รพ.บุรีรัมย์ขอโทษญาติผู้เสียชีวิต ยอมรับส่งศพสลับกัน

รพ.บุรีรัมย์ขอโทษญาติผู้เสียชีวิต ยอมรับส่งศพสลับกัน

รพ.บุรีรัมย์ขอโทษญาติผู้เสียชีวิต ยอมรับส่งศพสลับกัน

รูปข่าว : รพ.บุรีรัมย์ขอโทษญาติผู้เสียชีวิต ยอมรับส่งศพสลับกัน

โรงพยาบาลบุรีรัมย์ออกมาขอโทษพร้อมยอมรับในความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ ที่ไม่ได้ให้ญาติเปิดดูศพเพื่อยืนยันก่อน จนทำให้ส่งมอบศพสลับกัน พร้อมปรับปรุงและเพิ่มความรอบคอบในการปฏิบัติเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำอีก

วันนี้ (14 ต.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ ส่งมอบศพของ น.ส.อ้ม เตาตีทอง อายุ 47 ปี ชาวบ้านโนนมาลัย ต.หินเหล็กไฟ อ.คูเมือง ที่เสียชีวิตสลับกับศพของนางละม่อม อินสำราญ อายุ 75 ปี หญิงชราบ้านอาลัง ต.วังเหนือ อ.บ้านด่าน ส่งผลให้ญาติและชาวบ้านวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่รอบคอบของเจ้าหน้าที่ 


ล่าสุด นพ.รักเกียรติ ประสงค์ดี รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์โรงพยาบาลบุรีรัมย์ ก็ได้ออกมาชี้แจงถึงขั้นตอนในการรับมอบศพของโรงพยาบาลว่า หลังจากที่ผู้ป่วยเสียชีวิตทางตึกผู้ป่วยจะมีการทำบันทึกข้อมูลรายชื่อ ที่อยู่ และสาเหตุการเสียชีวิต แล้วติดต่อไปยังอาคารพักศพ โดยห้องพักศพก็จะทำการตรวจเช็กว่าผู้เสียชีวิตคนดังกล่าวเป็นใคร มีเบอร์ติดต่อญาติหรือไม่

จากนั้นจะเคลื่อนย้ายศพจากหอผู้ป่วยมายังอาคารพักศพ เมื่อตรวจสอบข้อมูลความถูกต้องเรียบร้อย ก็จะให้บริการ เช่น อาบน้ำศพ ฉีดน้ำยาฟอร์มาลีน แล้วเจ้าหน้าที่จะทำการห่อศพ ซึ่งมีลำดับขั้นตอนชัดเจนสามารถตรวจสอบได้ว่าศพแต่ละศพเป็นใคร แต่ในวันเกิดเหตุมีผู้เสียชีวิตอยู่ 2 ศพที่ทำการห่อศพเรียบร้อยแล้ว


ทางโรงพยาบาลยอมรับว่า มีความผิดพลาดเกิดขึ้นในการส่งมอบศพให้ญาตินำกลับบ้าน ซึ่งปกติแล้วต้องมีการยืนยันจากญาติโดยการเปิดศพดูว่าเป็นญาติของตนเองหรือไม่ และมีการลงรายมือชื่อในเอกสารด้วย แต่ครั้งนี้เป็นความบกพร่องของเจ้าหน้าที่ที่ไม่ได้ให้ญาติเปิดศพดูและยืนยันศพจนทำให้ศพสลับกัน แต่หลังจากทราบว่ามีการส่งมอบศพสลับกันแล้ว ทางโรงพยาบาลก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้มีการประสานทางมูลนิธิฯ เพื่อนำศพไปเปลี่ยนให้ถูกต้องตั้งแต่วันเกิดเหตุ 


หลังจากเกิดเหตุการณ์ นพ.สมชัย อัศวสุดสาคร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลก็ได้ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทำบันทึกรายงานรายละเอียดทุกขั้นตอน เพื่อหาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นอีก ไม่ว่าจะเป็นการซักซ้อมทำความเข้าใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ เพื่อไม่ให้เกิดความบกพร่องหรือผิดพลาด อย่างไรก็ตามสำหรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ทางโรงพยาบาลก็ได้ขอโทษญาติผู้เสียชีวิตทั้งสองครอบครัวด้วย

 

กลับขึ้นด้านบน