ผบ.ทบ. ถามเหมาะสมหรือไม่ นักการเมืองถ่ายภาพคู่ "โจชัว หว่อง" 

 

กลับขึ้นด้านบน